"เพี๊ยะ!"
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับผิวแก้มขาวเนียนดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้รสชาติคาวเลือดกระจายฟุ้งอยู่ในโพรงปาก ร่างบางของหลินหว่านหว่านเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องครัวจนมุมโต๊ะมุมคมกระแทกเข้ากับสีข้างอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่นั่นยังไม่เทียบเท่ากับความรู้สึกชาหนาที่พุ่งพล่านไปทั่วทั้งซีกหน้า
"นังตัวดี! แกยังกล้าทำหน้าตายด้านใส่ฉันอีกหรือ!"
เสียงหวีดแหลมบาดแก้วหูของแม่เฒ่าเฉินดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมใหญ่ที่พุ่งเข้ามาหมายจะกระชากผมของเธอซ้ำ ดวงตาฝ้าฟางที่เต็มไปด้วยความโลภและริ้วรอยแห่งความเกลียดชังจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในมือเหี่ยวย่นนั่นยังกำธนบัตรยับยู่ยี่สามใบที่เพิ่งแย่งมาจากกระเป๋าเสื้อของเธอเมื่อครู่ไว้แน่น
หลินหว่านหว่านยกมือขึ้นแตะแก้มที่กำลังร้อนผ่าวของตัวเอง ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงรอยฝ่ามือแดงก่ำที่นูนเด่นชัดเจน ความทรงจำอันกระจัดกระจายและแปลกปลอมไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ทั้งเรื่องราวของยุค 1970 ยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเอาตัวรอด และร่างเดิมที่แสนจะอ่อนแอ ขี้ขลาดตาขาว ยอมให้คนในครอบครัวสามีสูบเลือดสูบเนื้อจนแทบไม่เหลือแม้แต่กระดูก
*ให้ตายเถอะ... ฉันเพิ่งจะนอนหลับตาลงบนเตียงนุ่มๆ ในศตวรรษที่ 21 ดีๆ ทำไมถึงต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างกระสอบทรายเดินได้แบบนี้กันนะ*
หลินหว่านหว่านแค่นAยิ้มหยันในใจ ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมองบัดนี้ฉายแววคมกริบและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอมองหน้าแม่เฒ่าเฉินที่กำลังยืนหายใจหอบฮักด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากก็พ่นคำด่าทอสารพัด
"เงินทหารที่จ้านกั๋วส่งกลับมาประจำเดือนนี้ อยู่ไหน! เอาออกมาให้หมดนะ นังสะใภ้ไร้ประโยชน์ แกคิดจะเก็บไว้กินคนเดียวหรือไง ลูกชายฉันไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายชายแดน ส่งเงินมาให้ครอบครัวเรา ไม่ใช่ให้แกเอาไปปรนเปรอตัวเองกับพี่น้องบ้านเดิมของแกหรอกนะ!"
แม่เฒ่าเฉินแผדเสียงแหลมสูงจนไก่ในเล้าหลังบ้านส่งเสียงร้องระงม ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงคงจะเริ่มชินช้ากับเสียงโวยวายของบ้านนี้เสียแล้ว ถึงได้ไม่มีใครโผล่หัวออกมารlมมุงดูความวุ่นวายในยามบ่ายเช่นนี้
"เงินเหรอครับ?" หลินหว่านหว่านเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนแม่เฒ่าเฉินชะงักกึก
"แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาลอยหน้าลอยตาแบบนี้กับฉัน!" แม่เฒ่าเฉินเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบซ้ำเป็นครั้งที่สอง
แต่ทว่า... ครั้งนี้ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป
ไวเท่าความคิด มือเรียวบางที่เคยปล่อยให้คนอื่นรังแกคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วเต็มไปด้วยพลังที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากร่างบอบบางนี้ แม่เฒ่าเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพยายามสะบัดข้อมือออกแต่กลับพบว่ามันถูกตรึงไว้แน่นราวนมเหล็ก
"ปล่อยฉันนะ! นังสะใภ้เนรคุณ แกกล้าจับมือแม่สามีหรือไง!" แม่เฒ่าเฉินแผดเสียงโวยวายลั่น พยายามใช้มืออีกข้างทุบตี
"แม่สามี?" หลินหว่านหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางแย้มยิ้มเยาะ "ตั้งแต่แต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ มีวันไหนที่ท่านปฏิบัติกับฉันเหมือนสะใภ้บ้าง? ข้าวสารกรอกหม้อมีแต่รำข้าวกับมันเทศแข็งๆ ส่วนเนื้อสัตว์สักชิ้นท่านเก็บไว้ให้ลูกสาวคนโปรดกับลูกชายคนเล็กกินจนหมดเกลี้ยง ส่วนฉันกับจ้านกั๋ว... อ้อ ลืมไป ลู่จ้านกั๋วส่งเงินมาให้ครอบครัวนี้เดือนละเท่าไหร่ ท่านเคยประกาศให้ใครรู้บ้างไหมล่ะ!"
ประโยคนี้พุ่งตรงเข้าจุดตายของแม่เฒ่าเฉิน ใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความร้อนตัว
"แก... แกกล้าพูดจาแบบนี้หรอกเรอะ!"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ?" หลินหว่านหว่านจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่กวนประสาท "เงินที่ลู่จ้านกั๋วส่งมา มันคือเงินเดือนแลกหยาดเหงื่อแรงงานและเลือดเนื้อของสามีฉัน เขาเสี่ยงตายปกป้องประเทศชาติ เพื่อให้แม่และน้องๆ มีกินมีใช้ ไม่ใช่เพื่อให้ท่านเอาไปปรนเปรอพี่สะใภ้ใหญ่เอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกสาวตัวเอง! เงินสามสิบหยวนเมื่อเดือนก่อน... ไปไหนหมดล่ะครับ?"
