"ถอยไปให้พ้นหน้าผมครับคุณอรรถพล ก่อนที่ความอดทนสุดท้ายของผมจะหมดลง แล้วผมจะเปลี่ยนจากคนออกแบบตึก เป็นคนออกแบบโลงศพให้พวกคุณแทน"
ผมกดเสียงต่ำจ้องหน้าไอ้พวกสถาปนิกรุ่นพี่ที่จ้องจะฮุบผลงานการออกแบบโครงสร้างอาคารระดับแลนด์มาร์กของผมไปสวมรอยเป็นของตัวเอง หน้าตาพวกมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น แต่มือที่สั่นเทาของพวกมันกลับกอดแฟ้มงานของผมไว้แน่น
"ปากเก่งนักนะกรณ์! แกคิดว่าแกเป็นใคร? แค่สถาปนิกจบใหม่ในบริษัทระดับล่างๆ จะมาขู่คนระดับหุ้นส่วนอย่างพวกเราเหรอ?" อรรถพลย่างสามขุมเข้ามา มือของมันคว้าเข้าที่คอเสื้อผมแรงๆ จนผมเซถลาไปชนกับโต๊ะทำงานเสียงดังโครม
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้สวนหมัดกลับ หรือใช้สมองอันปราดเปรื่องคิดหาทางหนีทีไล่ เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงผมก็ดังขึ้น... *ติ๊ง!*
ผมปัดมือมันออกอย่างแรง ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนผมหยิบมือถือขึ้นมาดู กะว่าจะปิดแจ้งเตือนกวนใจ แต่แล้วดวงตาของผมก็เบิกโพลงจนแทบถลนออกจากเบ้า
[แจ้งเตือนจากธนาคาร: บัญชีเลขที่ XXX-X-XXXXX ของคุณได้รับยอดเงินโอนเข้าจำนวน 500,000,000.00 บาท]
ห้า... ห้าแสนล้าน? บ้าไปแล้ว! ระบบบ้าบอที่เพิ่งติดตั้งในหัวผมเมื่อครู่นี่มันของจริงสินะ? ผมยังไม่ทันจะตั้งสติกับตัวเลขแปดหลักที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตหรูที่คุ้นเคยก็กระหึ่มขึ้นหน้าออฟฟิศ ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบของ 'รวินทร์' จะก้าวเข้ามาในห้องทำงานเหมือนพายุหมุน
"ผมว่าผมเตือนพวกคุณชัดเจนแล้วนะ ว่าใครที่แตะต้องเขา... จุดจบจะเป็นอย่างไร" รวินทร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาของเขามองพวกอรรถพลเหมือนมองเศษขยะที่ไม่มีค่าพอจะให้ราคา
"ท่านประธานรวินทร์!" อรรถพลหน้าซีดเป็นไก่ต้ม "คือ... เราแค่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์กันอยู่ครับ ไม่ได้มีเจตนา..."
