เสียงเคาะประตูที่ดังรัวระคนเสียงทุบหนักหน่วงเมื่อครู่ ยังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ทว่าตอนนี้ความระทึกใจระลอกใหม่กลับพุ่งทะยานสูงยิ่งกว่า เมื่อเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเลือดหมูเข้มกำลังก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ อาคินไม่ได้สนใจสายตาตื่นตะลึงแกแกมระแวดระวังของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาคมกริบประหนึ่งเครื่องสแกนความปลอดภัยรอบห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่โทรศัพท์มือถือราคาแพงซึ่งวางหราอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใส
"เชิญเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต... นี่มารยาทของเด็กวิศวะปีสามสาขาหุ่นยนต์อัจฉริยะเขาอบรมกันมาแบบนี้เหรอคะ?" รินรดาปรับสีหน้าให้กลับมาเชิดรั้นได้อย่างรวดเร็ว แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอก ribcage เธอยกแขนขึ้นกอดอก พยายามใช้ความสูงในรองเท้าผ้าใบส้นหนาช่วยเพิ่มความมั่นใจ แม้จะรู้ว่าความสูงระดับร้อยแปดสิบเซนติเมตรของพ่อหนุ่มวิศวะตรงหน้าจะกดดันเธอให้กลายเป็นยัยตัวกระpìซzไปในทันทีก็ตาม
อาคินไม่ตอบ เขาสลัดกระเป๋าเป้สะพายหลังใบเก่งลงบนโซฟาข้างๆ อย่างไม่เกรงใจ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอในระยะห่างที่อันตรายเกินไป กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแอมป์บัดกรีและน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ลบคลิปซะ" เสียงทุบต่ำ ห้วน และเย็นชาจนติดลบหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปที่เม้มเป็นเส้นตรง
"คลิปอะไรคะ? พูดจาภาษาคนให้มันเคลียร์หน่อย หรือว่าสมองส่วนการสื่อสารโดนวงจรไฟฟ้าช็อตไปแล้ว ถึงได้เดินมาพังประตูบ้านคนอื่นแล้วสั่งให้ทำตามอำเภอใจแบบนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตจ้องตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ข้างในจะเริ่มหวั่นๆ กับประกายตาดุดันที่วับWAVสว่างขึ้นในดวงตาคู่คมคู่นั้น
"คลิปที่เธอแอบถ่ายฉันตอนซ่อมบอร์ดคอนโทรลในห้องแล็บเมื่อวาน... แล้วเอาไปตัดต่อใส่ฟิลเตอร์บ้าบอใส่เพลงประกอบติ๊งต๊องจนยอดวิวทะลุหลักแสนภายในเวลาสามชั่วโมง" อาคินยื่นมือหนาลงมาค้ำกับขอบโต๊ะกระจก กักตัวเธอไว้ระหว่างพนักเก้าอี้กับแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อช็อปนั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัด "ฉันให้เวลาสามวินาที... หยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดลบซะ ก่อนที่ฉันจะจัดการลบมันด้วยวิธีของฉันเอง"
"วิธีของนายเหรอ? จะทำไมล่ะ จะอุ้มฉันไปทิ้งแม่น้ำปิง หรือจะแฮกไอแพดฉันเพื่อเอาคลิปไปลบเอง?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ปากเก่งสวนกลับทันควันไม่มีสะดุด "บอกไว้ก่อนนะว่ารินรดาคนนี้ไม่เคยกลัวเด็กเนิร์ดขี้เก๊ก ถึงนายจะเป็นประธานชมรมหุ่นยนต์กวาดรางวัลมาสิบประเทศ แต่นั่นมันไม่ได้แปลว่านายจะมีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันลบ Content คุณภาพที่กำลังทำยอด Engagement ถล่มทลายหรอกนะคะ!"
