กลิ่นอับชื้นของซากศพผสมผสานกับควันกำยานราคาแพง ไม่ใช่กลิ่นที่จิตแพทย์ควรจะคุ้นเคย แต่สำหรับธัญญ์ มันคือกลิ่นที่ติดจมูกเขามาตั้งแต่คืนวันที่พี่สาวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในห้องปิดตายเมื่อสี่ปีก่อน
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนกระพริบไหวราวกับลมหายใจที่ใกล้หมดแรง สาดกระทบโครงร่างของคดีฆาตกรรมล่าสุดที่ตำรวจท้องที่ทำได้เพียงยืนกอดอกด้วยความจนปัญญา ตรงกลางห้องนอนขนาดกว้างขวางบนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ร่างของชายหนุ่มเจ้าของห้องนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าของศพแหงนเงยขึ้นเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพงจ้องมองไปยังเพดานที่สะท้อนเงาแสงจันทร์สีนวล แต่สิ่งที่ทำให้ธัญญ์ต้องขมวดคิ้วแน่นจนเกิดรอยย่นบนหน้าผาก คือมุมปากของศพนั้น... กำลังยกยิ้มขึ้นอย่างน่าสยดสยอง ราวกับกำลังขบขันอะไรบางอย่างที่คนเป็นไม่มีวันเข้าใจ
"คุณหมอธัญญ์ครับ กองพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่ากลอนประตูถูกลงกลอนจากด้านใน หน้าต่างทุกบานใส่ล็อกนิรภัย ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และที่สำคัญ..." นายตำรวจหนุ่มยศสารวัตรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงสั่นระรัว "...ในเลือดไม่มีสารพิษ ไม่มีการขาดอากาศหายใจ หมอชันสูตรเบื้องต้นบอกว่า... ระบบประสาทสั่งการหยุดทำงานไปเองเฉียบพลัน ราวกับหัวใจหยุดเต้นเพราะความกลัวสุดขีด"
ธัญญ์ไม่ได้ตอบรับ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เตียงนอนช้าๆ สัญชาตญาณของแพทย์ผู้รักษาอาการทางจิตบอกเขาว่า ร่างกายมนุษย์ไม่ควรแสดงสีหน้าแบบนั้นยามเผชิญความตาย กล้ามเนื้อใบหน้าโดยเฉพาะส่วนที่ดึงมุมปากให้ยกขึ้นในลักษณะนี้ ต้องอาศัยการหดตัวของกล้ามเนื้อ Zygomaticus major ซึ่งปกติจะคลายตัวทันทีที่ระบบประสาทส่วนกลางสูญเสียการควบคุม แต่นี่... มันถูกตรึงค้างไว้ด้วยแรงบางอย่างที่ไม่ใช่กลไกทางชีววิทยา
"ไม่ใช่โรคทางจิตเวชครับสารวัตร" ธัญญ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบตามวิสัยของแพทย์ผู้ยึดมั่นในตรรกะ "อาการกลัวจนหัวใจวายอาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยโรคแพนิคขั้นรุนแรง แต่กล้ามเนื้อที่เกร็งค้างในลักษณะนี้ เกิดจากการกระตุ้นภายนอก ไม่ใช่ปฏิกิริยาภายในร่างกาย"
"ถ้าไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์... แล้วมันคืออะไรล่ะครับหมอ?"
คำถามนั้นไร้ซึ่งคำตอบ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
"มันคือ 'อาคมขอมโบราณ' ครับสารวัตร"
เสียงทุ้มกังวานและติดจะเยาะหยันเล็กน้อยดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบ ธัญญ์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ รวินท์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินชมงานนิทรรศการศิลปะ หมอผีหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักอักขระโบราณจางๆ ที่ท่อนแขน ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณบนเตียง
"ใครเชิญคุณเข้ามา?" ธัญญ์ถามขึ้นทันที น้ำเสียงเจือความเย็นชาอย่างปิดไม่มิด ความเกลียดชังต่อพวกเดรัจฉานวิชาที่ใช้ความงมงายหากินบนความเจ็บปวดของผู้คนพุ่งพล่านขึ้นในอก
"ไม่มีใครเชิญหรอกครับคุณหมอ แต่กลิ่นกำยานสูตรนี้... มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของสำนักที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อสี่ปีก่อน คนที่จุดมัน ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเหยื่อเพื่อชิงทรัพย์... แต่มันคือการ 'ส่งบรรณาการ'" รวินท์ปรายตามองธัญญ์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "และดูเหมือนว่า... เหยื่อรายนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างถึงคนที่หมกมุ่นอยู่กับการหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์อย่างคุณนะ"
ธัญญ์ก้าวเข้าไปหารวินท์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นปฏิปักษ์แผ่ซ่านออกมาจากตัวของจิตแพทย์หนุ่มอย่างชัดเจน "อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อที่นี่ หมอผีอย่างคุณใช้ความกลัวของชาวบ้านหากินมามากพอแล้ว ออกไปจากที่เกิดเหตุซะ"
รวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของธัญญ์ "ความกลัวเหรอครับ? คุณต่างหากล่ะหมอ ที่กำลังกลัว... กลัวว่าทุกสิ่งที่วิชาแพทย์ของคุณอธิบายไม่ได้ กำลังจะพิสูจน์ว่าพี่สาวของคุณไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... แต่เธอถูกเลือก"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลเป็นที่ยังไม่เคยแห้งสนิท ธัญญ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา สายตาที่มองอีกฝ่ายฉายแววอันตราย ทว่าก่อนที่การปะทะคารมจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงของสารวัตรก็ร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ
"เฮ้ย! ดูนั่นสิครับ!"
ทั้งสองคนหันกลับไปมองที่เตียงพร้อมกัน ร่างของศพที่เคยแหงนมองเพดาน บัดนี้... คอของมันเอียงตาดลงมาสามสิบองศา ดวงหน้าที่เคยไร้ชีวิตชีวา ค่อยๆ หันมาทางธัญญ์และรวินท์ช้าๆ ราวกับกระดูกคอถูกบิดด้วยมือที่มองไม่เห็น
และที่น่ากลัวที่สุดคือ รอยยิ้มบนริมฝีปากนั้น... ฉีกกว้างขึ้นจนเกือบถึงใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นแผ่วเบาในโสตประสาทของคนทั้งคู่ ทั้งที่ไม่มีใครขยับปากพูด
*“...รายต่อไป... คือมึง”*
รวินท์หุบยิ้มทันที สีหน้าของหมอผีหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที เขาคว้าข้อมือของธัญญ์ไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
"อย่าขยับ!" รวินท์เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาจ้องเขม็งไปยังเงาสะท้อนในกระจกตู้เสื้อผ้าตรงข้ามเตียง "มีคนกำลังแอบมองเรา... จากข้างในกระจกนั้น"
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 1
ศพที่ยิ้มให้พระจันทร์
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!