กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนชื้นแฉะในยามราตรี ความมืดมิดปกคลุมผืนป่าทึบเบื้องหน้า ทว่าความมืดนั้นมิอาจกลบเกลื่อนรังสีสังหารอันเยียบเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งได้เลย
หลี่ชิงหยุนยืนหยัดนิ่งสนิทอยู่บนก้อนศิลาชื้นตะไคร่น้ำ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเขาตัดกับคราบโลหิตสีแดงฉานที่กระเซ็นต้องเนื้อผ้าอย่างเด่นชัด ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้ความหวั่นเกรง ในมือขวาถือกระบี่เหล็กกล้าไร้ลวดลาย ทว่ากลับเปล่งประกายแสงสีครามเรืองรองราวกับมีวิญญาณสถิตอยู่ภายใน
เบื้องหน้าของเขาคือโจรป่าแห่งค่ายพยัคฆ์ทมิฬนับสิบชีวิต พวกมันต่างถืออาวุธครบมือ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นกลัวระคนกัน
"ไอ้เด็กเหลือขอ! แกกล้าดียังไงมาขวางทางพวกข้า รู้ไหมว่าใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนเงื้อมมือของกลุ่มโจรพยัคฆ์ทมิฬ!" หัวหน้าโจรป่าร่างยักษ์เคราดกหนาคำรามลั่น มันตวัดดาบใหญ่ในมือพุ่งเข้าใส่หลี่ชิงหยุนหมายผ่าร่างอีกฝ่ายเป็นสองซีกด้วยพละกำลังระดับก่อเกิดลมปราณขั้นที่เจ็ด
หลี่ชิงหยุนไม่แม้แต่จะกะพริบตา ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มเย้ยหยัน สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่นั้นเรียบง่ายและโหดร้าย ผู้ที่อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง และโจรพวกนี้ก็เป็นเพียงธุลีดินที่ขวางทางสวรรค์ของเขาเท่านั้น
*ฟึบ!*
ร่างของหลี่ชิงหยุนเลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับภาพมายา ความเร็วนี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตที่สายตาของพวกโจรจะตามทัน
หัวหน้าโจรป่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาประชิดลำคอ ทว่าทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว ประกายกระบี่สีครามวาดผ่านความมืดดุจสายฟ้าฟาด ชั่วพริบตาเดียว ศีรษะของมันก็หลุดลอยกระเด็นหลุดจากบ่า โลหิตสีแดงฉานพวยพุ่งราวน้ำพุ กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวจะดังระเบิดขึ้นจากเหล่าลูกสมุนที่เหลือ
"หัวหน้าตายแล้ว! ปีศาจ! มันเป็นปีศาจ!"
โจรป่าที่เหลือขวัญหนีดีฝ่อ ต่างโยนอาวุธทิ้งและหันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าสำหรับหลี่ชิงหยุนแล้ว ความเมตตาต่อศัตรูคือการทำลายล้างตัวเอง สำนักของเขาถูกทำลาย ล้างมลทินยังไม่สะអាດ หนี้เลือดเหล่านี้ย่อมต้องชำระด้วยเลือด
"หนีรอดไปได้เช่นนั้นหรือ... ไร้สาระ"
หลี่ชิงหยุนสะบัดข้อมือเบาๆ ปราณกระบี่อันคมกริบพวยพุ่งออกจากคมกระบี่ราวกับคลื่นลมรat ระลอกคลื่นพลังปราณสีครามพุ่งแหวกอากาศ ตัดผ่านต้นไม้ใบหญ้าและร่างของเหล่าโจรป่าที่กำลังวิ่งหนีทีละคนอย่างเลือดเย็น เสียงร้องโหยหวนเงียบหายไปทีละเสียง จนกระทั่งผืนป่ากลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเพื่อชะล้างคราบโลหิตบนพื้นดิน
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง หลี่ชิงหยุนกลับขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ ปราณอันเย็นเยียบราศีกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าสายลม
*เกล็ดน้ำค้างโปรยปราย ดอกเหมืองพันปีเบ่งบานในค่ำคืนอันเหน็บหนาว...*
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมืองหิมะลอยมาแตะจมูก พร้อมกับละอองไอเย็นที่ทำให้หยาดฝนรอบกายแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นพสุธาในพริบตา
ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาจำศีลปรากฏขึ้นบนยอดไม้เบื้องบน นางก้าวเดินลงมาจากอากาศธาตุอย่างไร้รุ่มร้อย รัศมีเย็นชาและสูงส่งแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าดวงตากลับจับจ้องมาที่หลี่ชิงหยุนด้วยประกายซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
นางคือ ไป๋ลี่หลิน นางเซียนแห่งวังน้ำแข็งสวรรค์ ผู้มีวิชากระบี่เย็นเยียบไร้ความปรานี ซึ่งผู้คนในยุทธภพต่างหวาดผวาเมื่อได้ยินนาม
"หลี่ชิงหยุน... เจ้ากล้าดียังไงถึงแอบหนีมาสะสางเรื่องไร้สาระพวกนี้คนเดียว โดยไม่บอกข้า?"
น้ำเสียงของนางไพเราะดุจเสียงกระดิ่งหยก ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตให้แตกสลายเป็นจุล
หลี่ชิงหยุนเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนางเซียนผู้เย่อหยิ่ง ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มบางเบาอย่างคนไม่สะทกสะท้านต่อความตาย "เรื่องในยุทธภพ ย่อมต้องให้บุรุษเป็นผู้สะสาง เจ้าไม่ควรตามมาถึงที่นี่..."
ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างจนอุณหภูมิลดฮวบทันที นางพุ่งวูบเข้ามาประชิดตัวเขาในระยะประชิด ปลายกระบี่น้ำแข็งในมือของนางจ่อเข้าที่ลำคอของหลี่ชิงหยุนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจนผิวหนังของเขาชาหนึบ
ทว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลี่ชิงหยุนกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางเอาไว้แน่น ปราณร้อนระอุจากร่างกายของเขาปะทะเข้ากับปราณน้ำแข็งของนางจนเกิดเสียงดังสบัดราวกับกระแสไฟฟ้า
ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณระดับมหาอำนาจก็พุ่งตรงเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้จากทุกทิศทุกทาง!
แสงไฟคบเพลิงสว่างจ้าขึ้นราวกับกลางวัน พร้อมกับเสียงหัวiเราะเยارยันของผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตที่ดังสะท้านก้องป่าลึก "ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง หลี่ชิงหยุน... ไป๋ลี่หลิน วันนี้พวกเจ้าทั้งสองคน... อย่าหวังจะได้มีชีวิตรอดออกไปจากหุบเขานี้เลย!"
ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ทะยานฟ้าท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 1
ประกายกระบี่แรกสะท้านฟ้า
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้าท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
