“คุณกำลังล้อผมเล่นหรือเปล่า รินทร์?”
ศรุตเค้นเสียงผ่านไรฟัน มือที่ถือไฟฉายสั่นไหวน้อยๆ จนลำแสงสีขาวแกว่งไกวไปมากระทบกับผนังห้องที่มีคราบสีน้ำตาลเข้มเกรอะกรัง เขาพยายามจ้องมองร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—ร่างที่ควรจะเน่าเปื่อยอยู่ในโลงศพใต้ดินมานานกว่าสามปี แต่มันกลับยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นภายใต้เงามืดสลัว แววตาว่างเปล่าดุจตุ๊กตาที่ถูกไขลานทิ้งไว้
รินทร์ รัตนโชติ ไม่ได้ตอบทันที เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกตารางนิ้วของห้องเก็บเอกสารลับที่ซ่อนอยู่หลังผนังห้องสมุดเก่าแก่แห่งนี้ ปลายนิ้วของเขาแตะที่ขมับ แว่นสายตาทรงกลมสะท้อนแสงไฟฉายวูบวาบ ปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงภายใต้เลนส์หนา
“ลอจิกบอกว่าคนตายไม่เดินได้ ศรุต” รินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “แต่ถ้าหลักฐานเชิงประจักษ์วางอยู่ตรงหน้า เราก็ต้องยอมรับว่าทฤษฎีเดิมของเรากำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่โหดร้ายกว่านั้น”
“มันเป็นไปไม่ได้!” ศรุตขยับเข้าไปใกล้ ร่างนั้นยังคงไม่ไหวติง กระทั่งเมื่อเขาเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของร่างนั้น—สัมผัสที่ได้รับกลับไม่ใช่ผิวหนังนุ่มหยุ่นหรือความเย็นเยียบของซากศพ แต่มันคือความแข็งกระด้างของพลาสติกโพลิเมอร์คุณภาพสูง ศรุตชะงัก ลมหายใจสะดุด
“หุ่นจำลอง?” ศรุตพึมพำ ก่อนจะกระชากหน้ากากเงินที่ปิดบังใบหน้านั้นออก ทันใดนั้น แสงไฟฉายก็กระทบเข้ากับบางสิ่งที่ทำให้เขาต้องผงะถอยหลังจนเกือบสะดุดล้ม
ใบหน้าที่ถูกจำลองขึ้นนั้นไม่ใช่ใครอื่น มันคือใบหน้าของ ‘วิรินทร์’ หญิงสาวผู้เป็นที่รักของรินทร์ที่เสียชีวิตในคดีที่เขาพลาดไปเมื่อสามปีก่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้ศรุตใจสั่นไม่ใช่แค่ใบหน้าของเธอ แต่เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในซอกคอของหุ่น—เครื่องส่งสัญญาณขนาดจิ๋วที่กำลังกะพริบไฟสีแดงเป็นจังหวะ เหมือนการเต้นของหัวใจ
“รินทร์... ดูนี่” ศรุตเรียกเสียงแผ่ว
รินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟฉายสาดส่องไปที่ฐานของหุ่น บนพื้นไม้ฝุ่นเขรอะมีรอยเขียนด้วยชอล์กสีขาวที่ยังสดใหม่ มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของหน้ากากเงิน แต่มันคือข้อความที่รินทร์คุ้นเคยดีที่สุด—ลายมือของตัวเขาเอง ในคืนที่เขาเขียนบันทึกคดีสุดท้ายก่อนจะสูญเสียเธอไป
*‘ความจริงคือเงาที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อหลอกล่อให้คนตาบอดมองเห็นสิ่งที่ต้องการ’*
“นี่คือกับดัก” รินทร์เอ่ยขึ้น ดวงตาของเขาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกควบคุมไว้ใต้ท่าทีสุภาพ “คนร้ายไม่ได้แค่ฆ่าคน มันกำลังเล่นกับจิตวิทยาของผม มันรู้ว่าจุดอ่อนเดียวที่ทำให้สมองของผมหยุดทำงานคือภาพหลอนของอดีต”
“แต่มันนำทางเรามาที่นี่ได้ยังไง?” ศรุตถามพลางหันซ้ายแลขวา “ห้องนี้ปิดตาย ไม่มีทางเข้าออกอื่นนอกจากประตูที่เราเพิ่งพังเข้ามา... หรือว่าเราถูกตามรอยตั้งแต่ตอนนั้น?”
