เซียนสุราไร้สำนัก กับสตรีผู้สยบฟ้าด้วยดรรชนีเดียว•ตอนที่ 1

กลิ่นเหล้าที่เตะจมูกนางเซียน

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
“แม่นาง... ถ้วยนี้เจ้าไม่ดื่ม นับว่าเสียดายชาตินี้ที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว” เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในโรงเตี๊ยม ‘เมฆาไร้ลักษณ์’ ตั้งอยู่ ณ ชายแดนรอยต่อระหว่างแคว้น ภายในห้องโถงกว้างขวางเวลานี้กลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยของผู้คน มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่โหมกระหน่ำซัดสาดลงมากระทบหลังคากระเบื้องจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สาเหตุที่ผู้คนนับร้อยต่างพากันก้มหน้าเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เป็นเพราะโต๊ะมุมอับสายตาตัวหนึ่ง... บนโต๊ะนั้น มีไหสุราสีดำสนิทวางอยู่ห่างกันเกล้าไห รอบกายไหมีคราบน้ำสุราไหลนองเปรอะเปื้อนคานไม้ รอบตัวผู้พูดแผ่กลิ่นอายคละคลุ้งของสุราหมักชั้นดีจนฉุนกึกไปทั่วรัศมีสิบจั้ง เขาคือ ไป๋หาน... จอมยุทธ์พเนจรผู้สวมชุดคลุมสีเทามอมแมม เส้นผมรุ่ยร่ายปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งถือจอกสุราแกว่งไปมาอย่างเกียจคร้าน ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายไร้สติ แต่หากผู้ใดมีเนตรปราณที่ล้ำลึกย่อมมองเห็น... รอบกายของบุรุษผู้นี้กลับไม่มีร่องรอยการรั่วไหลของพลังปราณแม้แต่น้อย ราวกับเขาเป็นเพียงขอทานข้างถนนผู้หนึ่ง ทว่า... รัศมีรอบโต๊ะของเขากลับปรากฏรอยร้าวบนพื้นไม้ลึกสามส่วน! นั่นคือพลังปราณที่ถูกกดทับด้วยความไร้รูปอย่างไร้ที่ติ ตรงข้ามกับเขา... คือสตรีในชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ นางนั่งตัวตรงสง่างาม ใบหน้ารูปไข่ไร้ที่ติงดงามล่มเมืองราวกับภาพวาด ทว่าแววตากลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี คิ้วเรียวโก่งดั่งคันศรขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางคือ ซูเหมย ศิษย์เอกแห่งหุบเขาเมฆาคล้อย ผู้ถือครองวิชา ‘ดรรชนีสยบฟ้า’ อันเลื่องชื่อในยุทธภพ “ไป๋หาน เจ้าดื่มจนขาดสติไปแล้วกระมัง” เสียงหวานใสที่กังวานดั่งระฆังหยกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบเย็นชาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบทันที นางไม่ได้มองจอกสุราที่เขายื่นมาให้แม้แต่น้อย ปลายตากวาดมองไหสุราเก้าใบที่ว่างเปล่า ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของบุรุษตรงหน้า “สติหรือ?” ไป๋หานหัวเราะร่วนในลำคอ ดวงตาคู่นั้นกะพริบช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนางตรงๆ “หึๆ แม่นางซู โลกหล้าใบนี้มีผู้ใดมีสติอยู่บ้าง? สำนักเซียนของพวกเจ้าท่องจำกฎเกณฑ์ บำเพ็ญเพียรนับร้อยปีเพื่อหลุดพ้นจากวัฏสงสาร แต่สุดท้ายก็ยังต้องก้มหัวให้แก่โชคชะตาและกฎสวรรค์... เช่นนี้แล้ว ใครกันแน่ที่ไร้สติ เจ้าหรือข้า?” สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมคล้ายถูกแช่แข็งในพริบตา แขกเหรื่อรอบข้างต่างพากันตัวสั่นเทา พวกเขาเป็นเพียงชาวยุทธ์ต้อยต่ำ ย่อมรู้ดีว่าสตรีชุดขาวตรงหน้ามีพลังฝีมือสูงส่งเพียงใด ‘ดรรชนีสยบฟ้า’ ของนางเคยสังหารมารโลหิตพันหน้ามาแล้วด้วยการสะบัดนิ้วเดียว การที่ไป๋หานกล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้ เท่ากับรนหาที่ตายอย่างแท้จริง ซูเหมยไม่โกรธเคือง ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายสังหารวาบผ่านไปชั่วพริบตา นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนของนางวางอยู่บนโต๊ะไม้ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางเบา “วาจาคมคายนัก ไป๋หาน” ซูเหมยกล่าวเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ลมหายใจของผู้คนติดขัด “วิชากระบี่เมรัยของเจ้า ไร้รูปไร้กระบวนท่า แท้จริงแล้วเจ้าใช้สุรากลบเกลื่อนความขี้ขลาด หรือใช้มันเพื่อหลบหนีความจริงกันแน่? ศิษย์พี่รองของข้าตายด้วยน้ำมือของมารสวรรค์เมื่อสามปีก่อน ในขณะที่เจ้า... จอมยุทธ์ผู้โด่งดังในอดีต กลับเอาแต่ร่ำสุราอยู่ในโรงเตี๊ยมโทรมๆ เช่นนี้ เจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องวิถีเซียนกับข้าอีกหรือ?” เมื่อคำว่า ‘ศิษย์พี่รอง’ ถูกเอ่ยออกมา รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของไป๋หานก็แข็งค้างไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบกายของเขาเปลี่ยนไปในพริบตา กลิ่นอายสุราที่เคยฉุนกึกพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่สงบนิ่งก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ไป๋หานวางจอกสุราลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของจอกกระเบื้องและไม้ดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน “เจ้าไม่เข้าใจหรอก... ซูเหมย” ไป๋หานเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยหรี่ลงบัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นประกายแสงสีเงินชาดที่ลึกล้ำราวกับห้วงดารา “การที่คนผู้หนึ่งต้องมองดูสหายร่วมเป็นร่วมตายค่อยๆ สิ้นลมหายใจในอ้อมแขน โดยที่กฎเกณฑ์สวรรค์บอกว่า ‘ถึงเวลา’... เจ้ารู้ไหมว่ามันรู้สึกอย่างไร?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ขอบโต๊ะ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่ชốn กลิ่นอายของสุราและกลิ่นกายบุรุษปะทะเข้ากับจมูกของนางเซียนผู้สูงส่ง ซูเหมยชะงักไปเล็กน้อย นางไม่เคยถูกบุรุษผู้ใดล่วงเกินถึงเพียงนี้ แต่สัญชาตญาณกลับร้องเตือนให้นางถอยห่าง ทว่าขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยอาคม “ข้าดื่มสุรา... เพื่อไม่ต้องมองเห็นความเน่าเฟะของยุทธภพที่พวกเจ้าพยายามปกป้องต่างหากเล่า” ไป๋หานกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นดั่งค้อนเหล็กทุบลงกลางใจคน ซูเหมยขบฟันแน่น ปลายดรรชนีของนางเริ่มเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามจางๆ ปราณกระบี่และปราณดรรชนีปะทะกันจนเกิดเสียง ‘เปรี๊ยะ’ เบาๆ ในอากาศ “หุบปาก!” นางสะบัดเสียงกร้าว ดรรชนีขวาชี้ตรงมาที่หว่างคิ้วของไป๋หานอย่างไร้ความปรานี “หากเจ้ายังกล้าพูดจาดูหมิ่นวิถีสวรรค์อีกแม้แต่คำเดียว ต่อให้เจ้าจะเป็นสหายเก่าของเจ้าสำนักข้า วันนี้ดรรชนีสยบฟ้าของข้าก็จะปลิดชีพเจ้า ณ ที่นี่!” ปลายดรรชนีห่างจากหว่างคิ้วของไป๋หานเพียงหนึ่งนิ้ว ลมปราณที่แหลมคมพัดจนเส้นผมบริเวณหน้าผากของเขาปลิวไหว ทว่า ไป๋หานกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดินและโชคชะตา “เช่นนั้นก็ลองดู...” ไป๋หานกระซิบเบาๆ มือขวาของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปแตะที่ด้ามกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่พาดอยู่ข้างกาย “มาดูกันว่า ดรรชนีของเจ้า... จะเร็วกว่าสุราในไหของข้าหรือไม่” *เปรี้ยง!* ทันใดนั้น เสียงฟ้าผ่าคำรามดังสนั่นหวั่นไหวจากท้องนภานอกโรงเตี๊ยม แสงสีขาวสว่างวาบสาดส่องผ่านหน้าต่างไม้เข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างลึกลับผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยม... เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากยักษ์อสูร และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น เป็นพลังปราณมารขั้นบรรพกาลที่สูญหายไปนับพันปี! ซูเหมยหน้าเปลี่ยนสีทันที นางสะดุ้งสุดตัว ละสายตาจากไป๋หานแล้วหันขวับไปมองยังช่องหน้าต่าง “นั่นมัน... ปราณมารโลหิตทมิฬ! เป็นไปได้อย่างไร เจ้าพวกนี้ยังไม่ตายหมดอีกหรือ?” ไป๋หานหรี่ตามองเงาร่างบนหลังคา รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง เขายกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ ปาดคราบสุราที่มุมปากด้วยหลังมือ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “ดูท่า... ค่ำคืนนี้คงจะยาวนานกว่าที่คิดนะ แม่นางซู” กระบี่ไม้ไผ่ในฝักสั่นสะท้อนเบาๆ ราวกับมันกำลังกระหายกลิ่นอายเลือดของศัตรูที่มาเยือน! --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไป1ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกจนวางไม่ลงนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนัก กับสตรีผู้สยบฟ้าด้วยดรรชนีเดียว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%