“คุณกานต์ ถ้าเครื่องวัดนั่นยังบอกว่าแถวนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ผมแนะนำให้คุณเลิกมองจอมอนิเตอร์แล้วหันมามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน เพราะไอ้ ‘ความว่างเปล่า’ ที่คุณเห็นน่ะ มันกำลังกลืนกินแสงจากตะเกียงของผมไปทีละนิดแล้วครับ”
รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่รุนแรง เขาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าช่องว่างระหว่างต้นไทรยักษ์สองต้นที่บิดเบี้ยวผิดรูป มือขวาของเขากุมด้ามมีดอาคมที่ห่อหุ้มด้วยผ้าสายสิญจน์เก่าคร่ำคร่าแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
ดร.กานต์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขายกแท็บเล็ตที่มีเซนเซอร์เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความละเอียดสูงขึ้นส่องไปทางรอยแยกนั้น คิ้วของวิศวกรหนุ่มขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม
“มันไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ รณภพ” กานต์ตอบเสียงเข้ม แม้เหงื่อจะซึมตามไรผม “ค่าความหนาแน่นของอากาศที่นี่ต่ำผิดปกติ แต่ตัววัดสเปกตรัมของผมกลับรายงานว่า ‘สถานะปกติ’ เหมือนเรากำลังยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน ไม่ใช่กลางป่าอาถรรพ์แบบที่คุณป่าวประกาศ... หรือว่าอุปกรณ์ของผมมันเสียเพราะอำนาจแม่เหล็กบางอย่างกันแน่?”
“โลกของคุณมีหน่วยวัดทุกอย่างครับ ตั้งแต่นิวตันไปจนถึงแอมแปร์” รณภพหันกลับมามองกานต์ ดวงตาคมปลาบของพรานหนุ่มสะท้อนเงาความเหนื่อยล้า “แต่ที่นี่... กฎฟิสิกส์ที่คุณศรัทธาเป็นเพียงอากาศธาตุ มันคือรอยแยกสีนิล สิ่งที่อยู่หลังม่านนั้นไม่ใช่ทั้งสสารและพลังงาน แต่มันคือ ‘เจตจำนง’ ของผู้ที่จากไปโดยไม่ยอมไปเกิด”
รณภพหยิบกำไลลูกประคำเก่าๆ ออกมาจากย่าม เขาเริ่มบริกรรมคาถาเสียงพึมพำแผ่วเบา แต่ทว่าในความเงียบสงัดของป่าลึก เสียงนั้นกลับดังก้องราวกับขยายผ่านลำโพงทรงพลังทันทีที่มนตราเริ่มทำงาน อากาศโดยรอบเริ่มสั่นไหวเหมือนภาพในจอที่สัญญาณขาดหาย รอยแยกสีนิลกลางอากาศเริ่มขยายกว้างออก เหมือนรอยแตกของกระจกที่ถูกกระแทก
“หยุดเดี๋ยวนี้!” กานต์ร้องเสียงหลง เมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ตพุ่งทะลุขีดจำกัดจนหน้าจอขึ้นสีแดงก่ำ “เครื่องวัดค่าอนุภาคของผมมันฟ้องว่ามวลสสารรอบตัวคุณกำลังถูกดึงดูดเข้าสู่จุดศูนย์กลาง! คุณกำลังทำอะไรกันแน่ รณภพ! คุณกำลังฉีกมิติหรือทำลายสมดุลของธรรมชาติ!”
