ความเงียบงันภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะใต้ดินยามวิกาล ไม่ได้แปลว่าความปลอดภัย... รินรดาตระหนักถึงสัจธรรมข้อนี้ดีในวินาทีที่แสงไฟนีออนกะพริบไหวแล้วดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง
กลิ่นอายของสีน้ำมันและสนิมเหล็กจางๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงระยับ—กลิ่นอายของความเย่อหยิ่งอันตรายที่เธอจำได้แม่นยำจากภาพถ่ายแฟ้มลับในคดีที่เธอกำลังตรวจสอบอยู่
นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าสำรองชะงักค้างอยู่หน้ากรอบภาพวาดโบราณ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองอันชาญฉลาดที่บันทึกทุกรายละเอียดของงานศิลปะมาทั้งชีวิตกำลังประมวลผลความเสี่ยงด้วยความเร็วสูง ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีแม้แต่เงาสะท้อน ทว่า... ร่างกายของเธอกลับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่คุกคามอยู่เบื้องหลัง
"ความจำภาพถ่ายของคุณยอดเยี่ยมมากนะครับ, คุณรินรดา... น่าเสียดายที่มันดันบันทึกสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนน่าขนลุกดังขึ้นชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านร่องคอระหงทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นพร้อมกันอย่างควบคุมไม่ได้
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตกเป็นเหยื่อความกลัวได้ง่ายๆ หญิงสาวหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วตั้งใจจะกระแทกข้อศอกใส่โครงร่างที่ยืนประชิดอยู่ด้านหลัง ทว่าข้อศอกเรียวกลับถูกมือหนาขนาดใหญ่คว้าหมับไว้ได้อย่างง่ายดาย ราวกับเขาอ่านเกมของเธอทะลุปรุโปร่ง
พรึบ!
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในมุมอับของห้อง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในค่ำคืนนี้ เอเดรียน วอล์คเกอร์ ยืนอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาสีเทาเข้มดุจท้องทะเลพายุจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาสมเพชแกإมเอ็นดูอย่างเปิดเผย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแนบเนื้อขับเน้นมัดกล้ามทรงพลังที่แผ่รังสีคุกคามออกมารอบทิศทาง
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก "คุณไม่มีสิทธิ์มาดักรอฉันในพื้นที่ส่วนบุคคลแบบนี้ นี่มันการลักพาตัวชัดๆ!"
เอเดรียนหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงอกเสื้อของเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มเนียน กลิ่นกายบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยฮอร์โมนแห่งการกดขี่แผ่ซ่านจนน่าเวียนหัว
"การลักพาตัวเหรอครับ? คำพูดรุนแรงเกินไปหน่อยกระมัง... ผมแค่เชิญคุณมา ‘เจรจา’ นอกรอบ ในสถานที่ที่ไม่มีใครเข้ามารบกวนเราได้ต่างหาก"
สายตาคมกริบของเขาไล่ระดับต่ำลง สำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้เสื้อผ้าเรียบร้อยด้วยความกระหายใคร่รู้ ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงประติมากรรมชิ้นเอกที่เขาเป็นเจ้าของสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามเกียรติ
"ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับมาเฟียที่อยู่เบื้องหลังการค้าโบราณวัตถุเถื่อนอย่างคุณ!" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ นัยน์ตากลมโตฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ "ปล่อยฉันออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจ"
"ตำรวจเหรอครับ?" เอเดรียนยิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ นิ้วมือข้างที่ว่างเลื่อนขึ้นมาแตะไล้กรอบหน้าเรียวของเธออย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วหยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นไล้ผ่านผิวแก้มเนียนอย่างจงใจยั่วเย้า "คุณคิดจริงๆ หรือว่าในเขตอิทธิพลของผม จะมีตำรวจคนไหนกล้าก้าวเข้ามาเหยียบสถานที่แห่งนี้... หืม?"
