"หมอบลงครับ!"
เสียงทุ้มต่ำแต่วิพากษ์เฉียบขาดของอรุณดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ดร.วิภาดาเซถลาตามแรงโน้มถ่วง โครงร่างเพรียวบางของอาจารย์สาวล้มกลิ้งไปแนบกับพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าของชั้น 12 ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหวีดแหลมราวกับเหล็กกล้าฉีกขาดก็ดังสนั่นหวั่นไหวผ่านเหนือศีรษะของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว
*ฉับ!*
เหล็กข้ออعاد (Rebar) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยี่สืบมิลลิเมตรพุ่งทะลวงจากเพดานดิ่งลงปักฝังลงไปในพื้นปูนตรงจุดที่วิภาดายืนอยู่เมื่อครู่ แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้เศษปูนและฝุ่นผงฟุ้งกระจายตลบอบอวล ทัศนียภาพในโถงอาคารมืดทึบถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นของซากปรักหักพังทันที
อรุณหอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองประเมินโครงสร้างรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองของสถาปนิกหนุ่มทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลเกี่ยวกับ "ระบบโครงสร้างรับแรงเฉือน (Shear Wall System)" ของอาคารร้างแห่งนี้ถูกดึงขึ้นมาวิเคราะห์ในหัว
"แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ไม่ได้มาจากแผ่นดินไหว... แต่มันคือการปรับตัวของโครงสร้างหลัก (Load-Bearing Structure) ที่ถูกรบกวนด้วยพลังงานบางอย่าง" อรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มั่นคง มือข้างหนึ่งยังคงกุมข้อมือของหญิงสาวไว้เพื่อประคองไม่ให้เธอลุกขึ้นไปรับอันตรายซ้ำสอง "คุณวิภาดา เป็นอย่างไรบ้างครับ?"
วิภาดาไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรง The Row เปล่งประกายวับวาว เธอมองซากเหล็กที่ยังคงสั่นระริกด้วยความตกใจปนทึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับชายหนุ่มที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อดึงเธอกลับจากวิถีมรณะ
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ่อ ผมไม่เป็นไรครับคุณอรุณ" วิภาดารีบปรับสรรพนามและน้ำเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ พร้อมกับระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ขอบคุณสำหรับสัญชาตญาณความปลอดภัยระดับสามดาวของคุณนะ ศาสตราจารย์ด้านโครงสร้างจำเป็น"
"สัญชาตญาณอย่างเดียวคงไม่พอหรอกครับ ถ้าแปลนโครงสร้างตึกนี้ในหัวผมไม่แม่นยำพอ" อrุณช่วยพยุงอาจารย์สาวให้ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง เขากวาดสายตาสำรวจรอบด้าน ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของซากตึก บรรยากาศรอบตัวกลับเริ่มเปลี่ยนไป กฎเกณฑ์ข้อที่สี่ของตึกสำนักงานผีสิงแห่งนี้—*ห้ามอยู่ในพื้นที่ที่โครงสร้างกำลังซ่อมแซมตัวเอง*—กำลังนับถอยหลัง
ตามตำราจิตวิทยาประยุกต์และทฤษฎีสนามพลังงานวิญญาณที่วิภาดาเคยศึกษามา พื้นที่แห่งนี้ถูกผูกโยงไว้ด้วยจิตอาฆาตของผู้รับเหมาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อน ทุกครั้งที่โครงสร้างขยับ มันไม่ใช่แค่เรื่องทางกายภาพ แต่เป็นการ "รีเซ็ต" อาณาเขตของวิญญาณร้าย
"เราติดอยู่ในโซนอับสัญญาณความปลอดภัยแล้วครับ" อรุณเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเคร่งเครียดเล็กน้อยเมื่อเขาหยิบอุปกรณ์ตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF Meter) ขึ้นมาดู หน้าจอสีเขียวเข้มกะพริบถี่รัวจนน่ากลัว ตัวเลขพุ่งทะยานเกินขีดจำกัดไปไกล "ค่าความหนาแน่นของพลังงานเกินกว่า 500 Gauss วิญญาณระดับอาฆาตตนนั้นไม่ได้อยู่แค่ชั้นล่างแล้ว แต่มันกำลังใช้โครงสร้างเหล็กเส้นเหล่านี้เป็นทางเดินเคลื่อนย้ายตัวตน"
วิภาดาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างชายหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์จากตัวเธอลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูน สร้างความรู้สึกสงบแปลกประหลาดท่ามกลางสถานการณ์ความเป็นความตาย เธอยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่เสาคอนกรีตใกล้ที่สุด ดวงตาหรี่ลงราวกับกำลังสื่อสารกับบางสิ่งบางอย่างที่มนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็น
"คุณอรุณคะ... อ่า ผมหมายถึง คุณอรุณครับ" วิภาดาแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่ม "คุณสังเกตไหมว่า เหล็กเส้นที่ตกลงมาเมื่อครู่ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้า แต่มันเรียงตัวกันเป็นรูปทรงเรขาคณิต... รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า"
อรุณชะงัก ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาดึงแท็บเล็ตกันกระแทกออกจากกระเป๋าเป้ ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านหน้าจอเพื่อเปิดแบบแปลนจำลอง 3 มิติของอาคารแห่งนี้ขึ้นมาซ้อนทับกับภาพจริงที่เห็นตรงหน้า
"จริงด้วย..." อรุณพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น "รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า คือโครงสร้างทางเรขาคณิตที่แข็ง 0 แรงที่สุดในการกระจายน้ำหนัก แต่วิญญาณตนนี้กลับใช้มันเพื่อ 'กักขัง' พื้นที่... มันไม่ได้พยายามจะฆ่าเราให้ตายในทีเดียว แต่มันกำลังต้อนเราให้เข้าไปในห้องประชุมใหญ่ชั้น 13!"
