กลิ่นอายสุราเข้มข้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ภายในโรงเตี๊ยมสกุลหม่า เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาสั่นสะเทือน บุรุษร่างกำยำหน้าตาถมึงทึงนาม 'เหยียนป้า' หัวหน้ากลุ่มโจรพยัคฆ์ทมิฬกำลังแยกเขี้ยวหัวเราะลั่น มันใช้นิ้วหนาเตשยปลายคางของเถ้าแก่ชราจนหน้าหงาย
"เถ้าแก่หม่า... ถึงกำหนดส่งส่วยคุ้มครองภัยแล้วนะกระมัง? หรือว่าเจ้าอยากให้สำนักพยัคฆ์ทมิฬของเราช่วย 'รื้อ' โรงเตี๊ยมนี้ทิ้งเสียใหม่ เพื่อต้อนรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง!"
บรรดาลูกค้าภายในร้านต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีผู้ใดกล้าหาญพอจะยื่นมือเข้าสอดสื้อ แม้แต่เหล่าสำนักคุ้มภัยที่นั่งอยู่มุมห้องยังแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ยุทธภพนี้ไร้ซึ่งความปรานี ผู้มีกำปั้นใหญ่ย่อมเป็นผู้กำหนดความถูกต้อง
ทว่า... ที่โต๊ะมุมอับสายตา กลับมีเสียงกระดกไหสุราดังขึ้นอย่างไม่ี่เกรงกลัวบรรยากาศอันตึงเครียด
"น่ารำคาญเสียจริง... สุนัขเห่าหอนยามวิกาลเช่นนี้ รบกวนรสชาติสุราหมักร้อยปีของข้าเสียหมด"
ไป๋หานวางไหสุราลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระแทกเบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคนอย่างประหลาด เขายกมือขึ้นลูบปลายจมูก ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายที่ยังตื่นไม่เต็มตา แต่ประกายในแววตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นในฝัก
เหยียนป้าหันขวับมามอง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มันตบโต๊ะดัง *ปัง!* จนเศษไม้กระเด็น "ไอ้สวะที่ไหนกล้าสอดปาก! อยากไปยมโลกนักใช่ไหม ถึงได้รีบมาทิ้งชีวิตที่นี่!"
ซูเหมยที่นั่งเงียบอยู่มุมห้องอีกด้าน ปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่าง นางปรายตามองไป๋หานด้วยความรังเกียจระคนสมเพช บุรุษผู้นี้ไม่เพียงแต่ไร้ระเบียบวินัย ยังชอบหาเรื่องใส่ตัวในเวลาที่ไม่เข้าท่า นางเลือกที่จะนั่งกอดอกจับตามอง โดยไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยแม้แต่น้อย
ไป๋หานหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาหยิบกิ่งไม้แห้งความยาวเท่าศอกที่เก็บมาจากข้างทางขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่ใส่ใจ
"ยุทธภพนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก แต่เหตุใดจึงมีสุนัขจรจัดวิ่งพล่านเต็มถนนไปหมด... เจ้าว่าจริงไหมแม่นางซู?" ไป๋หานเหลือบสายตาไปทางนางเซียนน้ำแข็งผู้เย่อหยิ่ง พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทไปให้
ซูเหมยขมวดคิ้วมุ่น นางแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง "รนหาที่ตาย... เจ้าจัดการเองก็แล้วกัน อย่ามาเกะกะสายตาข้า"
"ปากแข็งเสียจริง ระวังภายหลังจะร้องไห้หาข้าไม่รู้ด้วยนะ" ไป๋หานยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ไอ้สารเลว! เจ้ากล้าเมินข้าหรือ!" เหยียนป้าคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล มันชักดาบใหญ่เล่มหนาออกจากเอว พลังปราณสีเหลืองขุ่นทะยานออกจากร่างจนข้าวของรอบกายปลิวว่อน มันพุ่งเข้าหาไป๋หานด้วยกระบวนท่า 'พยัคฆ์ตะปบเหยื่อ' หวังจะผ่าร่างของจอมยุทธ์ขี้เมาผู้นี้ออกเป็นสองซีกในดาบเดียว
ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับอุทานด้วยความตกใจ
ทว่า... ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ไป๋หานมิได้ขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขายังคงนั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งถือไหสุรา มืออีกข้างคีบกิ่งไม้แห้งธรรมดาๆ ไว้หลวมๆ
*ฟิ้ว!*
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล ไป๋หานวัดกิ่งไม้ในมือออกไปอย่างไร้รูปแบบ ไร้ซึ่งกระบวนท่าที่ซับซ้อน แต่ทว่า... ปราณกระบี่ที่แฝงอยู่ภายในกลับบริสุทธิ์และทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัว!
