สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก•ตอนที่ 9

เงาในโถงทางเดิน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"อย่าขยับสายวัดในมือเด็ดขาดครับ คุณอรุณ" เสียงทุ้มแต่นุ่มนวลของ ดร.วิภาดาดังขึ้นอย่างเฉียบขาด ท่ามกลางความเงียบงันระดับเดซิเบลต่ำจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง อรุณชะงักมือที่กำลังจะกางตลับเมตรเหล็กสีเหลืองออก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปตามแนวรอยต่อของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กเบอร์ C-4 ในโถงทางเดินชั้น 8 ของอาคารพาณิชย์ร้างแห่งนี้ แบบแปลนฉบับจำลองที่เขาถือไว้ในมือซ้ายกำลังสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ถูกตัดไฟไปนานนับปี แต่เป็นเพราะความผิดปกติทางโครงสร้างที่เพิ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ในฐานะสถาปนิกผู้ยึดมั่นในหลักการทางวิศวกรรม อรุณเชื่อมั่นมาตลอดว่าทุกรอยร้าวบนผนังย่อมมีสาเหตุเชิงกลศาสตร์รองรับ ไม่ว่าจะเป็นการทรุดตัวของฐานราก แรงอัดตามแนวแกน หรือการขยายตัวของวัสดุก่อสร้างตามอุณหภูมิ แต่ทว่า... รอยแตกรูปก้นหอยที่กำลังเลื้อยผ่านคานปูนเปลือยเบื้องหน้า กลับไม่มีอยู่จริงในแบบแปลนดั้งเดิมที่เขาตรวจสอบซ้ำมาสามรอบ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น รอยแตกเหล่านั้นกำลัง "หายใจ" เสียงตอดเล็กๆ คล้ายของเหลวหนืดเดือดพล่านดังลอดออกมาจากรอยแยกคอนกรีต กลิ่นอับชื้นของฝุ่นปูนถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นสาบสรางจางๆ ที่คุ้นเคย—กลิ่นเดียวกับวันที่โครงสร้างอพาร์ตเมนต์เก่าถล่มทับความทรงจำในวัยเด็กของเขา "คุณวิภาดาครับ ระยะพิทช์ของเสาต้นนี้... มันถูกบิดเบือนไปจากองศาเดิมเกือบเจ็ดองศาแล้วนะครับ" อรุณเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาพยายามรักษาความนิ่งสงบตามวิสัยของนักวิชาการผู้รอบคอบ แต่เหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามไรผม "ถ้าคำนวณตามหลักการรับน้ำหนัก แรงเฉือนตรงจุดนี้ควรจะกระจายตัวออกด้านข้าง แต่นี่... แรงดึงดูดกลับพุ่งเข้าหาศูนย์กลางของโถงทางเดิน ราวกับมีมวลสารขนาดมหศาลซ่อนอยู่หลังผนังปูนฉาบ" อาจารย์สาวก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ ขยับกรอบแว่นทรงรีเล็กรosé gold เล็กน้อย ดวงตาคู่สวยภายใต้เลนส์ใสไม่ได้มองที่รอยแตกบนเสา แต่กลับจดจ้องไปที่เงาสะท้อนบนพื้นผิวตลับเมตรเหล็กในมือของเขา "คุณอรุณกำลังมองหาเหตุผลทางฟิสิกส์ในสถานที่ที่กฎแห่งฟิสิกส์ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยจิตใต้สำนึกอันบิดเบี้ยวครับ" ดร.วิภาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง เธอยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อแจ็คเก็ตท위ดสีเทาของตนเอง "จำกฎข้อที่สามของการสำรวจพื้นที่อาคมที่เราตกลงกันไว้ได้ไหมครับ? *'เมื่อโครงสร้างทางกายภาพขัดแย้งกับสัญชาตญาณ ให้เชื่อมั่นในรอยต่อ ไม่ใช่ตัววัตถุ'*... สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่รอยร้าวจากแผ่นดินไหว แต่มันคือรอยแผลที่ถูกกรีดเปิดโดยความแค้น" ฉับพลันนั้น อุณหภูมิรอบตัวก็ดิ่งฮวบลดลงจนเกิดไอสีขาวออกจากริมฝีปาก ไฟฉายแรงสูงในมือซ้ายของอรุณกะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากช่องลมหน้าต่างปลายโถงทางเดิน เบื้องหน้าของทั้งสอง... เงาดำทึบขนาดมหึมาที่เคยทาบทับอยู่บนผนังฝั่งตรงข้าม เริ่มขยับตัวแยกออกจากพื้นผิวปูน มันไม่ใช่เงาทอดตัวตามธรรมชาติของแสงอาทิตย์ยามเย็น แต่เป็นก้อนมวลสีดำสนิทที่ปราศจากเงาสะท้อน ขอบเขตของมันบิดเบี้ยวและหยดย้อยราวกับหมึกจีนที่ละลายในน้ำ น้ำหนักกดทับมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจนโครงสร้างเหล็กเส้นภายในเสา ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวราวกับกระดูกที่กำลังถูกหัก "ถอยหลังสามก้าวครับ!" ดร.วิภาดาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับสะบัดข้อมือปลดล็อกกระเป๋าเอกสารหนังแท้ หยิบแท่งช็อกสีขาวบริสุทธิ์ออกมาราวกับนักอาคมผู้เชี่ยวชาญการตั้งเขตอาคม แต่อรุณกลับไม่ยอมขยับ เขายังคงยืนหยัดอยู่ตรงนั้น สายตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างการเคลื่อนไหวของเงามืดนั้นอย่างรวดเร็ว ในฐานะสถาปนิกผู้ผ่านการคำนวณโครงสร้างซับซ้อนมานับไม่ถ้วน สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินความเสี่ยง เงามืดนั้นไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมอย่างไร้ทิศทาง แต่มันเคลื่อนตัวตามแนวเส้นตาราง (Grid Line) ของคานรับน้ำหนักชั้น 7 ที่อยู่เหนือหัวพวกเขาขึ้นไปพอดี "มันไม่ได้สุ่มโจมตีครับคุณวิภาดา..." อรุณพูดลอดไรฟัน ขณะที่มือขวาเอื้อมไปหยิบประแจปากตายขนาดสิบสองนิ้วออกจากกระเป๋าเครื่องมือ "มันกำลังใช้แนวคานเป็นเส้นทางเคลื่อนที่ หากเราทำลายจุดอ้างอิงทางเรขาคณิตที่มันยึดเกาะอยู่ แรงเหวี่ยงของโครงสร้างจะบังคับให้มันสูญเสียเสถียรภาพ!" "คุณบ้าไปแล้วเหรอครับ! นั่นมันไม่ใช่คานคอนกรีตธรรมดา แต่มันคือจุดรวมพลังงานจิตที่หนาแน่นที่สุดของตึกนี้!" ดร.วิภาดาอุทานด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่เคยสุขุมราบเรียบเจือความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นอรุณก้าวเท้าเข้าไปประชิดเสาต้นที่เกิดเหตุ อรุณไม่สนใจเสียงทักท้วง เขาอาศัยจังหวะที่เงามืดกำลังยกตัวขึ้นเตรียมพุ่งเข้าตะครุบ วาดประแจเหล็กในมือกระแทกเข้ากับจุดหมุดยص (Anchor Bolt) ที่ฝังอยู่รอยต่อระหว่างเสากับคานอย่างแม่นยำเต็มแรง *เปรี้ยะ! แครก!* เสียงโลหะลั่นสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนจากการกระแทกส่งผลให้โครงสร้างเหล็กเส้นภายในสั่นสะเทือน เงามืดที่กำลังพุ่งเข้ามาหยุดชะงักลงทันที ราวกับถูกกระชากด้วยโซ่ตรึง ร่างสีดำสนิทบิดเบี้ยวไปมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงเสียดแก้วหูที่ทำเอาประสาทการทรงตัวของอรุณปั่นป่วนจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น "สำเร็จไหมครับ..." อรุณหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อชุ่มโชกแผ่นหลัง สายตาสอดส่องมองผลลัพธ์ผ่านความมืดสลัว ทว่า... รอยแตกรูปก้นหอยบนเสาต้นเดิมกลับไม่ได้ขยายตัวออกตามที่เขาวิเคราะห์ไว้ ตรงกันข้าม มันกลับปิดสนิทลงอย่างรวดเร็วราวกับปากแผลที่สมานตัวด้วยเลือดสดๆ และจากรอยแยกที่ปิดสนิทนั้นเอง ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ก็ลืมตาโพลงขึ้นพร้อมกันบนผิวคอนกรีต พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ประสานกันดังระงมทั่วโถงทางเดิน— *...แก...ทำลาย...แบบแปลน...ของพวกเรา...* ดร.วิภาดาหน้าถอดสีทันที เธอรีบคว้าข้อมือของอรุณแล้วออกแรงกระชากสุดกำลัง "วิ่งครับคุณอรุณ! นั่นไม่ใช่เงาธรรมดา... แต่มันคือโครงสร้างวิญญาณของสถาปนิกคนแรกที่ถูกฝังไว้ใต้ฐานรากตึกนี้!" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิทอย่างไร้เหตุผล แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างของพวกเขาร่วงดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานมาจากทุกทิศทุกทาง และก่อนที่สติจะดับวูบลง หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสแจ๋วของระบบภารกิจที่อรุณคิดว่าปิดการใช้งานไปแล้ว ก็เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวหนังสือสีแดงฉานระดับวิกฤต— **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกบอสลับชั้น 8 "สถาปนิกผู้สาปสูญ" สำเร็จ / เงื่อนไขความปลอดภัยเป็นศูนย์ / เริ่มต้นกระบวนการรีเซ็ตโครงสร้างจิตวิญญาณใน 10... 9... 8...]** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาโครงสร้างมรณะนี้ไปด้วยกันนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%