เสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดโบราณประจำคฤหาสน์รัตนโชติ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่สะสมมานานหลายทศวรรษไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับหนักอึ้งราวกับอากาศในห้องนี้กำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย
รินทร์ รัตนโชติ ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้หนังสือไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะสัมผัสสันหนังสือปกหนังสีดำเล่มหนึ่ง ซึ่งถูกซ่อนไว้หลังแถวตำรากฎหมายโบราณ ในมือของเขาคือจดหมายฉบับสุดท้ายที่ผู้เป็นพ่อทิ้งไว้ก่อนจะจากไปอย่างไร้ร่องรอย—จดหมายที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม และเต็มไปด้วยรหัสลับที่เขาต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตในการถอดความ
"คุณรินทร์ครับ หลักฐานทั้งหมดที่เรากู้มาจากเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินของตระกูล... ได้รับการตรวจสอบซ้ำแล้วครับ" ศรุตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระมัดระวัง เขายืนอยู่มุมห้อง ใกล้กับแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีเขียวมรกตที่ส่องกระทบใบหน้าเคร่งเครียด "ทุกไฟล์ ตรงกับสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่มีผิดเพี้ยน"
รินทร์ไม่ตอบทันที เขายังคงจดจ้องไปที่หนังสือเล่มนั้น ก่อนจะออกแรงกดสันหนังสือเข้าด้านใน
*คลิก!*
กลไกซ่อนรูปส่งเสียงเบาหวิว พร้อมกับบานตู้หนังสือที่ค่อยๆ แง้มออก เปิดเผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กภายในผนัง สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำหรือเพชรนิลจินดา แต่เป็นแฟ้มเอกสารสีซีดเก่าเก็บแผ่นหนึ่ง หน้าปกประทับตราลับของกรมตำรวจยุคเก่าและตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลรัตนโชติที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน
"ความจริงมักน่าเกลียดแบบนี้เสมอสินะครับ ศรุต" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด
รินทร์หยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิด หน้ากระดาษแผ่นแรกปรากฏภาพถ่ายขาวดำใบหนึ่ง ภาพของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อน—เหตุการณ์ที่คร่าชีวิตคนรักของเขาไป และเป็นแผลเป็นในใจที่เขาไม่เคยลืมเลือน ลายมือหวัดๆ ที่เขียนกำόไว้ใต้ภาพคือลายมือของปู่ของเขาเอง
*'เพื่อความอยู่รอดของตระกูล ความลับต้องถูกฝังกลบ แม้ต้องแลกด้วยเลือดของคนในครอบครัวก็ตาม'*
"คุณคงเห็นแล้วสินะครับว่าเบื้องหลังความหรูหราและชื่อเสียงอันทรงเกียรติของตระกูลรัตนโชติ ที่จริงแล้วถูกสร้างขึ้นมาจากอะไร" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมอับของห้องสมุด
รินทร์และศรุตหันขวับไปมองพร้อมกัน ศรุตชักมือเข้าหาซองปืนพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ทว่ารินทร์ยกมือขึ้นห้ามไว้
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับวัตถุสะท้อนแสงบนใบหน้า—หน้ากากเงินลวดลายเรียบง่ายแต่สะพรึงกลัว รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากนั้นดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยความพยายามทั้งหมดของนักสืบหนุ่ม
"หน้ากากเงิน..." รินทร์กัดฟันกรวด สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาช่องโหว่ในแผนการของอีกฝ่าย "แกเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดของคฤหาสน์..."
"ระบบรักษาความปลอดภัยเหรอครับ?" เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังลอดออกมาจากหน้ากาก "คุณรินทร์ นักสืบผู้ปราดเปรื่องผู้ยึดมั่นในลอจิก... ทำไมคุณถึงมองข้ามความจริงที่ง่ายดายที่สุดไปล่ะครับ? คนที่สร้างระบบนี้ขึ้นมาแต่แรก... ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือปู่ของคุณเองต่างหาก และท่านก็สร้าง 'ประตูหลัง' เอาไว้ให้ทายาทที่แท้จริงได้เดินเข้ามาเสมอ"
ศรุตขยับตัวเข้ามาบังหน้าลุยรินทร์เล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองรอบห้องเพื่อประเมินสถานการณ์ "อย่ามาพูดจาหลอกลวงแถวนี้ ถ้าแกมีหลักฐานอะไรก็พูดออกมา ไม่เช่นนั้นกระสุนในปืนของฉันจะคุยกับแกแทน"
หน้ากากเงินหันมามองศรุตด้วยแววตาสมเพช "อดีตตำรวจผู้ซื่อสัตย์... น่าประทับใจเสียจริงครับที่ยังคงภักดีต่อคนๆ นี้ ทั้งๆ ที่คุณเองก็รู้ไม่ใช่หรือครับ ว่าใครเป็นคนลงชื่ออนุมัติคำสั่งปิดคดีเมื่อยี่สิบปีก่อน?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของรินทร์ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย เขาก้มมองเอกสารในมืออีกครั้ง ไล่สายตาอ่านบันทึกการประชุมลับของตระกูล และแล้ว... สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ลายเซ็นบรรทัดสุดท้าย ลายเซ็นที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
ลายเซ็นของ 'รินทร์ รัตนโชติ' คนก่อน—ผู้เป็นพ่อของเขาเอง
"ไม่... เป็นไปไม่ได้" รินทร์พึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยคิดว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง พังทลายลงในพริบตา ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาด
"พ่อของคุณไม่ได้เป็นเหยื่อครับคุณรินทร์... แต่ท่านคือ 'ผู้บงการตัวจริง' ที่ร่วมมือกับฆาตกรต่อเนื่องในตำนาน เพื่อปกปิดความลับเรื่องการทดลองผิดกฎหมายที่ใช้เงินทุนของตระกูลเราเอง และคนที่คุณตามหามาตลอด... คนที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากนี้..."
หน้ากากเงินค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดล็อกสายรัดด้านหลัง ช้าๆ และท้าทาย
รินทร์กลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเงียบงันภายในห้องราวกับถูกยืดออกเป็นนิรันดร์ ขณะที่ใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากกำลังจะปรากฏแก่สายตา
เมื่อหน้ากากเงินถูกดึงออกจนหมดสิ้น รินทร์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ใบหน้านั้น... คือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อยี่สิบปีก่อน... และกำลังส่งยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่นแต่เลือดเย็น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่มากับผมจนถึงบทนี้นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 50
การเปิดโปงครั้งใหญ่
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!