“ถ้าเธอเปิดมัน... เราจะไม่มีวันย้อนกลับไปจุดเดิมได้อีกแล้วนะ ริน”
คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน เหมือนเสียงสะท้อนจากเหวที่ลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากล่องไม้ใบเก่าที่กวินทร์เพิ่งยื่นให้ มันเป็นกล่องความลับที่เขาบอกว่ามันคือ 'รอยร้าว' ในบ้านตระกูลอัครเดโชที่เขาพยายามปิดตายมาตลอด แต่ทว่า... วินาทีที่ฉันกำลังจะตัดสินใจหยิบกุญแจขึ้นมาไข เสียงเคาะประตูห้องทำงานที่บ้านของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
กวินทร์ถอนหายใจแรง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือหนาของเขาเลื่อนมาปิดฝากล่องอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่กลายเป็นความเย็นชาที่ฉันคาดเดาไม่ได้
“กลับไปนั่งที่โซฟาครับ... ริน” เขาพูดเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงที่ใช้นั้นกลับแฝงความตึงเครียดจนฉันต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนที่ดูน่าเกรงขาม กลิ่นซิการ์ราคาแพงลอยมาแตะจมูกทันทีที่เขาเยื้องกรายเข้ามา กวินทร์ยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รินรดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นสายตาที่ชายผู้นั้นมองมาทางเธอ... มันไม่ใช่สายตาของผู้ใหญ่ใจดี แต่มันคือสายตาของ 'ผู้ควบคุม' ที่ตัดสินคนอื่นด้วยมูลค่าทางธุรกิจ
“พ่อมาทำไมที่นี่ครับ” กวินทร์ถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด
“ฉันมาดูว่าที่ลูกชายตัวดีของฉันกำลังเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระอยู่หรือเปล่า” ท่านประธานอัครเดโชปรายตามองกล่องไม้ใบนั้น ก่อนจะหันมาหาฉัน “เธอสินะ... รินรดา นักศึกษาสถาปัตย์ที่กำลังทำให้ลูกชายฉันไขว้เขวจากโครงการโปรเจกต์ใหญ่ที่บริษัท”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม กวินทร์ก้าวเข้ามาขวางหน้าฉันไว้ทันที
“รินไม่เกี่ยวกับเรื่องงานของพ่อครับ และผมก็ไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวไปปนกับความรับผิดชอบของผม”
“ไม่เกี่ยวอย่างนั้นเหรอ?” ชายผู้เป็นพ่อเค้นหัวเราะในลำคอ “ในเมื่อเวลาที่ควรจะเอาไปศึกษาแบบแปลนโครงสร้างที่เยอรมนี แกกลับมาหมกตัวอยู่กับผู้หญิงคนนี้ แถมยังเอาเวลาไปวาดฝันเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่ไม่มีทางเป็นไปได้... กวินทร์ แกไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะที่จะมาเล่นขายของ”
มือของกวินทร์สั่นเทา ฉันสัมผัสได้จากเงาที่ทอดผ่านไหล่ของเขา เขาไม่ได้หันมามองฉัน แต่การที่เขายืนหยัดอยู่ตรงนี้เพื่อปกป้องฉันจากคำพูดที่เหมือนใบมีดโกนของพ่อเขา มันทำให้ความรู้สึกบางอย่างในใจฉันสั่นคลอน
“มันคือชีวิตของผมครับพ่อ” กวินทร์โต้ตอบ สุ้มเสียงเข้มและดุดัน “ความฝันของผม ไม่ใช่การเป็นหุ่นยนต์ที่เดินตามพิมพ์เขียวที่พ่อขีดเส้นไว้ให้!”
“หึ ความฝันงั้นเหรอ?” พ่อของเขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร “งั้นลองบอกผู้หญิงคนนี้สิ... ว่าถ้าเธอเลือกแก เธอจะต้องเจออะไรบ้าง ชีวิตที่ต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าของครอบครัว กับผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่ต้นทุนทางสังคมมากพอจะมายืนเคียงข้างแกในฐานะภรรยาของว่าที่ประธานบริษัท!”
คำพูดนั้นเสียดแทงลงมากลางใจฉัน มันคือความจริงที่ฉันพยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่ามันไม่สำคัญ แต่เมื่อมันถูกพูดออกมาจากปากของคนที่กุมชะตาชีวิตของเขา รินรดากลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ฉันมองแผ่นหลังกว้างของกวินทร์ที่กำลังพยายามต่อสู้กับแรงกดดันมหาศาล เขาแบกความคาดหวังไว้บนบ่ามากเกินไป... และฉันก็เป็นเพียงตัวถ่วงที่ทำให้ภาระนั้นหนักอึ้งขึ้น
“พอเถอะค่ะ” ฉันรวบรวมความกล้าพูดออกไป เสียงของฉันสั่นเครือแต่ก็ดังพอจะทำให้ทั้งสองหยุดชะงัก
กวินทร์หันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ริน... อย่าฟังที่พ่อพูด”
“กวินทร์คะ... เราคงต้องคุยกันใหม่” ฉันหลบสายตาเขา ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินหัวใจ หากการรักเขามันทำให้เขาต้องถูกพ่อทำร้ายแบบนี้ หากการมีฉันอยู่ในชีวิตทำให้แผนการในอนาคตของเขาต้องพังทลาย ฉันควรจะเป็นคนเดินออกมาเองหรือไม่?
“ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเธอไปทั้งนั้น” กวินทร์กระซิบข้างหูฉันก่อนจะหันไปประจันหน้ากับพ่อของเขาอีกครั้ง “ถ้าพ่อจะกดดันผมแบบนี้ ก็เชิญพ่อทำตามใจชอบเลยครับ แต่จำไว้ว่า ไม่ว่าพ่อจะทำลายอะไรในบริษัท ผมก็ไม่สน... เพราะสิ่งเดียวที่ผมจะรักษาไว้ให้ดีที่สุด คือคนข้างหลังผมคนนี้”
ประโยคนั้นของเขาทรงพลังจนฉันแทบหยุดหายใจ แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้น...
พ่อของกวินทร์ไม่ได้โกรธอย่างที่คิด ท่านเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา ท่านหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วเปิดภาพถ่ายบางอย่างวางลงบนโต๊ะ
มันเป็นภาพของธันวา... อดีตคนรักเก่าของฉัน ที่กำลังนั่งคุยกับพ่อของกวินทร์ในร้านอาหารที่ดูเป็นส่วนตัวมาก
“รู้จักคนนี้ใช่ไหม?” พ่อของเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ธันวาบอกฉันว่า... เขายังมีอะไรบางอย่างที่ค้างคากับเธอ และฉันคิดว่า... ความสัมพันธ์ในอดีตของเธอ อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการตัดสินใจของกวินทร์... ว่าเขาควรจะทิ้งอนาคตของเขา เพื่อผู้หญิงที่ยังมี 'ห่วง' ผูกพันอยู่แบบนี้หรือไม่”
กวินทร์ชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้ตอบ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซับซ้อนของกวินทร์และรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เกียร์เปื้อนกาวใจ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 39
คนรู้จักของพ่อกวินทร์
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!