"ความลับใต้ดินที่คุณเพิ่งค้นพบ มันไม่ได้เปลี่ยนแค่โฉมหน้าโปรเจกต์นี้หรอกครับคุณธันวา... แต่มันกำลังจะฝังเราทั้งคู่ลงไปพร้อมกับซากประวัติศาสตร์บ้าๆ นี่ด้วยต่างหาก"
น้ำเสียงของรินรดาเย็นเยียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย ปลายเรียวนิ้วของเธอที่กำลังคีบแปลนโครงสร้างเก่าคร่ำคร่าสั่นไหวอย่างควบคุมได้ยาก แผ่นกระดาษไขสีเหลืองหม่นแผ่นนั้นถูกกางทับลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กลางห้องประชุมชั่วคราวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงจากการสำรวจ รอยหมึกสีแดงที่วงทับจุดพิกัดใต้รากฐานอาคารเดิมสะท้อนเข้าสู่ดวงตาคู่คมของวิศวกรหนุ่มผู้ยืนกอดอกนิ่งสนิท
ธันวาไม่ตอบทันที ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขานานหลายอึดใจ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บ่งบอกถึงกระบวนการทางความคิดที่กำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง สำหรับเขาแล้ว โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์ แรงโน้มถ่วง และตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่ไม่เคยโกหกใคร แต่สิ่งที่ปรากฏบนแผนผังใต้ดินแผ่นนี้ กลับท้าทายทุกกฎเกณฑ์ที่เขาเคยเชื่อมั่น
"ฟิสิกส์ไม่เคยโกหกเราครับรินรดา..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก สายตาคมกริบราวกับใบมีดเล่มงามตวัดขึ้นสบตากับเธอ "แต่คนต่างหากที่พยายามบิดเบือนตัวเลข เพื่อซ่อนความเน่าเฟะเอาไว้ใต้พรม... หรือในกรณีนี้ คือใต้ฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กที่ถูกคำนวณมาอย่างผิดเพี้ยนตั้งแต่วันแรก"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีด รินรดาแค่น1เสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เธอวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนธันวาต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"คุณจะมองทุกอย่างเป็นแค่เรื่องของสูตรคำนวณและตัวเลขไม่ได้นะครับธันวา!" รินรดาโพล่งขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน "โครงสร้างนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากแท่งปูนไร้วิญญาณ แต่มันถูกออกแบบมาให้โอบรับชีวิตของผู้คนที่เคยเดินผ่านเข้าออกที่นี่ มนุษย์ไม่ได้มีชีวิตอยู่ตามสมการคณิตศาสตร์ของคุณ ความรู้สึก ความทรงจำ และร่องรอยของอดีต มันคือสิ่งที่วิศวกรแบบคุณไม่มีวันเข้าใจ!"
ธันวาหรี่ตามองสถาปนิกสาวผู้เปี่ยมด้วยอารมณ์ศิลป์ เขารู้ดีว่าความดื้อรั้นและอุดมการณ์ที่สูงส่งเกินไปของเธอมักจะเป็นจุดอ่อน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือเสน่ห์อันตรายที่ดึงดูดสายตาของเขาให้ละไปจากเธอไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้ว่าวิถีทางของพวกเขาจะอยู่คนละขั้ว ราวกับน้ำกับไฟที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ก็ตาม
"ผมอาจจะไม่มีจิตวิญญาณศิลปินแบบที่คุณมี..." ธันวาโน้มตัวลงไปใกล้เธอช้าๆ จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับกรอบหน้าของหญิงสาว "แต่ถ้าผมปล่อยให้คุณใช้อารมณ์ความรู้สึกมาเป็นตัวนำในการออกแบบโครงสร้างเหนือหลุมหลบภัยที่กำลังจะทรุดตัวนี้ อาคารหลังนี้คงพังครืนลงมาก่อนที่จะตอกเสาเข็มต้นแรกเสียอีก... และเมื่อถึงเวลานั้น ไม่มีบทกวีหรือภาพร่างศิลปะชิ้นไหนหรอกครับ ที่จะช่วยชีวิตคนใต้ตึกนี้ไว้ได้"
คำพูดที่เฉียบคมและไร้เยื่อใยทำให้รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตไหววูบลงชั่วขณะ ภาพความล้มเหลวของครอบครัวในอดีต—วันที่บิดผู้เป็นสถาปนิกดื้อรั้นปฏิเสธที่จะฟังคำเตือนเรื่องโครงสร้าง จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตเธอ—ผุดขึ้นมาหลอนซ้ำในความทรงจำราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย
มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความแข็งกร้าว
"คุณกำลังดูถูกฉัน..." เธอกระซิบแผ่วเบa ร rริมฝีปากสั่นระริก "คุณคิดว่าฉันกำลังเอาชีวิตคนมาเดิมพันกับความฝันลมๆ แล้งๆ งั้นเหรอ"
"ผมไม่ได้ดูถูกคุณรินรดา..." ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อสังเกตเห็นประกายความเจ็บปวดที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้น แววตาของวิศวกรหนุ่มฉายความซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "แต่ผมกำลังปกป้องคุณ... และปกป้องโปรเจกต์นี้จากความจริงที่น่ากลัวเกินกว่าที่เราจะแบกรับไหว"
บรรยากาศภายในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ แรงปะทะทางความคิดและอุดมการณ์ทำให้คนทั้งสองยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างความเกลียดชังและความหลงใหลที่ซ่อนเร้น การทำงานร่วมกันในโปรเจกต์นี้กลายเป็นสงครามจิตวิทยาที่สูสีและอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด
ทันใดนั้นเอง...
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้สักเก่าแก่ที่มุมห้องเปิดออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบงัดของตึกร้าง ทั้งรินรดาและธันวาต่างผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของคนมืออาชีพสั่งให้พวกเขาระGusตัวขึ้นพร้อมกัน สายตาทั้งสองคู่หันขวับไปมองยังความมืดมิดของโถงทางเดินด้านนอก
ไม่มีแม้แต่เงาของสิ่งมีชีวิต... มีเพียงสายลมยามบ่ายที่พัดพาเอาฝุ่นผงละอองสุดท้ายเข้ามาปะทะกับใบหน้า
แต่ทว่า... บนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีรอยเท้าเปียกชื้นคู่หนึ่งปรากฏขึ้นใหม่ๆ เดินลากยาวตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุมแห่งนี้... และรอยเท้านั้น ไม่มีทางเดินย้อนกลับออกไปเลยแม้แต่น้อย!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวละครสีเทาเหล่านี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 3
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!