"คุณภาพ?" อาคินทวนคำ น้ำเสียงเหยียดหยามเล็กน้อย ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มใส รินรดาชะงัก เผลอถอยหลังหนีจนแผ่นหลังแนบชิดกับพนักเก้าอี้ "การที่เธอเอาหน้าบึ้งๆ ของฉันไปทำเป็นมีมล้อเลียนว่า 'หุ่นยนต์ยังยิ้มเก่งกว่าประธานชมรม' แล้วแปะสติกเกอร์หัวใจสีชมพูวิบวับนั่น... เธอเรียกว่าคอนเทนต์คุณภาพ?"
"ก็มันจริงนี่นา! หน้าตานายน่ะบึ้งตึงยิ่งกว่าหุ่นยนต์รุ่นแรกที่โดนไวรัสลงซะอีก ฉันแค่สร้างสีสันให้โลกโซเชียลคลายเครียดจากโปรเจกต์มิดเทอม... อุ๊ย!"
รินรดาอุทานลั่นเมื่ออาคินเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งปฏิกิริยาของเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะ ดึงรั้งเข้าหาตัวเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะทำให้ร่างของเธอแทบจะหลุดจากเก้าอี้ โชคดีที่มืออีกข้างคว้าขอบโต๊ะไว้ได้ทัน แต่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอตอนนี้เหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงเครื่องปรับอากาศบนผนังที่เคยดังฮัมๆ กลับเงียบลงไปถนัดตา รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่คมที่ลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศ ด้านในนั้นไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่แล้ว แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
"ปล่อยนะ..." เสียงที่เคยแหลมใสและดุดันเมื่อครู่กลับแผ่วเบาลงโดยอัตโนมัติ รินรดาพยายามบิดข้อมือออกจากการกุมมือที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก แต่อาคินไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย เขากลับกระชับข้อมือเธอแน่นขึ้น พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ถ้ารู้สึกว่าหน้าฉันมันน่าสนใจขนาดนั้น..." เสียงทุบต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ทำไมไม่มาดูใกล้ๆ ให้หายสงสัยล่ะ... จะได้รู้ว่าใต้หน้ากากหุ่นยนต์ที่เธอว่า มันมีความรู้สึกอื่นๆ ซ่อนอยู่ด้วยหรือเปล่า"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับคำพูดกำกวมและสถานการณ์ที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยัยอินฟลูเอนเซอร์สายปั่นที่เคยฝฝีปากกล้าไม่เคยกลัวใคร กลับรู้สึกเหมือนกำลังเสียศูนย์ให้กับผู้ชายปากร้ายตรงหน้าอย่างน่าอัปยศอดสู
"นาย... นายมันบ้าไปแล้ว อาคิน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างออกห่าง แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ นั้นราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนเลยสักนิด
ทว่า ก่อนที่อาคินจะได้เอื้อnคำพูดกวนประสาทอะไรกลับมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งรวด ตามด้วยเสียงทุบปังๆ ที่คุ้นหูยิ่งกว่า พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายจากด้านนอกที่ทำให้บรรยากาศสีชมพูปนความตึงเครียดเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"ริน! เปิดประตูให้พี่หน่อย! พี่ได้ยินเสียงคนแปลกปลอมอยู่ในห้อง ยัยตัวแสบ... เปิดเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ยไอ้เด็กวิศวะหน้าไหนมันกล้าบุกรุกเข้าไปในห้องน้องริน!"
เสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวของธันวา รุ่นพี่วิศวะคู่ปรับตัวฉกาจดังทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำให้อาคินชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตู ก่อนจะก้มลงมองรินรดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากเยдяเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของประธานชมรมหุ่นยนต์ทันทีที่เขาได้ยินชื่อคู่แข่งหัวใจ
อาคินไม่ยอมถอยห่าง เขากลับโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาคนฟังเข่าแทบทรุด
"ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญของเธอจะมาขัดจังหวะความสนุกของเราซะแล้วสิ รินรดา"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกกับศึกชิงนางฉบับเด็กเกียร์กันต่อในตอนหน้าค่ะ!
วิศวะหน้านิ่งกับยัยอินฟลูฯ สายปั่น•ตอนที่ 2
ทวงคืนพื้นที่ส่วนตัว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะหน้านิ่งกับยัยอินฟลูฯ สายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