"แก... นังสารเลว!" แม่เฒ่าเฉินโกรจนตัวสั่นเทา ชี้หน้าด่ากราด "เงินนั่นฉันเก็บไว้เป็นกองกลางของครอบครัว แกมีสิทธิ์อะไรมาทวงถาม!"
"กองกลาง?" หลินหว่านหว่านหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแlฝงความน่ากลัวจนแม่เฒ่าเฉินเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "กองกลางที่ว่า มีฉันเป็นทาสรับใช้คอยกวาดบ้าน ซักผ้า เกี่ยวหญ้าเลี้ยงหมู แต่พอกินข้าวกลับได้กินแต่เศษก้นหม้อเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะครับคุณแม่"
คำว่า 'คุณแม่' ที่หลุดออกจากปากสะใภ้ตัวแสบในเวลานี้ ช่างฟังดูคล้ายกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลึกลงบนความอวดดีของคนแก่ชรา หลินหว่านหว่านออกแรงสะบัดข้อมือของแม่เฒ่าเฉินออกอย่างไม่ใยดี จนร่างท้วมเซถลาไปชนชั้นวางไหเกลือจนข้าวของกระจัดกระจาย
"แก... แกกล้าทำร้ายฉัน! ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน! ฉันจะให้จ้านกั๋วดึงหนังสือหย่ากับแกทันทีที่เขากลับมา!" แม่เฒ่าเฉินกรีดร้องเสียงหลง นั่งแปะลงกับพื้นห้องครัวอย่างหมดมาด
หลินหว่านหว่านไม่แม้แต่จะชายตามองร่างที่กำลังดิ้นพาดๆ อยู่บนพื้น เธอก้าวเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดรอยเลือดที่มุมปากอย่างใจเย็น ความเจ็บปวดที่แก้มค่อยๆ บรรเทาลงด้วยความชาชิน ในสมองของเธอกำลังประมวลผลสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรวดเร็ว
ยุค 1970 ยุคที่อาหารการกินฝืดเคือง ตั๋วปันส่วนคือชีวิตจิตใจของชาวบ้าน แต่สำหรับเธอ... มันไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
ในห้วงความคิดลึกๆ ของหลินหว่านหว่าน มีเสียงสัญญาณเตือนเบาๆ ดังขึ้นในหัว พร้อมกับภาพของ "ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ" ขนาดมหึมาที่บรรจุสินค้าอุปโภคบริโภคครบครันนับหมื่นรายการ ทั้งข้าวสารหอมมะลิชั้นดี เนื้อสัตว์แปรรูป น้ำมันพืช ผลไม้สดฉ่ำ ตลอดจนเครื่องปรุงรสเลิศรสจากโลกยุคใหม่ที่คนยุคนี้ไม่มีวันจินตนาการถึง!
มิติลับนี้ติดตามเธอทะลุมิติมาด้วย และกุญแจสำคัญในการเปิดใช้มัน... คือการตัดขาดความสัมพันธ์จอมปลอมกับครอบครัวสามีที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ แล้วสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเองอย่างสง่างาม
"เชิญฟ้องตามสบายเลยครับ" หลินหว่านหว่านหันกลับมามองแม่สามีด้วยแววตานิ่งสนิท "แต่อย่าลืมนะว่า ทหารกล้าอย่างลู่จ้านกั๋ว... เขาไม่ได้โง่ เขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าเงินทุกหยวนที่เขาหามาด้วยหยาดเหงื่อ ถูกพวกท่านผลาญไปกับเรื่องไร้สาระอะไรบ้าง และถ้าเขารู้ว่าเมียรักของเขาเกือบโดนแม่แท้ๆ ของตัวเองตีจนตายคาบ้าน... คิดว่าลูกชายกตัญญูคนนั้น จะยังส่งเงินมาให้พวกท่านอีกไหมล่ะครับ?"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว แม่เฒ่าเฉินถึงกับหน้าซีดเผือด เธอนิ่งอึ้งพูดไม่ออก เพราะรู้ดีว่าลู่จ้านกั๋วนั้นรักและหวงแหนภรรยาคนนี้มากแค่ไหน ถึงแม้เดิมทีหลินหว่านหว่านจะอ่อนแอและขี้ขลาด แต่ลูกชายเถื่อนคนนั้นกลับคอยปกป้องภรรยาราวกับไข่ในหินทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้าน
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องครัว จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้น "ก๊อกๆๆ" ตามด้วยเสียงทุบหนักแน่นและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในลานบ้าน
"แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว!"
เสียงทุบประตูดังลั่นพร้อมกับชื่อที่ทำให้แม่เฒ่าเฉินหน้าถอดสี ส่วนหลินหว่านหว่านถึงกับชะงักกึก
ลู่จ้านกั๋ว... สามีหนุ่มนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันในสนามรบและสายตาที่ดุร้ายราวกับพยัคฆ์ แต่กลับอ่อนโยนและคลั่งรักภรรยาจนคนทั้งกองร้อยล้อเลียน เหตุใดเขาถึงกลับมาก่อนกำหนดการลาพักร้อนถึงสามวันเต็ม?
และยิ่งไปกว่านั้น... เมื่อประตูกลางบ้านถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาแกร่งของนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเขียวขจีที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ กลิ่นอายความกดดันก็พุ่งทะยานเข้าปกคลุมทันที
ลู่จ้านกั๋วกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวมาหยุดนิ่งที่รอยฝ่ามือแดงก่ำบนแก้มขาวเนียนของภรรยา และภาพแม่ของตนเองที่นั่งล้มอยู่บนพื้นห้องครัว...
ดวงตาสนธยาของนายทหารหนุ่มหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ)*
เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในยุคข้าวยากหมากแพง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!