เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะประชุมไม้สักทอง ไม่ได้ดังพอจะกลบความเงียบอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องสถาปัตยกรรมชั้นสิบสองได้เลย
"โครงการ 'หุบเขาเงาจันทร์' กำลังจะพังเพราะทัศนคติโรแมนติกเกินไปของพวกคุณสองคน"
พงศธร หุ้นส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละสี่สิบของบริษัท ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าอิ่มเอิบภายใต้สูทแบรนด์เนมราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาหลังกรอบแว่นทองคำกวาดมองรinรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม สลับกับธันวาที่ยืนกอดอกพิงผนังกระจกด้วยท่าทีนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อน
รinรดานิ่งเงียบ เธอยังไม่ขยับตัว ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันเอง ปลายเรียวนิ้วของเธอเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะสามช้า สองเร็ว สะท้อนความไม่แยแสต่อการระเบิดอารมณ์ของชายวัยกลางคนตรงหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พงศธรพยายามแทรกแซงงานออกแบบ แต่มันเป็นครั้งแรกที่เส้นแบ่งระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจกับจิตวิญญาณของงานสถาปัตยกรรมถูกล้ำเส้นจนน่าเกลียด
"คุณพงศธรครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ปราศจากลมพัด "โครงสร้างเหล็กถัก (Space Frame) ที่เราออกแบบสำหรับโถงรับรอง ไม่ได้ใช้เพื่อความสวยงามตามอารมณ์ศิลป์อย่างที่คุณเข้าใจ แต่มันผ่านการคำนวณการรับแรงแผ่นดินไหวเผื่อไว้ถึง 1.5 เท่า ตามมาตรฐานวิศวกรรมสากล ถ้าคุณลดสเปกเหล็กตามที่บริษัทรับเหมา 'คนรู้จัก' ของคุณแนะนำ ความปลอดภัยทั้งหมดจะกลายเป็นศูนย์ทันที"
พงศธรแค่นAหัวเราะในลำคอ หันไปจ้องหน้าวิศวกรหนุ่มด้วยแววตาดูแคลน
"มาตรฐานสากลอะไรกันธันวา? นี่มันโปรเจกต์รีสอร์ตตากอากาศระดับไฮเอนด์ ลูกค้าเขาต้องการความโปร่งโล่ง สวยงาม หรูหรา ไม่ได้ต้องการสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน เหล็กที่คุณว่าหนานักหนานั่นน่ะ มันกินงบประมาณส่วนต่างที่พวกเราควรจะได้ไปเท่าไหร่ คุณรู้ไหมว่าต้นทุนเหล็กนำเข้ามันเบียดเบียนผลกำไรบริษัทไปมากแค่ไหนในไตรมาสนี้"
รinรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าม้าสะท้อนแสงไฟจากเพดาน เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ผลกำไรของบริษัท หรือตัวเลขในบัญชีลับที่คุณเพิ่งอนุมัติจ่ายให้บริษัทที่ปรึกษา 'ไม่มีตัวตน' เมื่อสามวันก่อนกันแน่คะ คุณพงศธร"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบทันที อุณหอกดูเหมือนจะลดต่ำลงหลายองศา
พงศธรชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว "คุณพูดเรื่องอะไร รinรดา? อย่ามาปรักปรำผมนะ ผมเป็นถึงผู้บริหาร คุณต่างหากที่ทำตัวมีปัญหา ถ่วงเวลาการก่อสร้าง ดึงดันจะใช้วัสดุแปลกประหลาดที่หาซื้อยาก เพื่ออะไร? เพื่อสนองนี้ดความเป็นศิลปินอินดี้ของตัวเองงั้นสิ!"
"วัสดุแปลกประหลาดที่คุณว่า คือหินภูเขาไฟท้องถิ่นที่ช่วยเก็บบำรุงรักษาอุณหภูมิภายในอาคารโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ มันคือการออกแบบที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ลูกค้าตกลงเซ็นสัญญากับเราตั้งแต่แรก" รinรดาลุกขึ้นยืน ชonสายตากลับอย่างไม่เกรงกลัว เธอสูงพอที่จะสบตากับเขาได้พอดี "แต่ดูเหมือนว่าคุณจะสนใจ 'ส่วนต่าง' จากผู้รับเหมาช่วง มากกว่าความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เราสองคนร่วมกันสร้างมากับมือ"
ธันวาขยับตัวจากการพิงผนัง ก้าวเข้ามาประชิดด้านข้างของรinรดาอย่างเงียบเชียบ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนรinรดาได้กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์เอกสาร—กลิ่นอายความปลอดภัยที่เธอคุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว
"คุณพงศธรครับ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าเดิม แต่แฝงแรงกดดันมหาศาล "ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงาน ผมมีอำนาจโดยชอบธรรมในการปฏิเสธวัสดุทุกชิ้นที่ไม่ได้มาตรฐาน และถ้าคุณยังพยายามแทรกแซงกระบวนการอนุมัติแบบนี้อีก ผมคงต้องเรียนปรึกษาคณะกรรมการบริหารชุดใหญ่ พร้อมกับแนบหลักฐานการโอนเงินระหว่างบัญชีส่วนตัวของคุณ กับบริษัท 'เอสเค คอนสตรัคชั่น' ที่ผมบังเอิญ... เอえ... ตรวจพบในระบบเมื่อคืนนี้"
ประโยคสุดท้ายของธันวาทำให้พงศธรถึงกับหน้าซีดเผือก ริมฝีปากหนาสั่นระริกโดยอัตโนมัติ เขาชี้หน้าธันวาด้วยมือที่สั่นเทา
"พวก... พวกคุณ... รวมหัวกันเล่นงานผมสินะ! คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะไล่ผมพ้นจากบริษัทได้รึไง หุ้นในมือผมมีมากกว่าพวกคุณสองคนรวมกันเสียอีก!"
