เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ควอนตัมรุ่นโบราณสั่นสะเทือนผ่านโครงสร้างโลหะของยานสำรวจชั้น ‘คาร์โทกราเฟอร์’ จนสะท้อนเข้าสู่กระดูกสันหลังของเอลิน่า วอล์กเกอร์
มันไม่ใช่เสียงที่ไพเราะหรือนุ่มนวลเหมือนยานลอยลำลาดตระเวนของสหพันธ์ที่คีอาน เวนดิกซ์ คุ้นเคย แต่มันคือเสียงร้องครวญครางของเครื่องจักรที่ผ่านการเคี่ยวกรำด้วยน้ำมือมนุษย์ ผู้ซึ่งยอมแลกความปลอดภัยเพื่อก้าวล่วงเข้าไปในอาณาเขตที่กฎหมายฟิสิกส์ถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ
ภายในห้องควบคุมหลักที่สว่างด้วยแสงนีออนสีอำพันสลัวๆ กลิ่นอายของโอโซนและกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลปะปนกับความกดดันทางจิตวิทยาที่หนาแน่นจนแทบจะคว้าจับต้องได้
“คุณกำลังพาเราบินเข้าสู่สุสานแห่งกาลเวลาด้วยความเร็วที่สูงเกินมาตรฐานความปลอดภัยถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์, คุณวอล์กเกอร์”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คีอาน เวนดิกซ์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โลหะพับได้ ชุดสูทสนามสีเทาเข้มของผู้คุมกฎรัดกุมไร้รอยยับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้ากากอวกาศที่ถอดวางไว้จ้องมองหน้าจอเรดาร์โฮโลแกรมตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะที่ควบคุมไม่ได้รวดเร็ว แต่ทรงพลังและน่าหงุดหงิดในสายตาของคนฟัง
เอลิน่าไม่ได้หันกลับไปมอง เธอทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการปรับแต่งค่าความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กโค้งรอบตัวยาน ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือวิศวกรพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์แสงด้วยความเร็วที่เด็ดขาด ไหล่บางภายใต้เสื้อสูทอวกาศไทเทเนียมขยับตามแรงเหวี่ยงเมื่อยานกระแทกเข้ากับคลื่นกระแทกสุญญากาศ
“ถ้าเราบินด้วยความเร็วมาตรฐานตามที่คุณต้องการ ป่านนี้แรงโน้มถ่วงจากหลุมดำประวัติศาสตร์คงบดขยี้กระดูกของเรากลายเป็นผงธุลีไปตั้งแต่สามพาร์เซกแรกแล้วครับ, ท่านผู้คุมกฎ” เอลิน่าตอบกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยที่เธอไม่ได้พยายามปิดบัง “อีกอย่าง... นี่คือพิกัดต้องห้ามที่คุณเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงตามอำนาจหน้าที่ด้วยซ้ำ ทำไมคุณถึงไม่นั่งเงียบๆ แล้วปล่อยให้คนที่เชี่ยวชาญเรื่องซากปรักหักพังอย่างฉันทำงานของเธอไปล่ะครับ?”
คีอานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชา ทว่าแฝงความเย้ายวนอันตรายอย่างประหลาด เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังของเก้าอี้บังคับการ ระยะห่างระหว่างเขากับเอลิน่าย่อตัวแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายและกลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย
“ความเชี่ยวชาญของคุณมักจะมาพร้อมกับการแหกกฎเสมอ... เอลิน่า” คีอานโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาต่ำทุ้มจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ แต่ทุกคำกลับชัดเจนในโสตประสาท “และประวัติศาสตร์ก็สอนเราเสมอว่า คนที่พยายามขุดคุ้ยซากศพของอดีต มักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของซากศพนั้นเสียเอง”
เอลิน่าหยุดมือที่กำลังเลื่อนคันโยกควบคุม เธอนิ่งไปเสี้ยววินาที สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวที่บังเกิดจากความใกล้ชิดอันอุกอาจนี้ เธอกล้าพูดได้เลยว่า ไม่มีผู้คุมกฎคนไหนในสหพันธ์ที่กล้าเข้าใกล้เธอในระยะประชิดเช่นนี้—ยกเว้นผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกับเธอสุดขั้ว แต่กลับดึงดูดสายตาและความนึกคิดของเธออย่างน่าประหลาด
เธอกล้าหันกลับไปสบตาเขา ดวงตาสีไพลินเข้มแข็งกร้าวและดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
“ถ้าอดีตมันไร้ค่าและสมควรถูกทำลายอย่างที่คุณกับสหพันธ์พยายามทำ ทำไมคุณถึงยังตามติดฉันมาถึงจุดพิกัดรอยต่อมิตินี้ล่ะครับ, คีอาน?” เอลิน่าย้อนถาม น้ำเสียงคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด “คุณกลัวว่าฉันจะเจอความจริง... หรือว่าคุณกลัวว่าความจริงจะพิสูจน์ว่าพวกคุณต่างหากที่ผิดพลาดกันแน่?”
