เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* ภายในความเงียบงันของห้องกระจกแปดเหลี่ยม มันไม่ใช่เสียงกุญแจไข แต่เป็นเสียงล็อกของสลักไฮดรอลิกที่ถูกควบคุมจากระยะไกล ศรุตยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูเหล็กกล้า หนาเกือบสองนิ้ว ความเย็นยะเยือกของเหล็กเคลือบพิเศษแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนสัมผัสได้ถึงผิวหนัง
"มันล็อกแล้ว" ศรุตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของอดีตนายตำรวจสายสืบเรียบสนิท แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันอย่างแน่นหนาฟ้องชัดถึงความตึงเครียด "ระบบกลไกอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับแผงวงจรหลักถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสมบูรณ์... รินทร์ ตอนนี้เราอยู่ในห้องปิดตายของจริงแล้วครับ"
รินทร์ รัตนโชติ ไม่ได้หันไปมองประตูบานนั้น สายตาของนักสืบอิสระกำลังจดจ่ออยู่กับร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อรายล่าสุดบนพรมกำมะหยี่สีเลือดหมู นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือหนังสีดำกำลังคีบเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ระหว่างซอกเล็บของศพ แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานสาดส่องลงมาสะท้อนแว่นสายตาเลนส์หนਾของเขา ทอดเงาสีดำทับถมใบหน้าครึ่งซีก
"ไม่ใช่แค่ห้องปิดตายธรรมดาหรอกครับ ศรุต" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับหนักอึ้งดั่งก้อนหิน "แต่มันคือกับดักที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ทุกองศาของห้องนี้ ทุกตารางนิ้วของกระจกเงารอบด้าน... ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราติดกับ และรอเวลาให้ระบบออกซิเจนในห้องนี้ลดลงจนหมดไปเอง"
ศรุตหันขวับมามอง "คุณหมายความว่าไง? แผงควบคุมที่ผนังนั่น... มันไม่มีปุ่มเปิดเหรอ?"
"ลองไปกดดูสิครับ ถ้าคุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้น" รินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกราบกวาดมองไปรอบห้อง ห้องแปดเหลี่ยมนี้ไม่มีหน้าต่าง ทุกด้านกรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพของพวกเขานับร้อยๆ ร่าง ซ้อนทับกันเป็นทอดๆ จนน่าเวียนหัว ไม่มีทางเข้าออกอื่นนอกจากประตูเหล็กกล้าบานนั้น และตอนนี้ แผงวงจรควบคุมข้างประตูก็มีประกายไฟสีส้มวาบขึ้นมาก่อนจะดับสนิท พร้อมกับกลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้าที่โชยมาแตะจมูก
ศรุตพุ่งตัวเข้าไปกระชากคันโยกฉุกเฉิน ออกแรงดึงสุดกำลังจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่คันโยกนั้นกลับแน่นิ่งรางกับหลอมละลายติดไปกับผนังปูนซีเมนต์เสริมเหล็ก "เวรเอ๊ย! มันเชื่อมต่อระบบช็อตวงจรภายใน กลไกสลักถูกเชื่อมติดถาวรแล้ว มันไม่มีทางเปิดออกได้จากด้านในแน่ๆ"
"ถูกต้องครับ" รินทร์เดินเข้ามาใกล้เงาตัวเองในกระจกเงาบานตรงข้าม มือข้างหนึ่งยกขึ้นดันกรอบแว่น สายตาจ้องมองลึกเข้าไปในเงาสะท้อนนั้น "หน้ากากเงินไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าคน แต่เขาต้องการให้เราตายอย่างช้าๆ ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของคดีเก่า... คดีที่ผมเคยผิดพลาดเมื่อสี่ปีก่อน"
บรรยากาศในห้องอับทึบลงอย่างเห็นได้ชัด ความร้อนจากร่างของทั้งสองคนเริ่มทำให้อากาศภายในห้องลดทอนความสดชื่น ศรุตสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาเดินกลับมาหารินทร์ สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง "เราต้องมีสติ รินทร์ ทุกปริศนามีทางแก้เสมอ หน้ากากเงินอาจจะฉลาด แต่มันต้องมีช่องโหว่ในกลไกนี้... วงจรไฮดรอลิกพวกนี้ต้องใช้พลังงานสำรองจากที่ไหนสักแห่ง"
"พลังงานสำรองมีครับ..." รินทร์พยักหน้าน้อยๆ สายตาคมกริบกวาดสำรวจไปทั่วเพดานห้อง "...แต่มันไม่ได้อยู่ที่แผงควบคุม มันซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องนี้ต่างหาก"
นักสืบหนุ่มย่อตัวลง ใช้ด้ามปากกาโลหะเคาะลงบนพื้นพรมอย่างเป็นจังหวะ เสียง *ก๊อกๆ* ที่สะท้อนกลับมามีความทึบที่แตกต่างกันในบางจุด รินทร์ใช้มือดึงขอบพรมสีเลือดหมูขึ้น เผยให้เห็นแผ่นโลหะฝังน็อตยึดแน่นหนาแปดตัว
"ช่วยผมหน่อยครับ ศรุต เราต้องไขน็อตพวกนี้ออกให้เร็วที่สุด ก่อนที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะสะสมจนเกินขีดจำกัด"
ทั้งสองคนไม่รอช้า ศรุตหยิบประแจอเนกประสงค์จากกระเป๋าเครื่องมืออกมาลงมือขันน็อตตัวแรกอย่างเร่งรีบ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายตามไรผมของอดีตนายตำรวจท่ามกลางอากาศที่เริ่มเจือจางลงทุกที เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ที่ดังแข่งกัน
ขณะที่รินทร์กำลังช่วยขันน็อตอีกด้าน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกฝั่งตรงข้าม เงาสะท้อนของศรุต... และเงาสะท้อนของตัวเขาเอง แต่ทว่า... มีบางอย่างผิดปกติ
ในกระจกเงาบานที่สามจากซ้ายมือ ร่างของศรุตไม่ได้กำลังก้มลงขันน็อตเหมือนในความเป็นจริง แต่เงาในกระจกนั้นกำลังยืนตรง... และกำลังยกปืนพกขึ้นเล็งมาที่แผ่นหลังของเขา!
