เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 45

การทรยศ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
ปลายกระบอกปืนสีดำด้านของ “หน้ากากเงิน” จ่อตรงเข้าที่ขมับด้านซ้ายของศรุตอย่างมั่น ความเย็นเยียบของโลหะผสมไทเทเนียมตัดกับเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมของอดีตนายตำรวจสายสืบ ภายในห้องใต้ดินอันอับชื้นของคฤหาสน์ตระกูลบูรพา กลิ่นอับของฝุ่นผงและคราบสนิมคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอความตายที่ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความตายตรงหน้า กลับเป็นความเงียบงันที่กดทับหัวใจของรินทร์ รัตนโชติ จนแทบหยุดเต้น รินทร์ยืนนิ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราวสามเมตร มือทั้งสองข้างที่มักจะหยิบจับแว่นขยายและคีบหลักฐานด้วยความมั่นใจ บัดนี้กำลังกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เลือดในกายฉีดพล่านด้วยความโกรธเกรี้ยวและสำนึกแห่งความผิดพลาดที่กัดกินขั้วหัวใจ เขาก้าวพลาด... พลาดอย่างมหันต์ในเกมที่หน้ากากเงินเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขมาโดยตลอด “อย่าขยับเชียวนะครับ คุณรินทร์” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ลอดผ่านหน้ากากโลหะเงาวับนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มันไม่ใช่เสียงของการคุกคามธรรมดา แต่มันคือเสียงของฆาตกรผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกใบในสำรับ ศรุตยังคงนิ่งสงบ แม้ความตายจะอยู่ห่างเพียงมิลลิเมตร ดวงตาของอดีตนายตำรวจกวาดมองมารินทร์ด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง มันเป็นสายตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยคำเตือน... *อย่าหลงกลมัน* “ปล่อยเขาซะ หน้ากากเงิน” รินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนักสืบหนุ่มราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ใต้ความสุขุม “เป้าหมายของแกคือฉัน คนที่แกอยากพิสูจน์ว่ามีสติปัญญาเหนือกว่า คือฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องดึงคนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย” หน้ากากเงินหัวسอเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นสะท้อนก้องไปตามผนังคอนกรีตเปลือยเปล่าของห้องใต้ดิน “คนนอกงั้นหรือครับ?” ฆาตกรเอียงคอเล็กน้อย ท่าทางนั้นชวนให้รู้สึกขนพองสยองเกล้า “คุณรินทร์ครับ... คำว่า ‘คนนอก’ สำหรับคุณนี่ช่างมีความหมายแคบเสียเหลือเกิน ศรุตไม่ได้เป็นคนนอก เขาคือผู้ช่วยมือขวา คือคนที่คุณไว้ใจที่สุด และที่สำคัญที่สุด... เขาคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของคุณอย่างไรล่ะครับ” ปลายกระบอกปืนขยับเข้าไปใกล้ขมับของศรุตอีกนิดจนผิวเนื้อบุ๋มลงไป รินทร์รู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนหนักๆ มาทุบลงกลางอก ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว สมองของเขาย้อนกลับไปสู่วันวานอันเลวร้าย วันที่เขาเคยสูญเสียคนรักไปต่อหน้าต่อตาเพียงเพราะความหยิ่งทะนงในลอจิกของตัวเอง ความผิดพลาดครั้งนั้นสร้างแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางหาย และบัดนี้ ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยกับศรุต เพื่อนแท้เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ “แกต้องการอะไร สั่งมา” รินทร์กัดฟันกรอด สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยความเคียดแค้น “ง่ายมากครับ” หน้ากากเงินกล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศยามบ่าย “ผมต้องการให้คุณพิสูจน์ทฤษฎีที่น่าภาคภูมิใจของคุณ... หยิบปืนของคุณออกมา วางมันลงบนพื้น แล้วยิงเข่าขวาของตัวเองเสีย ถ้าคุณทำตามนี้ ผมจะไว้ชีวิตสุนัขรับใช้ของคุณ... สัญญาของลูกผู้ชายครับ” “รินทร์! อย่าทำเด็ดขาด!” ในที่สุดศรุตก็เปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงนั้นทรงพลังและเด็ดเดี่ยว แม้ว่าความตายจะจ่ออยู่ตรงหน้า “มันโกหก! แกอย่าไปเชื่อมัน! ถ้ามึงพิการ มึงก็ไม่มีทางจับมันได้! ปล่อยกูแล้วมึงจัดการมันเองสิวะ!” *ปัง!