กลิ่นอายของโอโซนสังเคราะห์และคราบสนิมเหล็กจากดาวเคราะห์น้อยที่ตายซาก คละคลุ้งอยู่ในห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงศูนย์กลาง
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ควอนตัมรุ่นโบราณยังคงสั่นสะเทือนผ่านพื้นรองเท้าบูท ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว ท่ามกลางความเงียบงันของห้วงอวกาศที่แผ่ขยายออกไปไร้ขอบเขต เอลิน่า วอล์กเกอร์ ยืนนิ่งอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก นิ้วเรียวยาวในถุงมือไนลอนเสริมใยคาร์บอนกำลังลากผ่านรอยแตกของหน้าจอโฮโลแกรม แสงสีฟ้าจัดสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาสีเทาคู่สวยนั้นกลับเปล่งประกายด้วยความดื้อรั้นที่ไม่มีวันมอดดับ
"คุณกำลังเล่นกับความพินาศ, เอลิน่า"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คีอาน เวนดิกซ์ ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาค้ำยันไทเทเนียม ชุดสูทสีดำสนิทของผู้คุมกฎแห่งสหพันธ์แนบกระชับไปกับเรือนร่างสูงใหญ่ สะท้อนแสงไฟสลัวจากเพดานยาน เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเยือกเย็นและอำนาจเด็ดขาดแผ่ออกมาจากตัวตนของเขาอย่างชัดเจน จนอุณหภูมิรอบตัวราวกับลดต่ำลงหลายองศา
"ความพินาศในสายตาของคุณ คืองานศิลปะในสายตาของฉัน, คีอาน" เอลิน่าตอบโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงเสียดทานภายใน "คุณเห็นความล้มเหลวเป็นก้อนเนื้อร้ายที่ต้องตัดทิ้ง แต่สำหรับวิศวกรอย่างฉัน... รอยแตกทุกรอย ข้อมูลที่สูญหายทุกไบต์ และความผิดพลาดทุกมิลลิวินาที คือร่องรอยของวิวัฒนาการ"
คีอานหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ความผิดพลาดในระบบระเบียบของสหพันธ์ ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาโรแมนติกไซส์ได้นะครับ, คุณวอล์กเกอร์ มันคือความสูญหายที่ประเมินค่าไม่ได้ และไทม์ไลน์นี้ก็บิดเบี้ยวเกินกว่าจะปล่อยให้คุณมานั่งทดลองทฤษฎีพังๆ ของคุณอีกต่อไป"
เขาเอื้อมมือหนาไปแตะที่แป้นสลับระบบฉุกเฉิน ปลายนี้วของเขาอยู่ห่างจากกลไกทำลายล้างเพียงไม่กี่เซนติเมตร ท่าทางนั้นเด็ดขาดและไร้ซึ่งความปราณีอย่างที่เคยเป็นมาตลอด
แต่เอลิน่าเร็วกว่า เธอไม่ได้ถอยหนี กลับก้าวเข้าประชิดแผงควบคุมและกดปุ่มยืนยันคำสั่งชุดข้อมูลที่เธอเพิ่งกู้คืนขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและเวลาสามสิบหชั่วโมงเต็ม แสงโฮโลแกรมสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน สั่นไหวราวกับเปลวเทียนก่อนจะขยายภาพสามมิติขนาดใหญ่ขึ้นกลางห้อง
ภาพที่ปรากฏไม่ใช่ความล่มสลายอย่างที่คีอานคาดคิด... แต่มันคือโครงสร้างของระบบระบายความร้อนรุ่นเก่า ที่มีรอยเชื่อมต่อผิดพลาดเมื่อสามร้อยปีก่อน ทว่ารอยเชื่อมที่ "ผิดพลาด" นั้น กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากพายุสุริยะ ทำให้ยานสำรวจลำนั้นรอดพ้นจากการถูกทำลายได้อย่างปาฏิหาริย์
"ดูให้เต็มตา, ผู้คุมกฎ" เอลิน่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีเทาจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาสีรัตติกาลของชายหนุ่ม ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟสกัดเข้มปะทะเข้ากับผิวแก้ม "ถ้าไม่มีความผิดพลาดในวันนั้น มนุษยชาติคงสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้าแล้ว ความสมบูรณ์แบบที่คุณไขว่คว้า มันคือความตายในรูปแบบที่สะอาดสะอ้านต่างหาก"
