สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก•ตอนที่ 14

กลยุทธ์การสำรวจชั้นที่สี่

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้ระเบียบวิธีวิศวกรรมแบบเดิมกับพื้นที่ที่มีค่าความหนาแน่นของวิญญาณอาฆาตสูงระดับ 8.5 ในชั้นที่สี่ เราคงไม่ได้ก้าวข้ามผ่านโถงทางเดินไปได้เกินสิบเมตรหรอกครับ อรุณ" เสียงเรียบเย็นของดร.วิภาดาดังแทรกความเงียบงันในโถงบันไดหนีไฟ เธอยืนพิงผนังคอนกรีตที่เริ่มมีคราบราดำก่อตัวเป็นลวดลายประหลาด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจดจ้องที่พิมพ์เขียวในมือของอรุณด้วยสายตาที่อ่านยาก อรุณชะงักปลายปากกาที่กำลังร่างเส้นกราฟิกแสดงโครงสร้างรับน้ำหนักของเพดานชั้นที่สี่ เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับชื้นของตึกเก่าผสมกับกลิ่นไอเย็นยะเยือกของมิติคู่ขนานเริ่มรุนแรงขึ้นจนสัมผัสได้ถึงเส้นผมที่ลุกชันที่ต้นคอ "ผมเข้าใจความกังวลของคุณครับอาจารย์ แต่โครงสร้างตึกนี้มันมีตรรกะในตัวมันเอง การที่คานรับน้ำหนักในโซนนี้บิดเบี้ยวไปสามองศาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือจุดที่ผังโครงสร้างพยายาม 'กักขัง' บางอย่างไว้ ถ้าเราเดินสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่คำนวณทิศทางการไหลเวียนของกระแสพลังวิญญาณที่สอดคล้องกับโครงสร้างเหล็ก ผมเกรงว่าเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนกรีตพวกนี้เสียเอง" เขากางพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ลงบนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่น เข็มทิศแม่เหล็กในมือหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะนิ่งสนิทชี้ไปยังกำแพงทึบด้านซ้ายมือ ซึ่งตามแบบแปลนเดิมมันควรจะเป็นช่องลิฟต์ขนของ แต่ในความจริงกลับไม่มีรอยต่อของประตูแม้แต่นิดเดียว "คุณกำลังมองหาทางเข้าด้วยสายตาของวิศวกร แต่นี่คือการสำรวจเขตแดนแห่งความตาย" ดร.วิภาดาขยับเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ต่ำผิดปกติรอบตัวเธอ "ชั้นที่สี่ไม่ได้ถูกออกแบบด้วยวัสดุ แต่มันถูกออกแบบด้วย 'ความทรงจำ' ของผู้ที่เคยตายอยู่ที่นี่ กลยุทธ์ของเราไม่ใช่การเจาะทะลุ แต่คือการ 'ยื่นข้อเสนอ' ให้กับโครงสร้างครับ" อรุณมองหญิงสาวด้วยความทึ่ง ความฉลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นของเธอมักจะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงเขาออกมาจากความคิดเชิงตรรกะที่คับแคบเสมอ เขาขยับแว่นสายตาแล้วเริ่มแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ "งั้นเรามาแบ่งงานกันครับ" อรุณชี้ไปที่จุดตัดของคานหลักบนพิมพ์เขียว "ผมจะรับหน้าที่คำนวณจุดสมดุลของกระแสพลังงาน คุณต้องเป็นคนสื่อสารกับ 'ความทรงจำ' ในกำแพงนั้น ในเมื่อคุณบอกว่ามันคือการต่อรอง ผมจะสร้างกำแพงกั้นชั่วคราวด้วยการปักหมุดอาคมที่คุณให้ไว้ เพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียนพลังงานให้มันไปรวมที่จุดบอดของโครงสร้าง ถ้าทำแบบนี้เราน่าจะเปิดรอยแยกชั่วคราวได้สามนาที" "สามนาที... กระชั้นชิดไปหน่อยนะครับ แต่ก็นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ประเมินความเสี่ยงได้ดีเยี่ยม" ดร.วิภาดายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของนักล่า "ลงมือเลยครับ ก่อนที่ชั้นที่ห้านั่นจะรู้ตัวว่าเรากำลังพยายามบุกรุกพื้นที่ของมัน" อรุณเริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่ว เขาใช้ตลับเมตรวัดระยะห่างจากผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกก้าวย่างของเขาถูกคำนวณอย่างแม่นยำ ทุกการวางตำแหน่งของเหรียญอาคมเป็นการวางตามหลักเรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์ที่เขาร่ำเรียนมาเพื่อยึดเหนี่ยววิญญาณให้อยู่กับที่ ขณะที่ดร.วิภาดาก้าวเดินช้าๆ ไปยังจุดบอดของกำแพง เธอเริ่มพึมพำบทสวดที่เป็นภาษาโบราณ น้ำเสียงของเธอสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ทันใดนั้น อากาศในโถงทางเดินก็หนักอึ้งราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น เสียงเหล็กที่ถูกบิดงอก้องกังวานมาจากภายในกำแพง คอนกรีตที่ควรจะแข็งแกร่งกลับเริ่มอ่อนตัวลงราวกับดินน้ำมัน ผนังตรงหน้าพวกเขากำลังปริแยกออก เผยให้เห็นห้วงมืดมิดที่เต็มไปด้วยกระแสพลังงานสีครามที่ไหลวนอย่างดุร้าย "อรุณ! อย่าถอยหลังนะ!" ดร.วิภาดาตะโกนขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มชะงักด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด อรุณไม่ได้ถอย แต่เขากลับก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยิบเอาอุปกรณ์วัดระดับเลเซอร์ขึ้นมาตรวจสอบเสถียรภาพของรอยแยก "มันไม่ใช่ทางเดินครับอาจารย์... แต่มันคือรอยรั่ว! มีบางอย่างกำลังพยายามพังกำแพงฝั่งนี้ออกมาจากข้างใน!" ในวินาทีที่แสงเลเซอร์สีแดงทาบลงไปบนความว่างเปล่า มันไม่ได้สะท้อนกลับมาที่กำแพง แต่กลับถูกกลืนหายไปในความมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของมือโปร่งแสงนับสิบข้างที่ตะกุยตะกายออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างหิวโหย *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของอรุณ แต่มันไม่ใช่เสียงที่เขาอยากได้ยินในยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ระดับภารกิจอัปเดตเป็น SSS - 'การฝ่าฟันเขตกักกันวิญญาณระดับสูงสุด'] [คำเตือน: โครงสร้างกำลังจะพังทลายในอีก 60 วินาที หากไม่สามารถเชื่อมต่อจุดสมดุลใหม่ได้ พื้นที่นี้จะถูกรีเซ็ตและทุกชีวิตในระยะห้าเมตรจะหายไปอย่างถาวร] อรุณหันไปมองดร.วิภาดาที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนไปเป็นสีดำสนิท เธอกำลังใช้มือเปล่าต้านรับพลังงานที่ทะลักออกมาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะหันมาส่งสายตาเย็นเยียบให้กับเขา "อรุณ... คุณเลือกผิดจุดแล้วครับ" เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นอีกคน "โครงสร้างที่นี่ไม่ได้มีไว้กักขังสิ่งชั่วร้าย แต่มันมีไว้เพื่อกักขัง... 'ผม' ที่อยู่ในอดีตของคุณต่างหาก" พร้อมกับคำพูดนั้น เงาที่ทอดผ่านแสงเลเซอร์ของอรุณก็ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเงาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต... ชายหนุ่มที่ตายไปในเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อน และเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมสำรวจชั้นที่สี่ไปกับผมในวันนี้ และโปรดเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบทต่อไปนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%