"คุณช่วยเลิกทำหน้าเหมือนคนเพิ่งเสียของรักไปได้ไหมคะ มันรบกวนสมาธิในการทำงานของฉัน"
เสียงเย็นเยียบของพริมาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิทในสตูดิโอ เธอไม่ได้เงยหน้าจากร่างแบบบนโต๊ะ แต่ปลายนิ้วที่จับดินสอกดกลับสั่นไหวนิดๆ จนคนมองสังเกตเห็น เฌอเอมที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูค้างไว้ตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อนค่อยๆ ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ แววตาของช่างภาพสาวเต็มไปด้วยความสงสัยระคนหยอกเย้า
"เสียของรักเหรอคะ? ฉันไม่ได้เสียอะไรสักหน่อย แค่กำลังพยายามทำความเข้าใจคนแถวนี้ว่าทำไมถึงต้องสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะขนาดนี้ไว้รอบตัว"
เฌอเอมไม่ถอยกลับ เธอเดินไปหยุดข้างโต๊ะทำงานของดีไซเนอร์สาว กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟอเมริกาโน่เย็นที่เธอถือติดมือมาด้วยวางลงบนมุมโต๊ะอย่างถือวิสาสะ
พริมาหยุดชะงัก เธอวางดินสอลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกายด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแววตาคู่นั้นกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง "ฉันชอบดื่มกาแฟดำ ไม่ชอบของหวาน และไม่ชอบการตีสนิทที่ไร้ประโยชน์ ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรจะคุยเรื่องคอลเลกชันใหม่ ก็ช่วยออกไปให้พ้นหน้าฉันทีค่ะ"
"แหม ใจร้ายจังนะคะ" เฌอเอมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบแซนด์วิชทูน่าที่ซื้อมาวางลงข้างแก้วกาแฟ "ฉันเห็นคุณทำงานตั้งแต่มื้อเช้ายังไม่ตกถึงท้อง เลยเดาเอาว่าคุณคงลืม... มื้อเที่ยงที่ร้านอาหารอิตาลีใต้ตึกนี้ทำพาสต้าทรัฟเฟิลอร่อยมากนะคะ วันหลังไปลองทานด้วยกันไหม ฉันเลี้ยงเอง"
พริมามองกล่องแซนด์วิชตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะปัดมันออกห่างจากกองกระดาษร่างแบบอย่างไม่ใยดี "ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันไม่หิว และที่สำคัญ... ฉันไม่มีเวลาไปเดินเตร่หาของอร่อยกินกับคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะอย่างคุณ"
"ทำไมต้องตอกกลับแรงขนาดนั้นด้วยล่ะคะ?" เฌอเอมยันมือลงบนโต๊ะ โน้มตัวเข้าไปหาจนใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเฌอเอมทำให้พริมาถึงกับกลั้นหายใจ "แค่อยากชวนกินข้าว แค่เรื่องอาหารธรรมดาๆ... หรือว่าที่ฉันชวน คุณกลัว? กลัวว่าจะเผลอใจไปกับคนที่คุณมองว่าน่ารำคาญเข้าสักวัน"
พริมาแค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตาสั่นระริก "รอยยิ้มของคุณมันน่ารำคาญค่ะ เฌอเอม"
เฌอเอมชะงักไปครู่หนึ่งกับคำพูดนั้น แต่แทนที่จะโกรธ เธอเลือกที่จะขยับยิ้มกว้างกว่าเดิมจนดวงตาเป็นประกาย "ถ้าน่ารำคาญนัก ก็ลองมองมันบ่อยๆ สิคะ เผื่อวันหนึ่งจะกลายเป็นความเคยชินจนคุณเลิกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเสียที"
"เพ้อเจ้อ" พริมาสะบัดหน้าหนี พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาไว้ที่งานตรงหน้าอีกครั้ง แต่จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะกลับดังเกินกว่าจะกลบด้วยความเงียบได้
"เอาเถอะค่ะ จะปฏิเสธกี่ครั้งฉันก็ไม่เลิกตื๊อหรอกนะ เพราะฉันเชื่อว่าภายใต้ใบหน้าเย็นชานี้ คุณเองก็คงเหงาไม่ต่างจากคนอื่นหรอก"
เฌอเอมหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป แต่แล้วเธอก็ชะงักกึก พริมาเองก็ชะงักมือที่กำลังวาดเส้นสุดท้ายเช่นกัน เมื่อประตูสตูดิโอถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ
ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสแบรนด์เนมสุดหรูเดินเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน เธอตรงดิ่งเข้ามาหาพริมาโดยไม่สนสายตาของเฌอเอมแม้แต่น้อย
"พี่พริมา! ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ดาคะ? เรื่องที่พี่บอกว่าจะเลิกทำคอลเลกชันนี้... มันหมายความว่ายังไง!"
พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นเรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาของเธอไม่ได้มองดา แต่เหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนปกเสื้อของคนที่เพิ่งเข้ามา ซึ่งมันทำให้พริมาถึงกับหน้าซีดเผือดจนเฌอเอมที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"คุณมาที่นี่ทำไม" เสียงของพริมาสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน
"ดามาเอาคำตอบค่ะ! เพราะถ้าพี่จะทิ้งงานนี้ไปหาคนอื่น ดาก็จะไม่ปล่อยให้พี่ได้ทำอะไรตามใจชอบอีกต่อไป!"
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นทันที เฌอเอมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ หวังว่าเรื่องราวของพริมาและเฌอเอมจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกันค่ะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีนะคะ
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยตากล้องสายรั่ว•ตอนที่ 2
รอยยิ้มที่น่ารำคาญ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยตากล้องสายรั่ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