"คุยด้วยการกระชากคอเสื้อ?" รวินทร์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ "ผมกำลังจะไปหาทนายส่วนตัวเพื่อเตรียมฟ้องปิดบริษัทของคุณในฐานะละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาและทำร้ายร่างกายพนักงานในเครือของผม... หวังว่าเงินชดเชยระดับร้อยล้านคงพอจะทำให้พวกคุณอยู่ได้โดยไม่ต้องไปโกงใครกินนะครับ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน อรรถพลและพวกพ้องทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดเหมือนคนใกล้ตาย ผมยืนนิ่งถือมือถือค้างไว้ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้อนทับกัน
รวินทร์เดินตรงมาหาผม สายตาคมกริบของเขาอ่อนลงทันทีที่สบตากับผม เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อผมอย่างเบามือเหมือนกลัวว่าผมจะบุบสลายไป "เป็นอะไรไหมครับ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
ผมมองหน้าเขา สลับกับยอดเงินห้าร้อยล้านในมือถือ ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา "รวินทร์... คุณบ้าหรือเปล่าเนี่ย? จู่ๆ ก็มาขู่จะปิดบริษัทคนอื่นเขา เรื่องแค่นี้ผมจัดการเองได้น่า"
"เรื่องของคุณคือเรื่องของผมครับกรณ์" เขาขยับเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่ผมคุ้นเคยมาตลอดสามปี "และผมไม่ชอบให้ใครมาทำรุ่มร่ามกับของสำคัญของผม"
"ของสำคัญ?" ผมเลิกคิ้วกวนๆ "พูดแบบนี้ระวังคนอื่นเขาเข้าใจผิดว่าผมเป็นเมียเก็บคุณนะท่านประธาน"
รวินทร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูอบอุ่นและอันตรายในเวลาเดียวกัน "ถ้าคุณยอมรับสถานะนี้... ผมก็พร้อมจะเซ็นเช็คให้คุณเปล่าๆ อีกห้าร้อยล้านตั้งแต่วินาทีนี้เลยครับ"
"เพ้อเจ้อ!" ผมผลักอกเขาเบาๆ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่ได้ มือถือในมือสั่นอีกครั้งพร้อมข้อความภารกิจใหม่ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโปร่งแสงที่มองเห็นได้แค่ผมคนเดียว
[ภารกิจที่ 2: ใช้เงินหนึ่งร้อยล้านภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อตบหน้าคนที่ดูถูกคุณ! รางวัล: ปลดล็อกระดับอภิมหาเศรษฐีขั้นที่ 2]
ผมมองหน้าจอนั่น แล้วหันไปมองรวินทร์ที่ยืนยิ้มมุมปากให้ผมอย่างผู้ชนะ เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ สินะครับ และถ้าไอ้ระบบนี่อยากให้ผมใช้เงินเพื่อตบหน้าคน ผมก็จัดให้ได้แบบไม่ยั้งเลย
"รวินทร์" ผมเรียกเขาเสียงเรียบ พลางเก็บมือถือลงกระเป๋า "พาผมไปที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทคู่แข่งคุณหน่อยสิ พอดีผมมี 'ของขวัญ' จะไปมอบให้พวกชอบดูถูกคนน่ะ"
รวินทร์คลี่ยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายเหมือนรอคอยคำนี้มานาน "ด้วยความยินดีครับคุณกรณ์... รถผมจอดรออยู่ข้างล่าง และถ้าใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเขาอีกแม้แต่ปลายเล็บ บริษัทของพวกคุณจะเหลือแค่เถ้าถ่านในวันพรุ่งนี้"
ทว่าในวินาทีที่ผมก้าวเท้าพ้นประตูห้องทำงาน เสียงกริ่งโทรศัพท์ของรวินทร์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นชื่อสายเรียกเข้า
"กรณ์... ดูเหมือนเรื่องจะไม่จบแค่นี้" รวินทร์หันมาหาผม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนจริงจัง "คนที่อยู่เบื้องหลังพวกอรรถพล เพิ่งประกาศถอนหุ้นคุณออกจากโครงการทั้งหมด... และพวกเขากำลังจะฟ้องคุณกลับในข้อหา 'ฉ้อโกงบริษัท' โดยมีหลักฐานปลอมที่ทำไว้เนียนมาก"
ผมมองหน้าเขา รู้สึกได้ว่าเกมการเมืองที่ดูเหมือนจะเป็นแค่เรื่องตลกในออฟฟิศ กำลังกลายเป็นสงครามที่ใหญ่กว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก และคนที่วางหมากในครั้งนี้... ไม่ใช่คนกระจอกทั่วไปแน่นอน
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจและทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับการเดินทางของกรณ์นะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของผมครับ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับท่านประธานสายเปย์ที่แอบรักผมมาสามปี•ตอนที่ 2
ตอนที่ 2: เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าห้าร้อยล้าน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับท่านประธานสายเปย์ที่แอบรักผมมาสามปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
