"ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น... อย่าขยับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงันของโครงสร้างคอนกรีตเปลือย รินรดาผับร่างหันกลับไปตามสัญชาตญาณ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น แรงกระชากอันแข็งแกร่งจากด้านข้างก็ดึงตัวเธอหลบเข้าสู่มุมอับของเสาเข็มต้นใหญ่ ร่างของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นอายเฉพาะตัวของธันวา—กลิ่นฝนผสมกับกระดาษไขและน้ำมันเครื่อง—โอบล้อมเธอไว้ท่ามกลางความมืดมิด
ธันวาใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเธอไว้เบาๆ เพื่อกลั้นเสียงลมหายใจ ส่วนมืออีกข้างถือประแจเหล็กขนาดใหญ่เตรียมพร้อม แววตาของเขาภายใต้เงาสลัวมีความคมกริบและระแวดระวังอย่างถึงที่สุด
เสียงฝีเท้าคู่เดิมหยุดลงตรงบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ก้าว เสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นคอนกรีตดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท บรรยากาศภายนอกอาคารเริ่มแปรปรวน เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าและกระแสลมกรรโชกแรงบ่งบอกว่าพายุฤดูร้อนกำลังโหมกระหน่ำเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ
"คุณคิดว่าเราหนีพ้นหรือครับ... สถาปนิก" เสียงกระซิบแผ่วเบาริมใบหูของธันวาทำเอาขนลุกชัน ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อบุคคลปริศนาภายนอก แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดชนิดที่แนบชิดจนหัวใจของทั้งคู่เต้นแข่งกับเสียงฟ้าร้อง
รินรดาค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวดันมือของเขาออกอย่างนุ่มนวล แม้ในสถานการณ์วิกฤต ดวงตาคู่คมของเธอยังคงมีความดื้อรั้นฉายชัด เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม พยายามค้นหาคำตอบภายใต้ความเยือกเย็นที่เขาสวมทับไว้ตลอดเวลา
"ฉันไม่ได้หนี... ธันวา" เธอกระซิบตอบ น้ำเสียงมั่นคงแม้ลมหายใจจะกระชั้นชิด "ฉันแค่กำลังประเมินน้ำหนักของความเสี่ยง เหมือนที่คุณชอบทำกับตัวเลขโครงสร้างนั่นแหละครับ"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันจางๆ ท่ามกลางความมืด "ฟิสิกส์ไม่เคยโกหกใคร รินรดา... แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ กำลังโกหกตัวเองว่าสถานการณ์มันอยู่ภายใต้การควบคุม"
เสียงฝีเท้าด้านนอกเริ่มขยับอีกครั้ง พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องกวาดไปทั่วผนังปูนเปลือย แสงสีขาวนวลวาดผ่านความมืดเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายดซ่อนตัวทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงโดยอัตโนมัติเมื่อธันวาขยับกายเข้ามาบังร่างของเธอไว้มิดชิด ความอบอุ่นจากร่างกายของวิศวกรผู้เย็นชาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ถักทอความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทั้งอันตรายและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน
ไม่มีใครปริปากพูดอะไรอีก ความเงียบเข้าปกคลุมนอกจากเสียงลมพายุที่พัดโหมกระหน่ำจนโครงสร้างเหล็กสั่นสะเทือนเบาๆ แรงดันอากาศที่ลดต่ำลงทำให้บรรยากาศภายในอาคารอึมครึมและบีบคั้นอารมณ์ถึงขีดสุด
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ลำแสงไฟฉายด้านนอกอีกต่อไปแล้ว มันโฟกัสอยู่ที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยของสถาปนิกสาว
"ถ้าคนที่อยู่ข้างนอกนั่น เข้ามาเจอเราในสภาพนี้..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง "คุณคิดว่าเขาจะสนใจเรื่องแบบแปลนโครงสร้าง หรือจะสนใจเรื่องที่เรากำลังยืนกอดกันแน่นท่ามกลางพายุฝนมากกว่ากันครับ"
รินรดาสบตากลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดในสถานการณ์วิกฤตนี้กำลังทำลายกำแพงความเย็นชาและอีโก้ที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองอย่างช้าๆ
"คุณกลัวเหรอ... ธันวา" เธอถามกลับ น้ำเสียงเจือความท้าทายเล็กน้อย "วิศวกรผู้เชื่อมั่นในเหตุผลอย่างคุณ มีสิ่งที่เรียกว่า 'ความกลัว' ซ่อนอยู่ด้วยหรือครับ"
ธันวาไม่ตอบทันที เขาเคลื่อนมือข้างที่ว่างขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าตกใจจากชายผู้ยึดมั่นแต่กฎเกณฑ์และตัวเลข ทำเอารินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ผมไม่ได้กลัวคนข้างนอกนั้นเลยแม้แต่น้อย..." ธันวาหยุดเว้นจังหวะ สายตาทอดมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ สะท้อนประกายความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความสุขุมมาเนิ่นนาน "...แต่ผมกำลังกลัวใจตัวเอง ที่มันเริ่มอยากจะทำลายทุกทฤษฎีทางฟิสิกส์ เพื่อแลกกับการได้ยืนอยู่ใกล้คุณแบบนี้นานกว่าเดิมต่างหาก"
คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางเสียงพายุคำราม ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ความรู้สึกที่หลากหลายถาโถมเข้าใส่ ทั้งความสับสน ความหวั่นไหว และแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าที่อยู่ด้านนอกก็หยุดกริบลงตรงหน้าเสาต้นที่พวกเขาหลบอยู่พอดี ตามด้วยเสียงเคาะโลหะดัง *กริ๊ง...* เบาๆ เหมือนมีใครบางคนจงใจส่งสัญญาณ
และก่อนที่ธันวาจะทันได้ขยับตัวบังคับสถานการณ์ แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องทะลุกำแพงปูนเข้ามายังซอกมุมมืด เผยให้เห็นวัตถุปริศนาที่ถูกโยนกลิ้งเข้ามาหยุดแทบเท้าของรินรดา มันคือม้วนกระดาษไขพิมพ์เขียวเก่าคร่ำคร่าเปื้อนคราบสนิม ซึ่งมีลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงสดตัวโตเด่นชัดว่า...
*“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของตึกที่เธอออกแบบเอง... รินรดา”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 13
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!