ห้องประชุมใหญ่ชั้น 13—จุดศูนย์กลางของโศกนาฏกรรม และเป็นจุดที่อรุณสูญเสียรุ่นพี่ผู้ช่วยสถาปนิกไปในคืนวันเกิดเหตุ ปมในอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เคยจางหาย
วิภาดาสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่แผ่ซ้ำออกมาจากฝ่ามือของชายหนุ่ม เธอหันมามองใบหน้าที่เริ่มเคร่งเครียดขึ้นของอรุณ มือเรียวบางเอื้อมไปแตะทับหลังมือของเขาที่กำลังถือแท็บเล็ตอยู่ สัมผัสอุ่นร้อนจากเธอนิดหน่อยช่วยดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้กลับคืนมา
"อดีตคือโครงสร้างที่สร้างเสร็จไปแล้วครับคุณอรุณ... เราไม่อาจแก้ไขแบบแปลนที่ถูกเทปูนทับไปแล้วได้" เสียงหวานของอาจารย์สาวเอ่ยเตือนสติด้วยความนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น "แต่ปัจจุบันคือพื้นที่ที่เรากำลังยืนอยู่... และเราสามารถออกแบบทางหนีไฟใหม่ได้เสมอ หากเราเชื่อใจกัน"
คำว่า "เชื่อใจ" สะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของอรุณ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเลือกที่จะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว เชื่อมั่นเพียงแค่ตัวเลข แบบแปลน และความจริงที่พิสูจน์ได้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนก้าวเข้ามาในพื้นที่อันตรายเคียงบ่าเคียงไหล่ และบอกให้เขาวางใจในสิ่งที่ไม่ใช่แค่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์
อรุณสูดหายใจเข้าลึก and ผ่อนออกมาอย่างช้าๆ ความกลัวและความทรงจำอันเจ็บปวดถูกจัดระเบียบใหม่ในสมองอย่างเป็นระบบ รอยยิ้มจางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง
"ขอบคุณครับคุณวิภาดา... ถ้าอย่างนั้น เรามาลองเปลี่ยน 'แบบแปลน' ของคืนนี้กันดูสักตั้ง"
สถาปนิกหนุ่มดึงปากกาช่างเขียนออกจากกระเป๋าเสื้อเชير ขีดเขียนสัญลักษณ์และคำนวณทิศทางการไหลของกระแสลมบนฝ่ามือของตนเองอย่างรวดเร็ว ในขณะที่วิภาดายืนคุมเชิง หันหลังชนกับเขาเพื่อระวังภัยจากความมืดเบื้องหลัง ทั้งสองคนประสานการทำงานกันอย่างไร้รอยต่อ ทักษะทางวิศวกรรมและการควบคุมจิตวิทยาผสานเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว สร้างเกราะป้องกันพลังงานสีขาวจางๆ รอบตัวทั้งคู่
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากโถงทางเดินมืดทึบ เงาสูงใหญ่ผิดมนุษย์ปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟฉุกเฉินที่กะพริบติดๆ ดับๆ มันคือร่างเงาโครงกระดูกที่ประกอบขึ้นจากเศษปูนและเหล็กขึ้นสนิม ดวงตาสองข้างเปล่งแสงสีแดงฉานจ้องมองมาที่ทั้งคู่ด้วยความแค้นเคือง
อรุณเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือที่คำนวณเสร็จสิ้น เขาสบตากับวิภาดา ทั้งคู่พยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณสุดท้าย
"ตอนนี้แหละครับ! วิ่งไปที่ช่องลิฟต์บริการทิศตะวันออก!"
ทั้งคู่พุ่งตัวออกไปพร้อมกันราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของวิญญาณร้ายที่ไล่หลังมาติดๆ อรุณอาศัยความรู้เรื่องจุดอ่อนของโครงสร้าง ใช้ศอกกระแทกเข้ากับผนังปูนที่กะเทาะไว้แล้วพังทลายเปิดทางลัด ทะยานผ่านความมืดมิดเข้าสู่พื้นที่เขตปลอดภัยชั่วคราวได้หวุดหวิด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูเหล็กกันไฟ และอรุณกำลังเอื้อมมือไปกดปุ่มล็อกระบบฉุกเฉินเพื่อปิดตายเส้นทางนั้น หน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขากลับดับวูบลง ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็วที่ไม่มีอยู่ในระบบเดิม
[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงโครงสร้างหลักชั้น 13]
[เงื่อนไขผ่านด่านถูกเปลี่ยนกระทันหัน: "ท่านได้เปิดใช้งานห้องลับใต้ดินโดยไม่ตั้งใจ"]
[ผู้บุกรุกนิรนามกำลังเข้าใกล้พิกัดของคุณ... 3... 2... 1...]
เสียงฝีเท้าที่สามดังขึ้นประชิดหลังประตูเหล็กหนา พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งที่ดังก้องราวกับมาจากก้นบึ้งของนรก และก่อนที่อรุณจะทันได้เอ่ยเตือนอะไร มือสีขาวซีดไร้เลือดคู่หนึ่งก็ยื่นทะลุกระจกนิรمانของประตูเหล็กออกมาคว้าเข้าที่ข้อเท้าของวิภาดาเต็มแรง!
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจโครงสร้างมรณะนี้ไปด้วยกันนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก•ตอนที่ 10
ความร่วมมือครั้งแรก
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!