เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 17

คำเตือนจากศัตรู

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงปลอกกระสุนโลหะกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ้ง* สะท้อนก้องห้องทำงานกว้างขวางของเซฟเฮาส์ มันคือเสียงที่เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจว่า ทุกย่างก้าวในอาณาจักรของเอเดรียน วอล์คเกอร์ ไม่มีพื้นที่ให้ความประมาทแม้แต่วินาทีเดียว ลูคัส มือขวาคนสนิทและเงาตามตัวของมาเฟียหนุ่ม ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง แววตาของเขาไม่ได้มองตรงไปยังเจ้านาย แต่กลับเหลือบมองร่างระหงของรินรดาที่ถูกกักขังอยู่ภายในอาณาเขตนี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินและคราบความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "คุณกำลังเล่นกับไฟ, นายท่าน" เสียงทุ้มต่ำของลูคัสเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดัน "ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หมากธรรมดา... เธอคือความเปราะบางที่ศัตรูของเรากำลังจับตาดู และที่แย่ไปกว่านั้น เธอกำลังทำให้คุณไขว้เขวจากเป้าหมายหลัก" เอเดรียนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือทันที นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า เยือกเย็น และทรงพลัง บรรยากาศรอบตัวเขาลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องแทบจะติดลบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะค่อยๆ เงີยขึ้น สบตากับคนสนิทด้วยแววตาดุจสัตว์ป่ากระหายเลือดที่ถูกท้าทาย "นายกล้าดียังไงมาวิจารณ์การตัดสินใจของฉัน, ลูคัส" เสียงของเอเดรียนต่ำลึกจนน่ากลัว มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการกดดันให้ผู้ฟังตระหนักถึงขอบเขตอำนาจ "เพราะผมคอยเก็บกวาดศพให้คุณมาตลอดสิบปี ผมถึงต้องเตือนสติคุณครับ" ลูคัสก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด กล้าหาญพอที่จะสบตากับมัจจุราชไร้ปรานี "คุณปล่อยให้เธอเข้ามามีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจ คุณกำลังสร้างจุดอ่อนให้ตัวเอง... ผู้หญิงที่แบกรับอดีตอันเน่าเฟะคนนี้ ไม่สมควรแม้แต่จะหายใจร่วมห้องกับคุณด้วยซ้ำ" เพล้ง! แก้ววิสกี้ในมือของเอเดรียนถูกบีบจนแตกละเอียด คราบของเหลวสีอำพันไหลปะปนกับหยดเลือดสีสดที่ซึมออกจากฝ่ามือแกร่ง แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวลูกน้องคนสนิทด้วยรัศมีคุกคามที่แผ่พุ่งออกมาจนแทบหายใจไม่ออก "จำใส่กะโหลกของนายเอาไว้, ลูคัส" เอเดรียนกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือข้างที่เปื้อนเลือดคว้าเข้าที่คอเสื้อของมือขวาอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน "ทุกสิ่งที่อยู่ในเซฟเฮาส์หลังนี้... รวมถึงลมหายใจของเธอ เป็นสิทธิ์ขาดของฉันแต่เพียงผู้เดียว ใครก็ตามที่กล้าอาจหาญมาตัดสินคุณค่าของเธอ คนๆ นั้นจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้... แม้แต่นายก็ตาม" ลูคัสกัดกรามแน่น เม้มปากเป็นเส้นตรง แม้จะยอมจำนนต่ออำนาจเบ็ดเสร็จ แต่แววตาที่มองข้ามไหล่ของเอเดรียนไปยังรินรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่ซ่อนเร้น รินรดายืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและตื่นตระหนก เธอไม่คิดว่าการมีตัวตนอยู่ของเธอจะสร้างรอยร้าวในอาณาจักรแห่งความโหดร้ายนี้ได้ถึงเพียงนี้ สายตาของลูคัสที่มองมาเมื่อครู่เปรียบเสมือนคำพิพากษาประหารชีวิตกลายๆ ว่าผู้ชายคนนั้นพร้อมจะเด็ดหัวเธอทิ้งได้ทุกเมื่อหากสบโอกาส ทันทีที่ลูคัสเดินถอยหลังออกไปจากห้องด้วยท่าทางกระด้างกระเด็น ประตูบานใหญ่ก็ปิดลงพร้อมกับแรงปะทะทางอารมณ์ที่ยังคงค้างคา เอเดรียนหันกลับมามองหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นอายอันตรายผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากมือของเขา ลอยอบอวลอยู่รอบตัวเธอจนน่าขนลุก "ตกใจกลัวงั้นเหรอ?" เอเดรียนเอ่ยเสียงพร่า ขณะกวาดสายตาสำรวจร่างบางที่สั่นเทาเล็กน้อย "ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวคุณ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ แม้ขาข้างในจะแทบก้าวไม่ออก "แต่ลูกน้องของคุณพูดถูก... ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ ฉันเป็นแค่นักโทษของคุณ ทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไป แล้วเรื่องยุ่งยากพวกนี้ก็จะจบลง" "คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเชียวรึ?" เอเดรียนก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือแกร่งข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน ขณะที่มืออีกข้างที่เปื้อนเลือดจางๆ เอื้อมมาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาเขา "ไม่มีทางรอดสำหรับคนที่ก้าวเข้ามาในโลกของฉัน รินรดา... และที่สำคัญที่สุด นายท่านอย่างฉัน ไม่ชอบให้ใครมาDictateชีวิต โดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิงของฉัน" คำว่า 'ผู้หญิงของฉัน' กระแทกเข้ากลางใจของเธออย่างจัง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นอายอันร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนลงทุกที ร่างกายของเขาร้อนผ่าวตัดกับความเย็นเยือกของห้อง ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มของเธอด้วยความกระหายที่ปิดไม่มิด "คุณมันบ้า... เอเดรียน" เธอพกระซิบเสียงสั่น เมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาเริ่มไล้ลงมาจากคางมน ผ่านลำคอระหง มาหยุดอยู่ที่กระดุมเสื้อเม็ดบน "ใช่... ฉันมันบ้า และความบ้าของฉันก็กำลังจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพราะความดื้อรั้นของเธอนี่แหละ" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอמהชิดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความดุดัน ความโกรธเกรี้ยวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ เอเดรียนบดขยี้เรียวปากเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างไร้ทางสู้ รินรดาครางอือในลำคอ พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับยิ่งเหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้เขาฮึกเหิมมากขึ้น มือแกร่งเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคิ้วคอด บังคับให้ร่างของเธอแนบชิดติดกับแผงอกกำยำจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามไม่แพ้กัน ความร้อนระอุจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าทำให้ผิวหนังของเธอกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน สัมผัสอันดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์เร้าใจกำลังกัดกินความตั้งใจทั้งหมดของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เอเดรียนถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อและแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ "นายท่านครับ..." เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงของลูคัสที่ลอดเข้ามาอีกครั้ง "สายรายงานด่วนจากท่าเรือ... คนของเราเจอตัวหนอนบ่อนไส้ที่ส่งข่าวให้ฝ่ายตรงข้ามแล้วครับ และมัน... กำลังพูดถึงชื่อของคุณกับผู้หญิงคนนั้น" เอเดรียนชะงัก รัศมีรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุดันในพริบตาเดียว เขละละสายตาจากรินรดาช้าๆ หันไปมองประตูห้องด้วยแววตาวาวโรจน์ รินรดาลอบหายใจด้วยความโล่งอก แต่ทว่า... วินาทีต่อมา เอเดรียนกลับหันกลับมาหาเธอ กระชากข้อมือบางเข้ามาใกล้ พร้อมกับกระซิบคำสั่งเฉียบขาดที่ทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็ง "อยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหน... เพราะถ้าสิ่งที่ไอ้สารเลวข้างนอกนั่นมันสารภาพออกมาเกี่ยวข้องกับเธอแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเป็นคนลากเธอไปดูจุดจบของคนทรยศด้วยตาตัวเอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมอำนาจอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%