*แป๊ก!*
เสียงกิ่งไม้กระทบกับคมดาบเหล็กกล้าดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกอันมหาศาลทำให้ดาบใหญ่ในมือของเหยียนป้าถึงกับสั่นสะเทือนจนเกือบหลุดร่วง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะลวงผ่านคมดาบเข้าสู่ร่างของเหยียนป้าในชั่วพริบตา
*อั๊ก!*
เหยียนป้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปาก ร่างหนาหนักราวกับภูเขาพังทลายกระเด็นไปกระแทกกับเสาไม้กลางโรงเตี๊ยมจนหักโค่นลงมาครึ่งท่อน ดาบใหญ่ในมือหักเป็นสองท่อนอย่างไร้เรี่ยวแรง มันทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักว่า... คู่ต่อสู้ผู้นี้ใช้เพียง 'กิ่งไม้กิ่งเดียว' และยังไม่ได้ชักกระบี่จริงออกมาด้วยซ้ำ!
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม เหล่าสมุนโจรพยัคฆ์ทมิฬต่างหน้าถอดสี ถอยกรูดกรูลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีใครกล้าหายใจแรง
ไป๋หานค่อยๆ ยืนขึ้น ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจ เขายกไหสุราขึ้นจิบอีกอึกใหญ่ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของเหยียนป้าที่นอนหมดสภาพ
"จำไว้... ในยุทธภพนี้ ต่อให้ไม่มีกระบี่มีคมในมือ หากกระดูกสันหลังยังตั้งตรง เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครทั้งสิ้น..."
ไป๋หานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังดึงดูดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง ซูเหมยที่นั่งมองอยู่ถึงกับประกายตาไหววูบ นางนิ่งงดงามดั่งรูปสลัก แต่มุมปากกลับเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นางไม่ปฏิเสธเลยว่า... ชายหนุ่มขี้เมาผู้นี้ ในยามที่ถือครองกิ่งไม้ไร้ค่านั่น มีรัศมีที่แม้แต่ยอดฝีมือสำนักใหญ่ยังต้องยอมสยบ
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงนั้น จู่ๆ ลมพายุหมุนปริศนาก็กรรโชกพัดเข้ามาทางหน้าต่างโรงเตี๊ยมอย่างไร้ที่มา พร้อมกับกลิ่นอายอสูรโบราณที่กดทับลงมาจนลมหายใจของทุกคนติดขัด
เงาร่างสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนหลังคาคานไม้เบื้องบนอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังระคายหูราวกับเสียงกระดูกเสียดสีกัน
"ฮ่าๆๆ... สมคำร่ำลือจริงๆ 'กระบี่เมรัย' ไป๋หาน... ไม่นึกเลยว่าสุนัขรับใช้แห่งหุบเขาเมฆาจะพาเจ้ามาตายที่นี่... 'ป้ายคำสั่งมรณะสวรรค์' อยู่ที่ใด จงส่งมันมาเสียดีๆ!"
หวังว่าตอนที่ 2 นี้จะทำให้ท่านรี้ดทุกท่านสนุกจนวางไม่ลงนะครับ! แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนสุราไร้สำนัก กับสตรีผู้สยบฟ้าด้วยดรรชนีเดียว•ตอนที่ 2
กระบี่ไม้ไม่ยอมก้มหัว
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนัก กับสตรีผู้สยบฟ้าด้วยดรรชนีเดียว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