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ แม้เสียงคำรามของเครื่องยนต์จะยังคงดังก้อง แต่ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดทางอารมณ์ คีอานจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีความลังเลฉายชัดขึ้นในดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้น—ชั่วขณะหนึ่งที่ความเยือกเย็นของผู้คุมกฎสั่นคลอน ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณของการปกป้องบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยปาก
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnคำพูดใดออกมาอีก หน้าจอหลักตรงหน้าก็สั่นกระพริบอย่างรุนแรง สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่ เสียงระบบอัตโนมัติรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัว
*[คำเตือน: เข้าสู่ขอบเขตพิกัด 00-Delta รอยต่อประวัติศาสตร์ที่ถูกลบ. ตรวจพบคลื่นพลังงานไม่ทราบที่มา. แรงโน้มถ่วงแปรปรวนขั้นวิกฤต]*
ยาน ‘คาร์โทกราเฟอร์’ สะดุดอย่างรุนแรงราวกับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น แรงเหวี่ยงมหาศาลซัดร่างของเอลิน่าหลุดจากเบาะควบคุม แต่ก่อนที่เธอจะกระแทกเข้ากับแผงโลหะด้านข้าง มือหนาของคีอานก็คว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เขาดึงเธอกลับเข้าสู่อ้อมกอด แนบชิดจนแผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขา
กลิ่นโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นโลหะอวกาศปะทะเข้าจมูก เอลิน่าหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวไม่ใช่เพราะแรงกระแทกของยาน แต่เพราะสัมผัสที่มั่นคงและทรงพลังจากวงแขนของชายหนุ่มที่เธอมองว่าเป็นศัตรู
“จับฉันไว้ให้แน่น” คีอานกระซิบชิดขอบหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงอำนาจเต็มพิกัด “เรากำลังจะตกหลุมพรางของใครบางคน... หรือบางสิ่งบางอย่าง”
เขาเอื้อมมืออีกข้างเข้าควบคุมระบบกู้ภัยฉุกเฉินด้วยความเร็วระดับมืออาชีพ ยานพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยเศษซากดาวเคราะห์น้อย ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะเปิดโล่งออกสู่สถานที่ที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในจักรวาลนี้
มันคือมหานครลอยฟ้าขนาดมหึมา สถาปัตยกรรมล้ำยุคที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีควอนตัมและโครงสร้างชีวภาพสะท้อนแสงระยิบระยับ ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับหยุดนิ่ง... ไม่มีเสียง ไม่มีชีวิต ไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหว ทุกอย่างถูกแช่แข็งไว้ในห้วงเวลาอันเป็นนิรันดร์ราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกทิ้งร้าง
และที่ใจกลางของมหานครร้างนั้น บนแท่นบูชาโลหะสีดำสนิทที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า มี “บางสิ่ง” กำลังเปล่งแสงระเรื่อออกมา
มันคือรอยเท้าขนาดมหึมาที่ประทับอยู่บนพื้นผิวโลหะ รอยเท้าที่ส่องประกายด้วยแสงสีทองคำขาวบริสุทธิ์—รอยเท้าของมนุษย์... ที่ถูกบันทึกไว้ก่อนที่มนุษยชาติจะถือกำเนิดขึ้นบนโลกเสียอีก
คีอานปล่อยมือจากเอลิน่าช้าๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองภาพเบื้องหน้า ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ
“เป็นไปไม่ได้...” คีอานพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเป็นครั้งแรก “พิกัดนี้... มันถูกลบออกจากสารบบของสหพันธ์ไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล ทำไมมันถึงยังอยู่ที่นี่?”
เอลิน่ายืนนิ่ง งثยงมองรอยเท้านั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความตื่นตะลึงและความหวาดกลัว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันไปสบตากับคีอาน ชายผู้ซึ่งกุมความลับทั้งหมดของสหพันธ์ไว้
“เพราะมันไม่ใช่รอยเท้าของอดีตที่เราเคยรู้จักไงครับ, คีอาน” เอลิน่าพูดเสียงแผ่วเบา ดวงตาประกายความมุ่งมั่นและหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน “แต่มันคือรอยเท้า... ของผู้ที่สร้างเราขึ้นมาต่างหาก”
ทันใดนั้น แสงไฟสีทองจากรอยเท้าเบื้องหน้าก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและคุ้นเคย—เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามาจากความมืดมิดด้านหลังของซากปรักหักพัง... เสียงที่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีใครอื่นอีกนอกจากพวกเขา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 9
รอยเท้าในประวัติศาสตร์
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!