กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำมันหล่อลื่นเกรดสูงคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานใต้ดิน แรงดันในเตาเผาเวทมนตร์มานาขั้นกลางสั่นกระเพื่อมจนหน้าปัดมาตรวัดเข็มสั่นระริก สีหน้าของกรยังคงนิ่งสนิทไร้อารมณ์ตามเคย ดวงตาสีเข้มจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ลอยอยู่เบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวขยับลากเส้นผ่าศูนย์กลางของโครงสร้างโลหะผสมในระบบจำลองสามมิติอย่างแม่นยำ ทุกตัวเลขและสูตรทางคณิตศาสตร์ถูกคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อลดอัตราความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด
สำหรับนักประดิษฐ์แล้ว ความสมบูรณ์แบบไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่เกิดจากความใส่ใจในรายละเอียดที่คนอื่นมองข้าม
"คำนวณแรงเหวี่ยงพลาดไปสามเปอร์เซ็นต์ ถ้าใช้ขึ้นรูปชิ้นส่วนนี้กับ ‘ทั่งเหล็กนิลกาฬ’ โครงสร้างโมเลกุลของแร่จะเกิดรอยร้าวระดับไมโครทันทีเมื่อรับแรงกระแทกเกินห้าร้อยกิโลปาสคาล... สมควรปรับแก้ค่าความหนาแน่นลงอีกศูนย์จุดสองมิลลิเมตรสินะครับ"
กรพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางใช้นิ้วแตะแก้ไขโค้ดการขึ้นรูปไอเทมในระบบคราฟต์ ระบบ VRMMO ของเกมนี้ไม่ได้อนุญาตให้ผู้เล่นสร้างสิ่งของตามใจชอบแบบไร้ขีดจำกัด แต่มันใช้หลักการฟิสิกส์และอุณหพลศาสตร์ที่สมจริงเป็นตัวกำหนด ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจของผู้สร้างอย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสนุกกับการท้าทายขีดจำกัดของตัวเองในโลกใบนี้
ทว่า ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะกดบันทึกแบบแปลนชิ้นส่วนสุดท้าย ประตูห้องทำงานที่ลงเวทมนตร์ล็อกหนาแน่นถึงสามชั้นกลับถูกเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
ไม่มีเสียงกลอนประตูดีดตัว ไม่มีเสียงบานพับเสียดสี มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านเข้ามาในห้องอับทึบ พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าที่ตัดกับกลิ่นโลหะอย่างสิ้นเชิง
กรไม่1สะดุ้งตกใจ เขารู้สึกตัวตั้งแต่แรงดันอากาศรอบตัวเปลี่ยนไปแล้ว ดวงตาสคมกริบเหลือบมองไปยังเงาร่างระหงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูงตรงมุมห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้
เซเลสเต้... อาจารย์สาวลึกลับผู้กุมกุญแจไขปริศนาหลายอย่างในเกมนี้ เธอยังคงสวมชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองระยิบระยับ เส้นผมสีเงินยวงทิ้งตัวยาวคลอเคลียไหล่บาง รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากนั้นยากจะคาดเดาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
"การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยโลหะในบรรยากาศมืดมนแบบนี้ มันไม่ค่อยเข้ากับความงดงามของเธอเลยนะ เจ้าหนูนักคราฟต์" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความขี้เล่นเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบภายในห้อง
กรถอนหายใจเบาๆ ปิดหน้าจอโฮโลแกรมลงครึ่งหนึ่งก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "ถ้าเป็นการบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลอย่างไรมารยาท ผมว่าระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้าดาวของกิลด์ควรจะถูกปลดระวางแล้วล่ะครับ อาจารย์"
"โอ้ อย่าใจร้ายนักเลยน่า ฉันอุตส่าห์ฝ่าด่านค่ายกลเวทมนตร์กระจкуทิศเข้ามาเพื่อเตือนภัยเธียวนะ" เซเลสเต้หัวเราะคิกคัก ดวงตาสีฟ้าใสพราวระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังสนุกกับการเล่นซน ทว่าในวินาทีต่อมา บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไป เหลือเพียงแววตาสีจริงจังที่กดดันจนกรต้องหรี่ตาลง
"ภัยคุกคาม?" กรทวนคำ น้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่สมองเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว "ถ้าพูดถึงสถานการณ์ในเมืองหลวงตอนนี้ อัตราการซื้อขายแร่เวทมนตร์พุ่งสูงขึ้นผิดปกติ สามวันก่อนเพิ่งมีประกาศปิดเขตการค้าทางเหนือ... หรือว่าเรื่องนั้นจะเกี่ยวโยงกับเบื้องหลังของกิลด์ใหญ่?"
