กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในห้องสมุดใต้ดินของเซฟเฮาส์ มักทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความลับที่ถูกฝังกลบ เอเดรียนก้าวเท้าเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่ารินรดากลับรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาได้จากแรงกดดันในอากาศที่เปลี่ยนไป เธอกำภาพถ่ายขาวดำใบเล็กๆ ในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ภาพนั้นไม่ใช่หลักฐานทางคดี ไม่ใช่เอกสารลับทางธุรกิจ แต่มันคือเศษเสี้ยวของอดีตที่เธอกำลังพยายามประกอบมันเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความมืดที่เอเดรียนเป็นผู้กุมกุญแจทั้งหมด
"คุณกำลังค้นหาอะไรในกองซากปรักหักพังของผมอีก รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะдиผสานเข้ากับต้นคอระหงจนเธอต้องสะดุ้งเล็กน้อย แต่นี่ไม่ใช่ค่ำคืนแห่งเกมอำนาจอันเร่าร้อนเช่นทุกครั้ง ความเงียบงันที่รายล้อมกลับเต็มไปด้วยความเปราะบางที่ทั้งคู่ต่างพยายามหลีกเลี่ยง
รินรดานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะวางภาพถ่ายใบน้อยลงบนโต๊ะไม้สัก แสงจากโคมไฟสีส้มสาดส่องลงบนใบหน้าของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ในภาพ เด็กผู้หญิงผมเปียที่กำลังยิ้มกว้างท่ามกลางสวนดอกไม้ริมทะเลสาบ—รอยยิ้มที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นของตัวเธอเอง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาและทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่ตัวเธอในวัยเด็ก หากแต่เป็นเงาร่างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนั้น
"พ่อของคุณ..." รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบา คล้ายคนกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าจะสนทนา "มหาเศรษฐีผู้เยือกเย็นและโหดร้ายในหน้าประวัติศาสตร์ธุรกิจ... ทำไมถึงอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของฉันได้ล่ะ เอเดรียน"
เอเดรียนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม นิ้วแกร่งเอื้อมไปแตะขอบกระดาษแผ่นนั้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ามันจะสลายหายไปหากใช้แรงมากเกินไป
"คุณจำอะไรได้บ้าง" เขาถาม เสียงของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนเคย หากแต่มีความลึกซึ้งและระมัดระวังอย่างน่าประหลาด
"วันที่หิมะตกหนัก... วันที่แม่บอกว่าเราต้องหนี" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความทรงจำที่เคยเลือนรางราวกับภาพฝัน ค่อยๆ ไหลกลับเข้ามาดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก "ฉันจำเสียงเปียโนได้ เสียงเพลงที่ผู้ชายคนนั้น... พ่อของคุณ... เป็นคนสอนฉันเล่น ท่านไม่ได้เป็นแค่พันธมิตรทางธุรกิจของพ่อฉัน ท่านเป็น... คนที่เคยอุ้มฉันในวันที่ฉันล้ม"
ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บ รินรดาหลับตาลง ปล่อยให้ภาพวันวานอันบริสุทธิ์ไหลผ่านเข้ามาในห้วงความคิด ความทรงจำของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยได้รับความรัก ความอ่อนโยน และสายใยครอบครัวที่สมบูรณ์ ก่อนที่โลกทั้งใบจะพังทลายลงด้วยคมกระสุนและเกมอำนาจของผู้ใหญ่
เอเดรียนไม่ได้ขัดจังหวะ เขาปล่อยให้เธอดำดิ่งลงไปในห้วงเวลานั้น มือใหญ่เอื้อมมากุมมือที่สั่นเทาของเธอไว้ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้หลังมือเธออย่างแผ่วเบา เป็นการปลอบโยนที่ไร้ซึ่งคำหวาน ทว่ากลับทรงพลังและลึกซึ้งจนคนฟังรู้สึกราวกับหัวใจถูกโอบอุ้มไว้ในอุ้งมือของเขา
"คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยความสับสนและตัดพ้อ "คุณจงใจขังฉันไว้ที่นี่ เพื่อค้นหาคำตอบเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม"
"ผมรู้ว่าตระกูลของเราเกี่ยวพันกันในอดีต รินรดา" เอเดรียนตอบตามตรง น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง "แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า... สายใยระหว่างคุณกับผม มันจะถูกผูกปมไว้ด้วยเลือดและคำสาบานของคนรุ่นก่อนลึกซึ้งถึงเพียงนี้"
ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบถ้อยคำชิดริมใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "พ่อของคุณหักหลังพ่อของผม... แต่คุณ... คุณคือสิ่งเดียวที่หลงเหลือมาจากความทรงจำที่งดงามที่สุดในวัยเด็กของผมเช่นกัน"
คำสารภาพนั้นทำให้ห้องสมุดทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความจริงที่ทั้งคู่ต้องแบกรับ รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาสสีเข้มของมาเฟียหนุ่ม เธอมองเห็นความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว และเงาสะท้อนของเด็กชายผู้สูญเสียทุกสิ่งในอดีตไม่ต่างจากเธอ
ความโกรธเกรี้ยวและความระแวงสงสัยที่เคยมี มลายหายไปเหลือเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงวิญญาณทั้งสองดวงเข้าด้วยกัน เอเดรียนดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอก อ้อมกอดที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนทางกายภาพ หากแต่เป็นความอบอุ่น ความมั่นคง และการปกป้องคุ้มครองที่เธอกำลังโหยหามาตลอดชีวิต
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นของสายใยและความทรงจำอันเปราะบาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบจากโถงทางเดินด้านนอก ฝีเท้าที่ไม่มีใครควรจะล่วงรู้ตำแหน่งของเซฟเฮาส์แห่งนี้
เอเดรียนผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว แววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นนักล่าผู้เยือกเย็นและเฉียบคมในพริบตาเดียว มือแกร่งชักอาวุธปืนพกออกมาจากสูทด้านในอย่างเงียบเชียบ ขณะที่รินรดาถูกผลักให้ไปหลบอยู่ด้านหลังชั้นหนังสือเก่า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... ช้าๆ แต่หนักแน่น และก่อนที่เอเดรียนจะทันได้เหนี่ยวไก ประตูไม้บานหนาก็ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดสูทสีเข้มผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้า—บุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับเมื่อยี่สิบปีก่อน
"สวัสดี ลูกชาย... พ่อกลับมาแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งปรารถนากับผมด้วยนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 27
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!