รินทร์ไม่ได้ตอบ เขาคุกเข่าลงกับพื้น ใช้แว่นขยายคู่ใจส่องไปที่รอยชอล์กนั้น ก่อนจะใช้นิ้วถูเบาๆ ผงชอล์กไม่เปื้อนนิ้ว แต่มันกลับละลายกลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ เขาสูดดมมันเพียงแวบเดียว ใบหน้าก็ซีดเผือด
“ไม่ใช่ชอล์ก” รินทร์กล่าว “มันคือฟอสฟอรัสขาวผสมกับสารเคมีเร่งปฏิกิริยา มันจะเรืองแสงได้ก็ต่อเมื่ออุณหภูมิในห้องนี้สูงถึงจุดหนึ่ง... ศรุต ถอยออกมา! เดี๋ยวนี้!”
ยังไม่ทันที่คำสั่งของรินทร์จะสิ้นสุดลง เสียงกลไกบางอย่างก็ดังขึ้น ‘คลิก’ เบาๆ จากใต้พื้นไม้ที่พวกเขายืนอยู่ ตามมาด้วยเสียงฟู่ของแก๊สที่พุ่งออกมาจากช่องระบายอากาศโดยรอบ รินทร์คว้าคอเสื้อศรุตแล้วเหวี่ยงออกไปให้พ้นจากรัศมีของห้อง แต่ตัวเขาเองกลับสะดุดพื้นไม้ที่ทรุดตัวลง
“รินทร์!” ศรุตตะโกนสุดเสียง ทว่าเขากลับเห็นเพียงประตูเหล็กกล้าที่เลื่อนลงมาปิดตายห้องนั้นจากภายนอกอย่างรวดเร็ว
ในความมืดมิดที่กำลังถูกแทนที่ด้วยแสงสีแดงจางๆ จากเครื่องส่งสัญญาณ รินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัว เขากลับยิ้มออกมา... ยิ้มที่ดูราวกับว่าเขากำลังรอคอยสิ่งนี้อยู่
จากมุมมืดของห้อง—มุมที่รินทร์คิดว่าไม่มีใครอยู่—มีเสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกนกเหยียบลงบนพื้นไม้ พร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด เสียงที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของคนที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว
“ลอจิกของคุณแม่นยำเสมอ รินทร์... แต่น่าเสียดายที่คุณลืมกฎข้อสำคัญไปข้อหนึ่ง”
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด รูปร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่หลังหน้ากากเงินที่สะท้อนแสงไฟแดงก่ำ ร่างนั้นยื่นมือมาข้างหน้า ในมือถือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกอัดออกมาสดๆ ร้อนๆ เป็นรูปของรินทร์และศรุตที่ยืนอยู่ในห้องนี้เมื่อห้านาทีก่อน
“นั่นคือ...” รินทร์พึมพำ ตาเบิกกว้าง
“ใช่... คดีนี้ยังไม่จบ เพราะฆาตกรที่แท้จริง ไม่เคยจากโลกนี้ไปไหน”
ร่างนั้นวางรูปถ่ายลงบนหุ่นจำลองวิรินทร์ ก่อนจะกดปุ่มบางอย่างที่ทำให้ผนังห้องทั้งสี่ด้านค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นภาพเบื้องหลังที่ทำเอารินทร์ถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่อยู่ตรงหน้า กำลังจะทำลายศรัทธาทุกอย่างที่เขามีต่อชีวิตของตนเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 30
การค้นพบที่น่าตกใจ
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!