รินทร์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณดิบของนักสืบเตือนภัยขั้นวิกฤต เขาทิ้งตัวหมุนหลบไปด้านข้างในเสี้ยววินาที เสียงระเบิดดัง *ปัง!* สนั่นหวั่นไหว กระสุนปืนเจาะทะลุกระจกเงาแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี่ยงนับพันชิ้นร่วงหล่นราวกับหิมะ
ศรุตสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับถือประแจในมือ มองรินทร์ด้วยความตกใจระคนงงงวย "รินทร์! คุณทำบ้าอะไรวะ เสียงปืนมาจากไหน?"
รินทร์ไม่ได้ตอบ เขาหอบหายใจรุนแรง แผ่นหลังแนบติดกับผนังเย็นเฉียบ สายตาคมกวาดมองไปยังทิศทางที่กระสุนพุ่งมา แต่รอบตัวมีเพียงเศษกระจกที่แตกละเอียดและเงาสะท้อนนับร้อยที่บิดเบี้ยวผิดรูปไปหมด
"คุณไม่ได้ยินเหรอครับ..." รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาจับจ้องไปที่เงาสะท้อนในกระจกที่ยังคงเคลื่อนไหวแตกต่างจากโลกความเป็นจริง "เมื่อกี้... มีเสียงปืนยิงทะลุกระจกมาจากมุมนั้น"
ศรุตขมวดคิ้วแน่น เดินเข้ามาใกล้รินทร์ด้วยสีหน้าเป็นห่วง "รินทร์ คุณเริ่มหลอนแล้วล่ะ อากาศในห้องนี้เริ่มน้อยลงจนทำให้คุณขาดออกซิเจนและประสาทหลอนแล้วนะ ไม่มีใครยิงปืนทั้งนั้น... ดูนี่สิ ผนังกระจกทุกด้านยังอยู่ครบ ไม่มีรอยกระสุนเลยสักนิด!"
รินทร์หันขวับกลับไปมองผนังกระจกที่เขาเห็นว่าแตกละเอียดเมื่อครู่... แต่มันกลับราบเรียบสมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกร้าวแม้แต่น้อย เงาสะท้อนของเขากับศรุตกำลังยืนมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนกเหมือนเดิม ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาในจิตสำนึก
หรือว่า... สารเคมีบางอย่างถูกปล่อยปะปนออกมากับอากาศในห้องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว?
รินทร์กัดฟันแน่น ยกมือขึ้นกุมขมับที่เริ่มปวดตุบๆ สมองแล่นเร็วจี๋เพื่อประมวลผลข้อเท็จจริงทั้งหมด หน้ากากเงินไม่ได้ต้องการแค่ขังพวกเขาไว้ให้ตาย แต่กำลังเล่นเกมทางจิตวิทยาเพื่อทำลายความมั่นใจในความนึกคิดของเขาเอง ทำให้เขากลายเป็นบ้าด้วยน้ำมือของลอจิกที่พังทลาย
"ไม่ใช่ภาพหลอน..." รินทร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเงาในกระจกที่เริ่มขยับยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ทั้งที่ตัวเขาไม่ได้ยิ้ม "มันคือสารฮัลลูซิโนเจน... มันถูกปล่อยออกมาทางระบบปรับอากาศตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้แล้ว"
ศรุตหน้าถอดสี รีบคว้าปกเสื้อรินทร์ขึ้นมาเขย่าเบาๆ "ตั้งสติไว้ รินทร์! ถ้ามันเป็นสารเคมีจริง เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!"
ทันใดนั้นเอง... ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ลอยมาจากลำโพงซ่อนรูปที่มุมห้อง เสียงหัวiเราะทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องกระจกแปดเหลี่ยม
*"ช่างสังเกตสมกับที่เป็นนักสืบชื่อดัง... รินทร์ รัตนโชติ"* เสียงของหน้ากากเงินดังขึ้น เย็นเยียบและทรงพลัง *"แต่คุณคิดผิดไปอย่างหนึ่ง... ประตูไม่ได้ถูกล็อกด้วยกลไกไฮดรอลิกธรรมดาหรอกครับ..."*
หน้าจอโทรทัศน์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังกระจกเงาเพิ่งจะสว่างวาบขึ้น มันฉายภาพภายนอกห้อง... ภาพของศรุตอีกคนหนึ่ง!
ศรุตตัวจริง... กำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมภายนอกห้อง พร้อมกับถือรีโมทคอนโทรลในมือ และกำลังมองดูพวกเขาผ่านกระจกทางเดียวด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
รินทร์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง เขาค่อยๆ หันกลับมามองศรุตคนที่ยืนอยู่ข้างกายในห้องปิดตายนี้... ศรุตผู้เป็นคู่คิดคนสนิท มือขวาที่เขาไว้ใจที่สุด... กำลังแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มเดียวกันกับในจอภาพ ไม่มีผิดเพี้ยน
*"...เพราะคนที่ปิดตายห้องนี้ ตั้งแต่แรก... คือมือขวาของคุณเองต่างหากล่ะครับ"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมมา ณ ตอนนี้นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 48
ทางออกที่ไม่มีจริง
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!