เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 15

รุ่งอรุณแห่งพันธะเงียบงัน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"หากเจ้ายังดึงดันฝืนโคจรปราณย้อนทิศเช่นนี้ ต่อให้เป็นเซียนจากสรวงสวรรค์ ก็มิอาจรักษาเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นของเจ้าได้!" น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งพันปีหลุดลอดจากริมฝีปากบางเฉียบของไป๋หลิงเซียน ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกที่ยากจะพบเห็น นางมิใช่สตรีใจอ่อนไร้เหตุผล ทว่าในยามนี้ เบื้องหน้าของนางคือมู่อี้หลาน บุรุษผู้เคยเหยียบย่างผ่านทุ่งสังหารมานับไม่ถ้วนโดยไม่เคยแม้แต่จะกะพริบตา บัดนี้ทั่วร่างของเขากลับปกคลุมด้วยเส้นโลหิตสีดำคล้ำที่ปูดโปนราวนธนูใกล้ขาด มู่อี้หลานหัวเราะเยาะหยันตนเอง เสียงหัวเราะแหบพร่าระคนกลิ่นคาวเลือดพวยพุ่งออกจากลำคอ ดวงตาทั้งสองข้างที่เคยดำสนิทลึกล้ำ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ พิษเจ็ดราตรีสวรรค์กำลังกัดกินวิญญาณของเขา ประสานเข้ากับอัคคีฟ้าดินที่พรั่งพรูเข้ามาจากการทะลวงขอบเขตอย่างไร้ระเบียบ หากไม่ใช่เพราะเขามีจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ป่านนี้ร่างคงแหลกสลายกลายเป็นจุลไปนานแล้ว "ฮ่าๆ... หลิงเซียน... เจ้าคิดว่าข้ามีทางเลือกอื่นงั้นหรือ?" มู่อี้หลานกัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงกระดูกบดเข้าหากัน เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกายาผสมผสานกับคราบเลือดเข้มข้น "พญามารโลหิตอยู่เบื้องหน้า ทัณฑ์สวรรค์กำลังคำรามก้องอยู่เบื้องบน หากข้าไม่เดิมพันด้วยชีวิต... พวกเราก็มีแต่ต้องตายตกไปตามกัน!" ตู้มมม! เสียงสายฟ้าฟาดคำรามสะท้านเลื่อนลั่น เมฆสีนิลหนาทึบบนท้องฟ้ายามค่ำคืนหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์ระดับมหันตภัยแผ่ซ่านกดทับลงมาจนพื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้ทรุดฮวบลงเป็นหลุมลึก ในขณะเดียวกัน เงาร่างมหึมาของพญามารโลหิตก็ก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ ไm ไอสังหารสีเลือดเข้มข้นแผ่พุ่งราวน้ำวนแห่งความตาย พร้อมที่จะซัดฝ่ามือกำจัดเสี้ยนหนามทั้งสองให้สิ้นซากในคราเดียว สถานการณ์ในยามนี้ วิกฤตยิ่งกว่าครั้งใดในยุทธภพ! ไป๋หลิงเซียนขบกริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางตระหนักดีว่าลำพังฝีมือของนางในยามนี้ แม้จะถือครองกระบี่น้ำค้างสวรรค์อันลือลั่น ก็มิอาจต้านทานพลังประสานระหว่างพญามารโลหิตและทัณฑ์สวรรค์ได้พร้อมกัน หนทางรอดมีเพียงหนึ่งเดียว... ทว่ามันคือการเอาวิญญาณเข้าแลก "โง่เขลา..." นางพึมพำเบาๆ ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ที่ติ วูบ! ร่างระหงของนางพุ่งทะยานเข้าประชิดมู่อี้หลานในพริบตา กลิ่นอายความเย็นเยือกบริสุทธิ์แผ่ซ่านเข้ากดทับไอร้อนระอุจากพิษร้ายในกายของชายหนุ่ม ไป๋หลิงเซียนวางฝ่าเรียวเรียบลงบนแผ่นอกกว้างที่กำลังร้อนดั่งไฟเผา นางถ่าย ถอนพลังปราณน้ำค้างสวรรค์บริสุทธิ์เข้าสู่จุดตันเทียนของเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย "เจ้า... ทำบ้าอะไร!" มู่อี้หลานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปราณหยินบริสุทธิ์ของนางกำลังเข้าหักล้างและพยุงเส้นชีพจรที่กำลังจะขาดของเขา แต่นั่นหมายความว่านางกำลังดึงเอาพิษร้ายและแรงสะท้อนจากทัณฑ์สวรรค์ส่วนหนึ่งมาแบกรับไว้บนร่างของตนเอง! "หุบปากซ้ำ..." ไป๋หลิงเซียนกล่าวเสียงเรียบ ใบหน้างามซีดเผือดลงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับมั่นคงแน่วแน่ "ข้า... ไป๋หลิงเซียน มิใช่สตรีที่จะยอมให้บุรุษที่ข้า... ยอมรับ ตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ข้าทำได้เพียงยืนมองหรอกนะ" คำพูดของนางราสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของมู่อี้หลาน ความเย็นชาที่นางเคยใช้สร้างกำแพงกั้นผู้คน บัดนี้ได้พังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ยินดีเอาชีวิตเข้าแลกเคียงข้างเขาในยามวิกฤต ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าความเป็นตาย พวยพุ่งขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจของมือสังหารผู้เย่อหยิ่ง ในเมื่อฟ้าดินไม่เมตตา ยุทธภพโหดร้ายทารุณ และเส้นทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยอสูรร้าย พวกเขาจะขอเดินร่วมทางฝ่าฟันมันไปด้วยกัน! "ดี..." มู่อี้หลานแค่นยิ้มออกมา ดวงตาที่เคยแดงฉานกลับเปล่งประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งได้รับการลับคม "ในเมื่อเจ้าเลือกเดินร่วมทางกับคนบาปเช่นข้า เช่นนั้น... วันนี้ต่อให้สวรรค์เบื้องบนต้องการเอาชีวิตพวกเรา ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือ... แหวกฟ้าผ่าดินให้ดูเอง!" ฉากการต่อสู้ดุเดือดตระการตาเปิดฉากขึ้นในวินาทีนั้น เมื่อมู่อี้หลานรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายผสานกับพลังน้ำค้างสวรรค์ของไป๋หลิงเซียน ร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เงาจันทร์เพ็ญ พลังกระบี่สะท้านฟ้าทะยานขึ้นต้านทานสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์และฝ่ามือโลหิตของพญามารอย่างไม่เกรงกลัวความตาย! การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เสียงระเบิดกัมปนาทสั่นสะเทือนปฐพี จนกระทั่ง... เมื่อแสงสว่างวาบจากการปะทะครั้งสุดท้ายจางหายไป ทั้งสองยืนหอบหายใจ โรยรินอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างบ่งบอกว่าพวกเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว ทว่า ในความเงียบงันหลังพายุร้ายสงบลง เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า... *ตึง... ตึง... ตึง...* เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกหนา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลหิตในกายของทั้งสองต้องเย็นเฉียบลงทันที "นึกไม่ถึงเลยว่า... ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งพรรคอสูรโลหิต และนางเซียนน้ำค้างสวรรค์ จะตกอยู่ในสภาพปานใกล้ตายเช่นนี้... สหายเก่า... ข้ามาหาเจ้าช้าไปหรือไม่?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านองค์แรกของมหากาพย์นี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%