* เสียงปืนนัดหนึ่งดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องห้องใต้ดินจนแก้วหูแทบแตก กระสุนเฉี่ยวหัวไหล่ของศรุตไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร รอยกระสุนฝังลงบนผนังปูนเกิดควันจางๆ ลอยคละคลุ้ง ศรุตสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่สายตายังคงดุดันและจ้องมองรินทร์ด้วยความห่วงใยระคนโกรธเกรี้ยว “ผมเตือนแล้วนะครับว่าอย่าส่งเสียงดัง” หน้ากากเงินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาไร้ความปรานี “กระสุนนัดต่อไปจะไม่พลาดเป้าหมายเดิมแล้วนะครับ คุณรินทร์... เวลาของคุณเหลืออีกแค่สามวินาที สาม... สอง...” รินทร์ยืนนิ่ง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ลอจิกและหลักการทางวิทยาศาสตร์ถูกนำมาใช้ในเสี้ยววินาที หากเขายิงตัวเองตามคำสั่ง หน้ากากเงินอาจจะฆ่าพวกเขาทั้งคู่ทิ้งอยู่ดีเพราะไม่มีความจำเป็นต้องเก็บพยาน หากเขาพุ่งเข้าไปแย่งปืน ความเร็วของกระสุนย่อมเร็วกว่าการเคลื่อนไหวของมนุษย์ และศรุตจะตายในทันที ทว่า... ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น สายตาของรินทร์ก็เหลือบไปเห็นเงาสสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งพิงอยู่มุมห้องใต้ดิน—กระจกบานเดียวกับที่เคยใช้เป็นปริศนาในคดีห้องปิดตายเมื่อสัปดาห์ก่อน เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นมุมอับที่สายตาปกติมองไม่เห็น มันแสดงให้เห็นว่ามือซ้ายของหน้ากากเงินไม่ได้ถือเพียงแค่ปืน แต่นิ้วโป้งข้างนั้นกำลังกดรีโมทคอนโทรลบางอย่างอยู่... และสายไฟเส้นเล็กๆ ที่ร้อยต่อจากฐานกำแพงโยงไปถึงระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา! *ที่แท้... มันไม่ได้คิดจะไว้ชีวิตใครเลยตั้งแต่แรก* รินทร์แววตาเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาของนักสืบผู้ถือความจริงในมือ เขาไม่ได้หยิบปืนตามคำสั่ง แต่กลับยกมือขึ้นช้าๆ แล้วยิ้มมุมปาก “แกคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่งนะ หน้ากากเงิน” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง ฆาตกรชะงักไปเล็กน้อยภายใต้หน้ากากโลหะ “ว่าอะไรนะครับ?” “แกคิดว่าแกคุมเกมไว้ทั้งหมด แต่แกดันลืมไปว่า... เงาในกระจกไม่เคยโกหกใคร” สิ้นเสียงของรินทร์ ไฟนีออนกะพริบวูบวาบและดับลงพร้อมกันทั่วทั้งห้องใต้ดิน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่พังประตูเหล็กด้านหลังเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ! “ตำรวจ! ทุกคนวางอาวุธลงซะ!” ในความมืดที่สับสนอลหม่าน เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นตัดความชุลมุน และร่างหนึ่งก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง... ทว่า เมื่อแสงไฟฉายสาดส่องไปยังร่างที่นอนจมกองเลือด รินทร์กลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะร่างที่นอนไร้ลมหายใจในชุดสูทสีดำสนิทนั้น... ไม่ใช่หน้ากากเงิน แต่มันคือศรุต ผู้ช่วยมือขวาที่เพิ่งถูกใช้เป็นตัวประกันเมื่อครู่... และในมือของศรุต มีกุญแจมือที่สลลักชื่อของรินทร์เองกำไว้แน่น! --- **[เชิงอรรถนักสืบแว่นขยาย]: ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ**
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%