"หุ้นอาจจะมากกว่าครับ" รinรดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับผู้พิพากษาประกาศคำพิพากษา "แต่ชื่อเสียงและความไว้วางใจของลูกค้า ถ้ามันพังลงเพราะความโลภของคุณ ต่อให้มีหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณก็เป็นแค่เจ้าของบริษัทที่ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย"
พงศธรกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นสุดขีด เขาคว้าแฟ้มเอกสารบนโตโยโยโตะฟาดลงพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะก้าวฉับๆ ไปที่ประตู หมุนตัวกลับมามองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"จำคำวันนี้ไว้ให้ดี รinรดา ธันวา... เกมนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอก"
ปัง!
ประตูห้องประชุมปิดกระแทกตามแรงอารมณ์ เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน ก่อนที่ความเงียบงันจะเข้าปกคลุมอีกครั้ง
รinรดายืนนิ่งอยู่กับที่ ลลมหายใจของเธอผ่อนออกมาช้าๆ อย่างเหนื่อยอ่อน แรงกดดันทั้งหมดที่แบกรับไว้ตลอดหลายสัปดาห์ทำให้ไหล่บางของเธอลู่ลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเอื้อมไปจับขอบโต๊ะเพื่อพยุงร่างที่เริ่มไร้เรี่ยวแรง
แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะทรุดลง ธันวาได้เอื้อมมือมาคว้าข้อศอกของเธอไว้เสียก่อน สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ต ส่งกระแสความอบอุ่นบางเบาเข้าสู่ผิวเนื้อ
"ไหวไหมครับ" เสียงทุ้มของชายหนุ่มอ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่หลังแววตานิ่งสงบ
รinรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนล้าที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็น
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ้ย... ไม่เป็นไรค่ะ... ฉันหมายถึง ไม่เป็นไรครับ" เธอกะพริบตาปริบๆ เมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดจังหวะ จนธันวาเผลอยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
"คุณเรียกแบบไหนก็ฟังดูเข้าท่าดีครับ" ธันวาพูดเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือจากข้อศอกเธออย่างสุภาพ "แต่เรื่องพงศธร... มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เขาคงไม่ยอมรามือแค่นี้แน่"
"ฉันรู้ค่ะ" รinรดากลับมาใช้น้ำเสียงมั่นคงอีกครั้ง เธอก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ "เขาต้องหาทางเล่นงานเราในจุดที่เราคาดไม่ถึงแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณก่อสร้างที่กำลังจะเบิกงวดถัดไป"
ธันวาพยักหน้ารับ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบระบบฐานข้อมูลความปลอดภัยอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวบนแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับกำลังเล่นเปียโน
"ผมจะล็อกระบบการเบิกจ่ายทั้งหมด ต้องใช้รหัสผ่านสองชั้นจากทั้งคุณและผมเท่านั้นถึงจะอนุมัติงวดงานได้ ไม่มีทางที่พงศธรจะเจาะ..."
เสียงกริ่งเตือนภัยดังลั่นขัดจังหวะขึ้นกะทันหัน!
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
ไฟฉุกเฉินสีแดงบนเพดานสลับกะพริบพรึบพรัับ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในห้องดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงสีแดงฉานสาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ให้ดูราวกับฉากในภาพยนตร์ระทึกขวัญ
ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนทันที "เกิดอะไรขึ้น? ระบบไฟสำรองถูกตัด?"
รinรดารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่สันหลัง ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมา เธอหันไปมองทางประตูห้องประชุมที่ปิดสนิท
ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางจะดังขึ้นตามมาด้วยเสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์:
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบการพยายามเข้าถึงห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์หลัก (Server Room) ชั้นใต้ดิน B2 โดยไม่ได้รับอนุญาต... รหัสผ่านถูกใช้งานโดย... บัญชีผู้ดูแลระบบสูงสุด]*
ธันวาหันขวับมามองรinรดา ดวงตาของวิศวกรหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หายากยิ่ง
"บัญชีผู้ดูแลระบบสูงสุดมีแค่สองคน..." ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำตึงเครียด "คือผม... กับพงศธร"
รinรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวในอกเมื่อตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว "แต่คุณนั่งอยู่ตรงนี้... และพงศธรเพิ่งเดินออกจากห้องนี้ไปไม่ถึงห้านาที"
ธันวาคว้ากุญแจสำรองบนโต๊ะทำงานด้วยความเร็วสูง คว้าแขนรinรดาให้วิ่งตามออกไปทันที
"ถ้าไม่ใช่พงศธร... แล้วใครคือคนที่ถือรหัสผ่านระดับนั้นอยู่ในเวลานี้?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
หวังว่าตอนนี้จะช่วยตรึงอารมณ์และสร้างความระทึกใจให้รี้ดเดอร์ทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 11
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!