เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 14

เบาะแสในห้องลับ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"วางไฟฉายลงเสีย รินทร์... นายกำลังทำให้ตัวเองเสียสมาธิ" เสียงทุ้มต่ำของศรุตดึงสติผมกลับมาจากห้วงเหวแห่งความทรงจำ มือที่กำไฟฉายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนค่อยๆ คลายออก แสงสีขาวนวลวูบไหวไปตามการสั่นของข้อมือ ผมสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในห้องลับใต้พื้นไม้เรือนหลังเก่านี้ กำลังจู่โจมประสาทสัมผัสของผมราวกับสัตว์ร้ายที่รอจังหวะตะครุบ เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเผชิญหน้ากับผีบรรพบุรุษ แต่เรามาที่นี่เพื่อล่า 'หน้ากากเงิน' "ผมไม่ได้กลัว" ผมเอ่ยเสียงเรียบ แม้จะรู้ดีว่าศรุตมองเห็นความร้าวฉานในดวงตาของผม "ผมแค่กำลังประมวลผล ความจริงที่ว่าฆาตกรจงใจขังเราไว้ในกรงที่มันสร้างขึ้นเอง มันไม่ได้ต้องการแค่ฆ่า แต่มันต้องการ ‘ทรมาน’ ผม" ศรุตไม่ตอบ เขาเพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ผนังห้องที่มีช่องลับซึ่งรินทร์เพิ่งงัดเปิดออกได้สำเร็จ เขาส่องไฟไปที่ช่องนั้น แสงสะท้อนจากเศษเหล็กเก่าๆ เผยให้เห็นกล่องไม้โอ๊คขนาดไม่ใหญ่นักวางสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง ความเงียบงันภายในห้องนี้หนักอึ้งจนผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะที่ผิดปกติ มือของศรุตเอื้อมไปแตะฝากล่องอย่างระมัดระวัง เขาหันมามองผมเป็นเชิงถาม ผมพยักหน้าช้าๆ *คลิก* เสียงไม้เก่ากระทบกันดังก้องไปทั่วห้องเมื่อฝากล่องถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่มีดอาวุธ หรือสัญลักษณ์สยดสยองอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ แต่มันคือปึกรูปถ่ายขาวดำจำนวนหนึ่ง... รูปที่ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด ผมหยิบรูปใบแรกขึ้นมา แสงไฟฉายสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อโฟกัสไปที่ภาพ ชายหญิงกลุ่มหนึ่งห้าคนยืนเรียงรายอยู่หน้าคฤหาสน์หลังนี้เมื่อสิบปีก่อน ทุกคนยิ้มแย้ม ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว แต่สิ่งที่ทำให้ผมตัวเย็นวาบจนไร้ความรู้สึก คือใบหน้าของแต่ละคน “นี่มัน...” ศรุตเปรยขึ้น ลมหายใจของเขาติดขัด “คุณรินทร์ นี่มันรูปถ่ายตอนงานเลี้ยงจบการศึกษาของคณะแพทย์เมื่อสิบปีก่อนไม่ใช่หรือครับ? ทำไมรูปนี้ถึงมาอยู่ในห้องลับของคดีฆาตกรรมนี้ได้?” ผมไล่สายตามองรูปถ่ายใบถัดไปและใบถัดไปอย่างรวดเร็ว ในภาพเหล่านั้นมีทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ทั้งทนายความ แม่บ้านชายหญิง แม้กระทั่งคุณหญิงอัมราที่ยังดูสาวและสง่างาม และคนที่หยุดลมหายใจผมไว้ ณ วินาทีนั้น คือเด็กหนุ่มคนสุดท้ายที่ยืนอยู่มุมขวาของรูป... เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าและแววตาไม่ต่างจากผมในวัยสิบแปดปีเลยแม้แต่น้อย "มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญแล้วครับศรุต" ผมกระซิบ เสียงของผมเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "ฆาตกรคนนี้... มันไม่ได้แค่รู้จักพวกเราทุกคน มันคือคนเดียวกับที่อยู่ในเฟรมรูปถ่ายนี้เมื่อสิบปีก่อน คนที่ผมพยายามลืม คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงคดีเก่าของผม" ศรุตขมวดคิ้วแน่น เขาหยิบรูปอีกใบขึ้นมาดู แล้วเขาก็ต้องชะงัก รอยเลือดสีเข้มเป็นปื้นประทับอยู่บนหลังรูปถ่ายทุกใบ ราวกับเป็นตราประทับของฆาตกร "ดูนี่ครับ... มีข้อความเขียนไว้ข้างหลัง" ผมรีบคว้ามาอ่าน ลายมือตวัดเฉียงดูรีบร้อนแต่เปี่ยมด้วยความอาฆาต: *‘ความตายเมื่อสิบปีก่อน คือบทเรียนที่เจ้าลืมไปสนิทใจ วันนี้ข้าจะเขียนบทสุดท้ายด้วยเลือดของพวกเจ้าทุกคน’* "มันไม่ได้หมายถึงคนอื่น" ผมกัดฟันแน่น "มันหมายถึงผม... ศรุต คุณจำคดี ‘กระจกเงาเลือด’ ได้ไหม? คดีที่ผมพลาดจนทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับผมในตอนนั้นต้องหายไป มันไม่ได้แค่ท้าทายกฎหมาย แต่มันกำลังรื้อฟื้นความเจ็บปวดที่ผมฝังไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับแรงกดอากาศกำลังบีบเค้นให้เราหายใจไม่ออก ทันใดนั้น เสียงลากเท้าเบาๆ ดังมาจากหลังบานประตูที่ผมเพิ่งปิดตายไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว *ครืด... ครืด...* ไม่ใช่เสียงพื้นไม้ แต่มันเป็นเสียงโลหะลากผ่านคอนกรีต ศรุตชักปืนออกมาจากซองคาดเอวอย่างรวดเร็ว เขาขยับมายืนบังหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณ ผมหันไปมองบานประตูนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของนักสืบที่กำลังตามหาความจริง แต่เป็นสายตาของเหยื่อที่กำลังถูกต้อนเข้ามุม “ใครอยู่ตรงนั้น!” ศรุตตะโกนก้อง เสียงของเขาดังสะท้อนกลับมาจนแสบแก้วหู ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเงาดำทมิฬที่ทาบผ่านรอยแยกใต้ประตูเข้ามา เงานั้นไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น จนกระทั่งเงาของมือที่ถือวัตถุบางอย่างแหลมคมพาดผ่านแสงไฟฉายของเรา บานประตูที่ผมมั่นใจว่าล็อคแน่นหนาจากด้านใน ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ อย่างไร้เสียง พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยตามอากาศเข้ามา แสงไฟฉายของผมส่องไปที่ช่องว่างนั้น และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็น... ร่างของใครคนหนึ่งที่ผมรู้จักดีที่สุดในฐานะเพื่อนร่วมทางที่เพิ่งจะเดินหายไปเพื่อสำรวจอีกฝั่งของบ้านเมื่อสิบนาทีที่แล้ว เขากำลังพิงอยู่กับขอบประตู ใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็นที่ขีดขวางลากยาวจากหางตาลงมาถึงลำคอ ในขณะที่มืออีกข้างกำลังกำหน้ากากเงินใบนั้นไว้แน่น ศรุตเบิกตากว้าง เขาลดปืนลงช้าๆ พลางครางชื่อออกมาด้วยความสิ้นหวัง "คุณ... คุณยังไม่ตายจริงหรือ..." ขอบคุณที่ติดตามการสืบสวนที่บีบคั้นหัวใจไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%