“ผมกำลังเปิดตาให้คุณเห็นโลกในอีกมุมหนึ่งครับ ดร.กานต์” รณภพตอบโดยไม่ละสายตาจากรอยแยก “ถ้าคุณอยากจะหาความจริง คุณต้องกล้าที่จะเผชิญกับความผิดปกติ ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าดูตัวเลขที่ระบบของคุณปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง”
บรรยากาศรอบข้างพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นของป่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นธูปหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินกลบหน้า เสียงแมลงป่าเงียบสนิทลงในฉับพลัน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกานต์ รณภพก้าวเข้าไปใกล้รอยแยกนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนเงาร่างของเขาเริ่มบิดเบี้ยวและจางหายไปในความมืดมิดของรอยแยก
กานต์ก้าวตามไปโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อเขาเอื้อมมือจะคว้าไหล่พรานหนุ่ม นิ้วของเขากลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบประหลาด—ความเย็นที่ไม่ใช่แค่ทางกายภาพ แต่มันเหมือนความรู้สึกเศร้าสร้อยที่แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจจนเขาตัวสั่นสะท้าน
“รณภพ... คุณเห็นอะไรในนั้น?” กานต์ถามเสียงสั่น ความมั่นใจในตรรกะของวิศวกรสั่นคลอนอย่างรุนแรง
รณภพไม่ได้ตอบทันที เขายื่นมือผ่านรอยแยกสีนิลนั้นเข้าไป แสงจากตะเกียงของเขาหักเหจนดูเหมือนถูกดูดกลืน รณภพดึงบางสิ่งที่อยู่ภายในออกมา—มันเป็นแผ่นโลหะโบราณที่มีอักขระแปลกประหลาดสลักอยู่ แต่เมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก โลหะนั้นกลับค่อยๆ สลายกลายเป็นผุยผงสีดำสนิท
“ผมเห็น... ความล้มเหลวของผมเอง” รณภพเอ่ยเสียงแผ่วเบา “และผมก็เห็นว่าสิ่งที่กำลังรอเราอยู่ในส่วนลึกของเขตแดนสาบสูญนี้ มันไม่ใช่เรื่องของวิญญาณธรรมดา แต่มันคือโครงสร้างบางอย่างที่มนุษย์อย่างพวกเราไม่ควรเข้าไปแตะต้อง”
กานต์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเห็นบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังรอยแยกที่ค่อยๆ ปิดตัวลง มันไม่ใช่เงาดำ แต่มันคือภาพซ้อนทับของเหตุการณ์ในอดีต—ร่างของชายคนหนึ่งที่คุ้นตา เขากำลังถือเครื่องมือวัดค่าชนิดเดียวกับที่กานต์มีอยู่ในมือเป๊ะๆ เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือจากความว่างเปล่า
“นั่นมัน...” กานต์เบิกตากว้าง “นั่นมันศาสตราจารย์เมฆา... คนที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน! ทำไมเขาถึงไปอยู่ในนั้น!”
ก่อนที่รณภพจะทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา ทั้งสองคนหันขวับไปมองพร้อมกัน ในความมืดมิดของป่าลึก แสงไฟฉายของกานต์ส่องกระทบร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนถือบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่า ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเหมือนชายคนเดียวกับที่เพิ่งเห็นในรอยแยก—แต่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือดวงตาของชายผู้นั้น... มันเป็นสีนิลสนิท ไร้ซึ่งนัยน์ตาสีขาวโดยสิ้นเชิง
“พวกคุณมาสายเกินไป” เสียงของชายแปลกหน้าแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของหลุมศพ “รอยแยกนี้ไม่ได้เปิดให้คนนอกเข้ามา... มันเปิดไว้ให้คนข้างในออกไปต่างหาก”
รณภพกระชับมีดอาคมในมือแน่น สายตาส่งสัญญาณให้กานต์ถอยหลัง “ดร.กานต์ เตรียมเครื่องวัดค่าพลังงานของคุณให้พร้อม ถ้าคราวนี้ตัวเลขมันยังบอกว่าปกติ ผมแนะนำให้คุณเลิกเชื่อเครื่องมือ แล้วเริ่มสวดมนต์ได้เลยครับ”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เขตแดนอันตรายไปกับผมในตอนนี้นะครับ
พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ•ตอนที่ 4
รอยแยกสีนิล
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!