รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 2

หญิงสาวไร้ที่มา

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงเหล็กดัดบานเกล็ดบิดตัวลั่นเอี๊ยด ภายใต้แรงถีบมหาศาลที่ทำลายกลอนประตูหลังร้านจนกระเด็นหลุดติดมือ ปลอกกระสุนโลหะสะท้อนแสงไฟนีออนวับวามในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบงันถูกกระชากกระชั้นด้วยความตาย ศิลาไม่แม้แต่จะกะพริบตา มือข้างที่โอบกระชับเอวบางของรินรดาไว้ตวัดรวบตัวเธอให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งยิ่งขึ้นโดยสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงพาพวกเขาทั้งคู่พุ่งไถลหลบพ้นวิถีกระสุนชุดแรกที่เจาะทะลุกระจกตู้โชว์ลายสักแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นดินปืนฉุนกึกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนในพริบตา "อยู่เงียบๆ นะครับคนสวย..." ศิลา กระซิบชิดริมหูของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบราวใบมีดโกนที่เพิ่งผ่านการลับคม มืออีกข้างสลัดมีดพับด้ามโลหะออกด้วยความคล่องแคล่ว ปลายคมกริบสะท้อนแสงสีแดงระเรื่อจากป้ายไฟหน้าร้าน รินรดาไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอหรี่ลงประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเตือนให้รู้ว่า ชายฉกรรจ์สามคนที่ยืนตระหง่านอยู่หลังกลุ่มควันจางๆ นั้นไม่ใช่แค่พวกนักเลงปลายแถว ท่าทางการจับปืน การยืนคุมเชิง และรอยแผลเป็นบนสันจอกของหัวหน้าทีมบ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันคือ "หน่วยล่าสังหาร" มืออาชีพ "นายพาตัวเองเข้ามาอยู่ในวงจรอะไรกันแน่ ศิลา..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบเย็นเยียบ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "คำถามนั้นผมควรเป็นคนถามคุณมากกว่านะครับ รินรดา... ผู้หญิงที่แบกกระสุนฝังในหัวไหล่และรอยแผลเป็นจากการถูกไล่ล่าระดับนี้ ไม่น่าจะเดินเข้ามาหลบฝนในร้านสักธรรมดาๆ ของผมได้" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายก็ตาม ปัง! ปัง! กระสุนเจาะทะลุเคาน์เตอร์ไม้สักทองเสียงดังสนั่น เศษไม้และผงขี้เลื่อยกระจายฟุ้ง ศิลาไม่รอช้า เขาใช้น้ำหนักตัวพารินรดาพุ่งหลบหลังเสาปูนเปลือยโครงสร้างร้าน ขณะเดียวกันก็ดีดตัวสวนกลับด้วยการซัดมีดพับในมือออกไปอย่างแม่นยำ ปลายคมมีดเฉียดใบหูของชายชุดดำคนแรกที่โผล่เข้ามาจนมันต้องเบี่ยงตัวหลบหัวซุกหัวซอน เปิดช่องว่างให้ศิลาพุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตา การต่อรบระยะประชิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ศิลาใช้ทักษะการต่อสู้ที่ดิบเถื่อนและเด็ดขาด หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ลิ้นปี่ของชายฉกรรจ์คนแรกจนทรุดฮวบคะมำพื้น ก่อนจะคว้าปืนกลมือที่หลุดจากมือมันขึ้นมาตั้งลำกล้องอย่างรวดเร็ว ทว่าในจังหวะนั้นเอง ปลายกระบอกปืนอีกกระบอกหนึ่งจากเงาดำด้านหลังก็จ่อตรงมาที่ศีรษะของเขาอย่างพอดิบพอดี "แกจบแค่นี้แหละ ไอ้ช่างสัก..." เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟันของมือสังหารคนสุดท้าย เปรี้ยง! เสียงลั่นไอดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง ทว่ากระสุนกลับไม่ได้เจาะเข้าที่ร่างของศิลา ร่างของมือสังหารที่กำลังเหนี่ยวไกกลับสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโพ้างS ก่อนที่ร่างมหึมาจะล้มฟุบลงกองกับพื้น เผยให้เห็นเงาร่างระหงของรินรดาที่ยืนถือปืนพกเก็บเสียงกระบอกเล็กสתดรอยควันจางๆ ไว้ในมือ นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอนิ่งสนิทไร้ความปรานี ศิลาหันกลับมามองคู่หูจำเป็นชั่วคราวด้วยแววตาที่ฉายความประหลาดใจระคนทึ่ง เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาทวีความเข้มข้นขึ้นจนสัมผัสได้ในบรรยากาศอึมครึม รินรดากวาดสายตามองศพทั้งสามบนพื้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะหันมาสบตากับเขาตรงๆ "ฝีมือใช้ได้นี่ครับ... สำหรับช่างสัก" เธอยกยิ้มเยาะเล็กน้อยที่มุมปาก น้ำเสียงกวนประสาททำเอาศิลาถึงกับหลุดหัวเราะในลำคอ "คุณต่างหากที่ทำให้ผมประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดา" ศิลาขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนระยะห่างแทบไม่เหลือ พื้นที่รอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กลิ่นอายเลือดและดินปืนไม่อาจกลบกลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างของหญิงสาวได้เลย เขายื่นมือออกไปแตะรอยแผลที่ต้นแขนของเธอเบาๆ สัมผัสได้ถึงความเกร็งของกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้า "บาดแผลนี่... ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทั่วไปแน่นอนครับ มันคือร่องรอยของกระสุนปืนรังสีอินฟราเรดจากหน่วยงานเฉพาะกิจ" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ นัยน์ตาสั่นไหววูบหนึ่งราวกับความทรงจำบางอย่างพยายามทะลักผ่านกำแพงความจำเสื่อมที่เธอสร้างขึ้น แต่มันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยความเย็นชาตามเดิม เธอยกมือขึ้นปัดมือของชายหนุ่มออกอย่างไม่แยแส "อย่าล้ำเส้นศิลา นายรู้น้อยเกินไปเกี่ยวกับตัวฉัน มันจะพาให้นายตายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น" "แต่ตอนนี้เราอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้วนะครับ" ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมกريบสะท้อนภาพเงาของเธออย่างชัดเจน "ไม่ว่าคุณจะหนีอะไรมา หรือใครกำลังตามล่าคุณอยู่ ความลับนั้นจะต้องถูกเปิดเผยที่นี่... ในร้านของผม" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจใต้ร่องอกเต้นระรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากกลุ่มมือสังหารเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแววตาพราวระยับที่แฝงความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังของชายหนุ่มตรงหน้าต่างหากที่กำลังแผดเผาความรู้สึกของเธอจนแทบหลอมละลาย ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnคำพูดใดออกมามากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลที่ติดตั้งไว้รอบร้านก็ดัง "ตี๊ด... ตี๊ด..." แผ่วเบา แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวพลิกผันเป็นวิกฤตอีกครั้ง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นมาอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่กระพริบถี่รัว *[พิกัดเป้าหมายถูกล็อก: ตรวจพบสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวในรัศมี 500 เมตร จำนวน 12 จุด]* ศิลาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มมุมปากหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความสุขุมเยือกเย็นของนักล่ามือฉกาจ เขาเอื้อมมือไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำมาสวมทับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปคว้าข้อมือเรียวบางของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ "ดูเหมือนว่าแขกชุดดำสามคนเมื่อครู่จะเป็นแค่ 'ชุดเบิกทาง' นะครับ..." ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาสีเข้มมองตรงไปยังประตูหน้าร้านที่เงาตะคุ่มนับสิบกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางทางออก "ตอนนี้... เกมไล่ล่าของจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นแล้วครับคนสวย" รินรดาไม่ขัดขืน เธอกระชับปืนในมือแน่นขึ้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวเช่นกัน "งั้นก็แสดงให้ฉันดูหน่อยสิครับ... ว่าฝีมือช่างสักอย่างนาย จะคมกริบพอที่จะพาฉันรอดออกไปจากที่นี่ได้หรือเปล่า" ทั้งสองคนเคลื่อนตัวไปยังประตูลับด้านหลังที่เชื่อมต่อกับอุโมงค์ใต้ดินเก่า ทว่าในจังหวะที่ศิลากำลังจะผลักบานประตูเหล็กออกนั้นเอง แสงไฟนีออนทั่วทั้งร้านก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาประชิดตัวในความเงียบงัน และเสียงกระซิบกระชากหัวใจที่ดังลั่นมาจากความมืดเบื้องหน้า... "เจอตัวแล้ว... เป้าหมายทั้งสองคน" ขอบพระคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%