สัมผัสนั้นสร้างความปั่นป่วนในท้องของรินรดาอย่างประหลาด เธอเกลียดความจริงข้อนั้น เกกลียดที่ร่างกายของเธอดันตอบสนองต่อสัมผัสอันอุกอาจของเขาด้วยการสั่นสะท้อนเล็กน้อย หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี แต่เอเดรียนกลับไม่ยอมจำนน มือใหญ่อีกข้างเลื่อนมาโอบกระชับเอวคิ้วคอดของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่งไร้ช่องว่าง
สัมผัสแห่งเนื้อแนบเนื้อทำให้ความตึงเครียดในอากาศเปลี่ยนสถานะไปในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกจากแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงเกินต้านทาน เอเดรียนก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำจนสั่นประสาท
"คุณดื้อมากเลยนะ รินรดา... รู้ไหมว่าผู้หญิงดื้อๆ แบบนี้น่ะ จุดจบมักจะจบลงที่เตียงของผมทุกราย"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของสุภาพบุรุษ รินรดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาครอบ
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เอเดรียนกลับไม่เปิดโอกาสให้อีกต่อไป ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงทั้งหมดของเธออย่างไร้ความปราณี
จูบนั้นไม่ใช่การทักทาย แต่มันคือการประกาศสงครามและการครอบครอง...
รินรดิกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ทว่าสำหรับเอเดรียนแล้ว แรงสะกิดเหล่านั้นไม่ได้สร้างความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้ชายหนุ่มเร่งเร้าองคาพยพแห่งความเร่าร้อนให้ทวีความรุนแรงขึ้น มือใหญ่ข้างที่ล็อกเอวเธอไว้เลื่อนลงมาบีบสะโพกอิ่มแน่นเพื่อบังคับให้ร่างกายของเธอแนบสนิทกับเขาอย่างไร้ทางหลีกหนี
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอารมณ์ไปเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก รินรดาพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อต่อต้าน แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งที่บีบกรามของเธอให้เผยอออกทำให้เธอต้องจำนนพ่ายแพ้ต่อเทคนิคอันเชี่ยวชาญ ความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความดุดันทำให้สมองของเธอดับวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยมีพังทลายลงในชั่วพริบตา รสชาติของความเร่าร้อน หอมหวาน และอันตรายหลอมรวมกันจนเธอกลืนน้ำลายไม่ลง
ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้น เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากของชายหนุ่ม เอเดรียนบดขยี้เรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนอดอยากปากแห้งมานานปี ร่างกายของรินรดาอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขา ขาทั้งสองข้างแทบจะหมดแรงยืนจนต้องอาศัยลำตัวแกร่งของเขาเป็นที่พิงพัก
เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มอ่อนระทวยและตอบสนองจูบของเขาอย่างไม่รู้ตัว เอเดรียนจึงผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย นัยน์ตาสีเทาเข้มพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหายที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็มเต็มอิ่ม เขาจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มพึงใจ
"เห็นไหมครับ..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาเคลียคลออยู่ริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริก "ร่างกายของคุณมันซื่อสัตย์กว่าปากตั้งเยอะ..."
รินรดากัดริมฝีปากล่างที่บวมช้ำด้วยความแค้นใจและอับอาย เธอกำหมัดแน่นพยายามดึงสติที่หลุดลอยกลับคืนมา ทว่าก่อนที่เธอจะได้สะบัดมือตบหน้าคนหลงตัวเองสักฉาด เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก
กริ๊ก... เสียงกลอนประตูห้องนิรภัยด้านนอกถูกปลดล็อกด้วยรหัสผ่าน
เอเดรียนชะงักเล็กน้อย นัยน์ตาสีเทาเข้มหรี่ลงครู่หนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็น ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ชายหนุ่มกลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าใครกำลังจะก้าวเข้ามา
รินรดาหันขวับไปมองทางประตูด้วยความหวังว่าอาจจะเป็นทางรอด ทว่ารอยยิ้มของเอเดรียนกลับทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริง จะมาถึงเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ"
เอเดรียนกระซิบประโยคสุดท้ายข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลับดำมืด ก่อนที่บานประตูเหล็กหนาหนักจะค่อยๆ เปิดผงาดออกเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่ทำเอารินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนสิ้นสติ!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 1
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!