เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อกับนายนักฟิสิกส์จอมตรรกะ•ตอนที่ 2

ทฤษฎีความวุ่นวายในห้องแล็บ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"บอกแล้วไงครับว่าธูปสามดอกปักกลับหัวไม่ได้ช่วยให้อัตราการนำความร้อนของทองแดงเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด... นอกเสียจากว่าคุณมินตราอยากให้โต๊ะทำงานของภาควิชาฟิสิกส์กลายเป็นกระถางธูปกลายพันธุ์" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของดร.อคินที่ก้าวเข้ามาในห้องแล็บวิจัยC-4 พร้อมสมุดบันทึกปกหนังในมือ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมมองตรงไปยังโต๊ะทดลอง ซึ่งตอนนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นแท่นพิธีขนาดย่อม มีทั้งแก้วน้ำแดง น้ำอัดลมสีเขียว และธูปหอมที่ถูกจุดควันโขมงจนเครื่องตรวจจับควันแทบจะร้องลั่น มินตราสะดุ้งสุดตัว รีบเอาตัวบังโต๊ะพัลวัน ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความขัดแย้งระหว่างความอับอายกับความโกรธ "นี่! ดร.อคินคะ... เอ๊ย ดร.อคินครับ! ใครอนุญาตให้เดินเข้ามาเสียงดังแบบนี้คะ... แบบนี้ครับ!" มินตราเผลอเสียงสูงจนเกือบหลุดสำเนียงคุ้นเคย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติใหม่ "แล้วนี่มันเรื่องส่วนตัวนะ โปรเจกต์งานมหกรรมวิทย์ที่จะถึงนี้ เราต้องทำบูธร่วมกันก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์มาบูลลี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันเคารพรักนะคะ!" อคินถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังเผชิญหน้ากับนักศึกษาปีหนึ่งที่ส่งสมการผิดตั้งแต่บรรทัดแรก เขาวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะหยิบเครื่องวัดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Gaussmeter) ออกมาอย่างไร้ปฏิกิริยาตื่นเต้นกับเครื่องเซ่นไหว้ตรงหน้า "ผมไม่ได้บูลลี่ความเชื่อส่วนบุคคลครับมินตรา แต่ผมกำลังใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และตรรกะพื้นฐานมาวิเคราะห์ความน่าจะเป็น" อคินเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทดลอง กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษตำราและกาแฟดำลอยแตะจมูกมินตราจนเธอต้องผถ่าถอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่าการไหว้ศาลพระภูมิหน้าคณะด้วยขนมชั้นเก้าชั้น จะช่วยให้ระบบจำลองการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (Simple Harmonic Motion) ในบูธของเราทำงานเสถียรขึ้น?" "ก็ไม่แน่หรอกน่า!" มินตราเถียงคอเป็นเอ็น มือเรียวรีบหยิบธูปที่ปักในแก้วกาแฟพลาสติกออก "นี่เรียกว่าการเสริมพลังงานบวก (Positive Energy) ต่างหากล่ะคะคุณนักฟิสิกส์ผู้ไร้หัวใจ! รู้จักคำว่า 'มูเตลู' บ้างไหมเนี่ย โลกนี้น่ะมันมีพลังงานลี้ลับที่วิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ตั้งเยอะนะ" "ถ้าวิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ นั่นไม่ได้แปลว่ามันไม่มีคำอธิบายครับ... มันแปลแค่ว่า 'ข้อมูล' ที่เรามีตอนนี้ยังไม่เพียงพอต่างหาก" อคินหรี่ตามองพานผลไม้บนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบส้มสีทองลูกหนึ่งขึ้นมาพิจารณา "อย่างเช่นส้มลูกนี้ ตามหลักสถิติแล้ว ความน่าจะเป็นที่คุณจะปอกเปลือกแล้วเจอหนอนมีค่าสูงกว่าการที่คุณขอพรให้โปรเจกต์ผ่านโดยไม่ต้องแก้โค้ดโปรแกรมสามรอบเสียอีก" "อีตาบ้าอคิน! นี่คุณแช่งฉันเหรอ!" มินตราปัดมือเขาออกด้วยความหมั่นไส้จนส้มเกือบกลิ้งตกโต๊ะ แต่ดีที่อคินคว้าไว้ได้ทันด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วราวกับถูกฝึกมาอย่างดี "ระวังหน่อยครับ ส้มลูกนี้มีโมเมนตัมเชิงมุมนะ ถ้าตกพื้นพลังงานจลน์จะเปลี่ยนรูปเป็นเสียงและความเสียหายทันที ซึ่งผมขี้เกียจทำความสะอาด" อคินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มินตรารู้สึกว่ามันช่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปสองวินาทีเต็มๆ แบบไม่มีสาเหตุ ห้องแล็บกว้างขวางกลับรู้สึกแคบลงถนัดตาเมื่อพวกเขายืนใกล้กันขนาดนี้ มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองใบหน้าคมคายที่มักจะซ่อนอยู่หลังตำราฟิสิกส์เล่มหนา ยอมรับตามตรงว่าถึงเขาจะปากร้ายและยึดติดกับทฤษฎีจนน่ารำคาญ แต่อคินในยاعاتที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวและตั้งใจอธิบายเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลย "เอาล่ะๆ เลิกเถียงเรื่องงมงายแล้วมาดูนี่ดีกว่าครับ" อคินเปลี่ยนโหมดเป็นโหมดจริงจังอย่างรวดเร็ว เขาผายมือไปยังคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าจอใหญ่ ซึ่งตอนนี้รันโปรแกรมจำลอง 3D ของบูธนิทรรศการ "มหกรรมวิทยานิพนธ์และนวัตกรรมแห่งชาติ" ที่เหลือเวลาอีกแค่เจ็ดวันในการเตรียมตัว มินตราขยับเข้าไปใกล้หน้าจอ ลืมเรื่องธูปเทียนชั่วขณะ "ไหนคะ? โปรแกรมจำลองที่คุณโม้ไว้เมื่อวานใช้งานได้จริงหรือยัง?" "ระดับผมแล้ว ไม่มีคำว่าเกือบครับ" อคินก้มลงพิมพ์คีย์บอร์ดด้วยความคล่องแคล่ว นิ้วเรียวยาวขยับพลิ้วไหวบนแป้นพิมพ์ "เราจะใช้หลักการ 'Chaos Theory' หรือทฤษฎีความวุ่นวายมาเป็นธีมหลักของบูธ... เราจะแสดงให้ผู้คนเห็นว่า ภายใต้ความโกลาหลและความไม่แน่นอนของธรรมชาติ มันมีระเบียบและสมการทางคณิตศาสตร์ซ่อนอยู่เสมอ เหมือนกับ..." อคินชะงักไปนิดนึงเมื่อหันมาสบตากับมินตราที่ยืนอยู่ใกล้จนไหล่แทบจะชนกัน "...เหมือนกับอะไรคะ?" มินตราถามเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสนิมเหล็กหลังกรอบแว่นคู่นั้น "เหมือนกับความสัมพันธ์ของเราสองคนมั้งครับ..." อคินพึมพำเบาๆ ประโยคหลังเกือบจะกลืนหายไปในอากาศ แต่ความเงียบในห้องแล็บทำให้มินตราได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ ใบหน้าของมินตกกระพริบตาปริบๆ เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนพวงแก้มจนแดงก่ำ ร้อนผ่าวราวกับโดนไมโครเวฟความร้อนสูงยิงใส่ เธออ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็หาคำพูดไม่เจอ ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นขี้ผึ้ง ก่อนที่บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความประหม่าเกินกว่าจะรับมือ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกัน *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูห้องแล็บเปิดผางออกโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างของรุ่นน้องปีสามผู้ช่วยวิจัยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ "ดร.อคินครับ! พี่มินตราครับ!แย่แล้วครับ!" รุ่นน้องร้องลั่นห้อง "มีอะไร สติครับสติ หายใจเข้าลึกๆ แบบกระบวนการออกซิเดชัน..." อคินปรับสีหน้ากลับสู่โหมดอาจารย์ผู้สุขุมทันที "ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของงานมหกรรมวิทย์... โดนไวรัสโจมตีครับ! ข้อมูลจำลองโปรเจกต์ทั้งหมดของทุกคณะ รวมถึงบูธ 'ความวุ่นวายในจักรวาล' ของเรา ถูกล็อกเข้ารหัสเรียบร้อยแล้วครับ!" มินตราตาโตอุทานลั่น "หา! ว่าไงนะ!" เธอหันขวับไปมองหน้าอคินทันที อคินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากดแป้นพิมพ์รัวเร็วยิ่งกว่าเดิม หน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏหน้าต่างสีดำทมิฬพร้อมข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบเตือนเป็นจังหวะ บนหน้าจอแสดงเวลานับถอยหลังถอยหลัง 60 นาที พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาอคินถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม *[ ถ้าอยากได้ข้อมูลคืน จงตอบคำถามข้อนี้ให้ถูกต้อง: "รักแท้" มีค่าความน่าจะเป็นเท่ากับศูนย์ในทางฟิสิกส์จริงหรือไม่? ]* มินตราอ้าปากค้าง หันไปมองหน้าดร.อคินที่นิ่งอึ้งไปเป็นครั้งแรกในรอบปี ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปของชายหนุ่มจะคลี่ยิ้มจางๆ ออกมา ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังเผาไหม้ทุกวินาที ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "วิทยาศาสตร์รอบตัว" นะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อกับนายนักฟิสิกส์จอมตรรกะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%