คีอานชะงัก นิ้วที่เตรียมจะกดทำลายระบบค้างเติ็งอยู่กลางอากาศ สายตาของเขาคมกริบกวาดมองผ่านเส้นกราฟและตัวเลขมหาศาลที่ฉายอยู่บนจอ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ควอนตัมที่เต้นเร้าเป็นจังหวะ
เขาไม่ได้ลดมือลงทันที แต่ความเยือกเย็นในแววตาของเขากลับสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ถูกกรีดด้วยคมมีด รอยต่อของเหตุผลและอุดมการณ์ที่ยึดถือมาทั้งชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ปฏิเสธไม่ได้
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังสร้างอนาคต..." คีอานกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธอ "แต่คุณกำลังแบกรับน้ำหนักของซากปรักหักพังทั้งหมดไว้บนบ่าบอบบางคู่นั้น มันจะบดขยี้คุณเข้าสักวัน, เอลิน่า"
"ปล่อยให้มันบดขยี้ไปสิครับ" เสียงทุ้มต่ำและจริงจังแทรกขึ้นมาจากความเงียบ เอลิน่าใช้สรรพนามที่เขามักใช้เพื่อตอกย้ำความเท่าเทียมในเกมจิตวิทยานี้ "อย่างน้อย... ฉันก็ได้เลือกที่จะตายใต้ซากความจริง ไม่ใช่มีชีวิตอยู่บนความลวงตาที่สะอาดสะอ้านของคุณ"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดเลเซอร์ ตัดผ่านชั้นบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง คีอานนิ่งงันไป เขามองใบหน้าเรียวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของผู้หญิงตรงหน้า มือที่เคยกำหมัดแน่นค่อยๆ คลายออก ปลายนี้วของเขาเลื่อนลงจากการควบคุมระบบทำลายล้างอย่างช้าๆ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนผ่านจากความดุเดือดไปสู่ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เคมีระหว่างคนทั้งสองเข้มข้นจนแทบจะจุดประกายไฟในสุญญากาศ พวกเขาคือขั้วตรงข้ามที่ถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลเหวี่ยงให้มาปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจอันลึกซึ้ง...
*ตี๊ด—ตี๊ด—ตี๊ด!*
สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบทั่วห้องควบคุม พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ภายในยานที่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงกระชั้นชิด
*“ตรวจพบสัญญาณชีพจรปริศนา... กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตสุญญากาศชั้นที่สี่... และ... และระบบรักษาความปลอดภัยหลักถูกแฮกจากภายนอก”*
คีอานหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มพิกัด เขาดึงเอลิน่าถอยหลังเข้ามาชิดกับเสาไทเทเนียมด้วยความเร็วสูงโดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งโอบรอบเอวบางของเธอไว้มั่น ขณะที่มืออีกข้างกระชับปืนพกพลังงานพลาสม่าที่ข้างเอว สายตาคมกริบจับจ้องไปยังประตูทางเข้าห้องควบคุมที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า
ในความมืดมิดของทางเดินยาวเหยียด มีเงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นกระทบพื้นเหล็กดังสะท้อนก้องกังวาน และก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินจะสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ เสียงทุ้มแหบพร่าอันคุ้นเคยก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"ดูเหมือนว่า... พวกเราจะมาขัดจังหวะการเจรจาอันแสนเร่าร้อนสินะครับ, ผู้คุมกฎ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 6
วิศวกรรมแห่งความหวัง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!