"มากกว่านั้นเยอะ..." เซเลสเต้ลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของกร ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนเศษแร่ไทเทเนียมที่วางอยู่บนโต๊ะ "สิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นใต้รากฐานของมหานครเซนต์เทรีย ไม่ใช่แค่กิลด์ผู้เล่นหน้าเลือดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็น 'เศษเสี้ยวความทรงจำ' ของยุคสงครามบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ พวกมันกำลังกัดกินมานาของเมืองหลวงจากข้างล่างจนกลวงหมดแล้ว"
กรขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เควสต์ระดับปกติทั่วไป ระบบเนื้อเรื่องหลักกำลังขยับตัวอย่างเงียบเชียบ และข้อมูลที่เซเลสเต้นำมามักจะมีน้ำหนักมหาศาลเสมอ "แล้วทำไมอาจารย์ถึงต้องมาบอกผม? คนที่เก่งเรื่องการต่อสู้ในเกมนี้มีตั้งเยอะแยะ"
"เพราะพวกนักรบสมองกลพวกนั้นรู้จักแต่การใช้ดาบฟันศัตรูไงล่ะ" เซเลสเต้แย้มยิ้มมุมปาก โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนกรได้กลิ่นหอมจางๆ "แต่คนที่เข้าใจ 'โครงสร้าง' และสามารถซ่อมแซมรอยต่อของโลกใบนี้ได้ มีเพียงช่างตีเหล็กหน้าตายอย่างเธอต่างหาก... กร"
หญิงสาวเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับต้องการค้นหาความตั้งใจจริงบางอย่าง ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ
มันคือแผ่นโลหะรูปทรงประหลาดสีดำสนิท พื้นผิวสลักลวดลายอักษรโบราณที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ทันทีที่มันสัมผัสกับพื้นโต๊ะ ระบบแจ้งเตือนในหัวของกรก็ดังขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
[ติ๊ง! ผู้เล่น 'กร' ได้รับไอเทมพิเศษ: 'เศษชิ้นส่วนสนิมแห่งปฐพี' (เงื่อนไขซ่อนเร้น)]
[คำเตือน: ไอเทมนี้เชื่อมโยงกับเขตแดนต้องห้าม 'เตาหลอมบรรพกาล' ระดับความอันตราย: SSS]
กรก้มมองแผ่นโลหะชิ้นนั้น นัยน์ตาฉายประกายครุ่นคิดอย่างรอบคอบ เขาไม่ได้รีบหยิบมันขึ้นมาทันทีเพราะรู้ดีว่าทุกการกระทำในเกมระดับสูงย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
"นี่คือเบาะแสเกี่ยวกับ 'ค้อนบรรพกาล' ในตำนานที่สาบสูญไปเมื่อสามร้อยปีก่อน..." เซเลสเต้กระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "ถ้าเธออยากได้เครื่องมือชิ้นนั้นมาไว้ในครอบครองเพื่อสร้างไอเทมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบ... ก็จงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า ประตูแห่งมหานครจะถูกปิดตาย และ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' จะก้าวเท้าขึ้นมาสู่โลกเบื้องบน"
พูดจบ ร่างของเซเลสเต้ก็เริ่มโปร่งแสงและสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ ราวกับเธอมิได้เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และแผ่นโลหะสีดำสนิทที่ยังคงเรืองแสงกระพริบช้าๆ บนโต๊ะทำงาน
กรยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาจดจ้องไปยังเศษโลหะชิ้นนั้น สมองคำนวณความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างรวดเร็ว ปัญหากำลังจะมาเคาะประตูบ้าน และเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเตรียมรับมือมันด้วยค้อนและทั่งคู่ใจ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแผ่นโลหะ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่แปลกประหลาดกว่าทุกครั้งก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากภารกิจของเกม แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับระบบรากฐานที่ระบุตัวตนของเขาโดยตรง
[ประกาศจากระบบแกนกลาง: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ต้องห้าม 'คลังแสงลับใต้ดิน' โดยบุคคลภายนอก]
[รหัสยืนยันตัวตนของผู้บุกรุกตรงกับ: ข้อมูลชีวมิติของ 'ผู้สร้าง' ที่สูญหายเมื่อสามร้อยปีก่อน]
[คำเตือนสุดท้าย: ประตูห้องใต้ดินกำลังถูกเปิดออก... และสิ่งที่อยู่ข้างใน ไม่ใช่ผู้เล่น หรือ NPC ทั่วไป]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 6
คำเตือนจากเงาปริศนา
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!