นางร้ายสายสตรองข้ามภพมาสร้างอาณาจักรในหมู่บ้านป่า•ตอนที่ 2

สามีผู้มาพร้อมกับตะกร้าสมุนไพร

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงทุบประตูด้านนอกดังปังๆ ราวกับจะพังเข้ามาให้ได้ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของป้าชุน เพื่อนบ้านวัยกลางคน ที่ดังแข่งกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น "หลินฟางเซียน! นางเด็กหัวดื้อ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เฉินหยวน! แย่แล้ว! คนจากสำนักคุ้มภัยของขุนนางจ้าวหมิงกำลังมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านของเราแล้ว!" ฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น อดีตนนางร้ายผู้เคยเหยียบย่ำผู้คนมานับไม่ถ้วนในชาติก่อนอย่างนาง เพียงแค่ชะงักมือที่กำลังจัดเรียงสมุนไพรตากแห้งบนแคร่ไม้ไผ่ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความเย็นชาและเฉียบคมวาดผ่านนัยน์ตาคู่สวยอย่างรวดเร็วราวกับผิวน้ำสะท้อนแสงดาบ ขุนนางจ้าวหมิง... สุนัขรับใช้ผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพอ สลัดไม่หลุดเสียจริง แม้กระทั่งในหมู่บ้านป่าเขาห่างไกลเช่นนี้ เงาหัวของมันก็ตามมาหลอกหลอนถึงตัว "ฟางเซียน!" เสียงประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกอีกระลอก แอด... เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ดดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูกลอนไม้จะถูกเปิดออกด้วยมือเรียวบางที่มั่นคง หลินฟางเซียนยืนสงบนิ่งอยู่หลังธรณีประตู ใบหน้ารูปไข่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ทว่ากลับโดดเด่นด้วยริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อตามธรรมชาติและดวงตาที่ฉายแววราghทับด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตนโดยเนื้อแท้ นางมองป้าชุนที่หอบจนตัวโยนด้วยสายตานิ่งสงบ "ป้าชุน เสียงดังโวยวายแต่เช้าตรู่เช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้ไก่ในเล้าตกใจจนไข่ไม่ยอมออกเอาได้นะคะ" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ป้าชุนอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง นางวิ่งหน้าตาตื่นมาแทบตายเพราะคิดว่าสะใภ้บ้านเฉินผู้นี้คงจะร้องห่มร้องไห้ขี้มูกโป่งจนเป็นลมล้มพับไปแล้ว แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับเป็นหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังรอรับแขกคนสำคัญ "เจ้า... เจ้านี่นะ! ยังจะมีอารมณ์มาพูดเล่นอีกรึ!" ป้าชุนละล่ำละลักตบขาตัวเองฉาดใหญ่ "คนพวกนั้นขี่ม้าถือดาบมากันเป็นพรืด! ข้าได้ยินพวกมันถามทางมายังบ้านของเฉินหยวน เจ้ากับสามีไปทำความแค้นอะไรไว้กับคนมีอิทธิพลแบบนั้นกันเล่า! รีบหนีเร็วเข้าเถอะ ก่อนที่พวกมันจะมาถึง!" "ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะป้าชุน แต่บ้านหลังนี้มีประตู มีหลังคา และที่สำคัญ... มีเจ้าของบ้านอยู่ค่ะ" ฟางเซียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ป้าชุนรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของบ้าน ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อผ้าหยาบกร้านสำหรับทำงานไร่ก้าวเดินออกมาจากห้องครัว มือหนาสากกระด้างข้างหนึ่งถือตะกร้าไม้ไผ่สานบรรจุรากโสมป่าและสมุนไพรสดใหม่ที่เพิ่งขุดมาหมาดๆ กลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรกระจายตัวอบอวลไปทั่วบริเวณ เฉินหยวน... สามีที่ชาวบ้านต่างนินทากันว่าเป็นเพียงชายไร้ค่าอดีตทหารปลดเกษียณผู้เงียบขรึมและยากจน เขาสวมเสื้อผ้าเรียบง่าย ผมรวบมัดลวกๆ ไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นโครงหน้าคมคายสันกรามชัดเจนราวกับสลักจากหินผา แต่สิ่งที่ทำให้ใครต่อใครไม่กล้าสบตาก็คือแววตา... แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันคมกริบ ดุดัน และลึกล้ำราวกับหุบเหวที่ซ่อนคมดาบเอาไว้รอวันชักออกจากฝัก เฉินหยวนกวาดสายตามองป้าชุนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองภรรยาตัวน้อยของตน ความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ เขายื่นตะกร้าสมุนไพรในมือให้ฟางเซียนรับไว้ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำกังวานน่าฟัง "เจ้าเข้าไปรอข้างในเถอะ... ข้างนอกแดดเริ่มแรงแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอา" คำพูดเรียบง่ายที่แฝงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ทำให้ฟางเซียนเผลอชะงักไปชั่วขณะ ในชาติก่อน นางเคยชินกับการถูกห้อมล้อมด้วยบุรุษเจ้าเล่ห์เพทุบายและเหล่าขุนนางที่เข้าหาเพื่อผลประโยชน์ ความรักหรือความห่วงใยเป็นสิ่งที่นางไม่เคยรู้จัก นอกเสียจากอำนาจและผลกำไร ทว่ายามนี้... ยามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มชาวไร่ผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นในอก ฟางเซียนรับตะกร้าสมุนไพรมาถือไว้โดยธรรมชาติ นิ้วเรียวสัมผัสโดนรากโสมป่าชิ้นโต นางก้มมองมันแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ขุมทรัพย์ในมิติลับของนางประกอบกับสมุนไพรหายากเหล่านี้ หากนำไปแปรรูปและวางขายในตลาดมืดเมืองหลวง รับรองว่าตระกูลหลินและขุนนางจ้าวหมิงคงต้องกระอักเลือดด้วยความเสียดายเงินทองมหาศาลแน่ๆ "ท่านพี่จะให้ข้าเข้าไปได้อย่างไรกันคะ ในเมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังจะมาเคาะประตูบ้านของเราทั้งที" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยประกายแสงแห่งความท้าทาย "อีกอย่าง... สมุนไพรในตะกร้านี้ หากนำไปต้มผสมกับน้ำผึ้งป่าและรากบัวที่ข้าเพิ่งเก็บมาจากมิติ... เอ๊ย จากหลังเขาเมื่อวาน รสชาติคงจะหวานกลมกล่อมแก้ร้อนในได้ดีทีเดียว ท่านว่าจริงไหมคะ?" เฉินหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหนา เขาไม่ถามว่าภรรยาของตนไปเอาสมุนไพรหายากเหล่านี้มาจากที่ใด และไม่ถามว่านางรู้ได้อย่างไรว่าเขาซ่อนฝีมือการต่อสู้เอาไว้ สามีภรรยาคู่นี้มีความลับต่อกันมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผูกมัดพวกเขากล่าวคือ ความเชื่อใจที่ถูกถักทอขึ้นในความเงียบงัน "ถ้าอย่างนั้น... เจ้าช่วยเก็บสมุนไพรพวกนี้ให้ดีก็แล้วกัน" เฉินหยวนเอ่ยเสียงทุบ "ส่วนแขกข้างนอก... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีคนนี้จัดการเอง" พูดจบ เฉินหยวนก็หยิบ "มีดอีโต้" เล่มโตที่ใช้สำหรับถางหญ้าและฟันฟืนขึ้นมาถือไว้ในมือ ใบมีดคมกริบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสายจนเกิดประกายวาบวับ ป้าชุนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นเฉินหยวนมีท่าทีน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงราวกำลังยืนอยู่ท่ามกลางฤดูหนาว ตึง! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้าของม้าศึกหลายตัวหยุดลงที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนหยาบคายของผู้มาใหม่ "เฮ้ย! เจ้าของบ้านตายห่านกันหมดแล้วรึวะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้านายท่านจ้าวหมิงรอนาน พวกแกได้หัวขาดกันหมดแน่!" ฟางเซียนยกย่องริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย นางหันไปมองสามีที่กำลังก้าวเดินผ่านหน้าตนเองออกไปช้าๆ แผ่นหลังกว้างใหญ่นั้นให้ความรู้สึกมั่นคงราวกับกำแพงเมืองที่ไม่มีวันพังทลาย นางวางตะกร้าสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าในบ้าน กลิ่นหอมเย็นของโสมป่าลอยฟุ้งกระจายผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียดภายนอก ช่างเป็นความตัดกันที่น่าขันสิ้นดี ในขณะที่เฉินหยวนกำลังจะก้าวเท้าพ้นประตูรั้วไม้ไผ่เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มมือสังหารและลูกน้องของขุนนางจ้าวหมิงที่พกอาวุธครบมือ ฟางเซียนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบกังวานใส ทว่ากลับดังก้องไปถึงหูของทุกคนภายนอก "ท่านพี่คะ... จัดการคนพวกนี้ให้เรียบร้อยเร็วหน่อยนะคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะออดอ้อนนิดๆ ทว่าแววตากลับเยียบเย็นราวน้ำแข็ง "อย่าให้เลือดสกปรกพวกนั้นกระเด็นมาเปื้อนแปลงผักกาดขาวที่ข้าเพิ่งปลูกเมื่อวานเชียวค่ะ เพราะถ้าผักเสียหาย... คืนนี้ข้าอาจจะไม่มีอารมณ์ทำ 'ไก่ตุ๋นโสมป่า' เมนูโปรดให้ท่านทานหรอกนะคะ" ทันทีที่สิ้นเสียงหวานใสของนาง บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงชักดาบออกจากฝักนับสิบเล่มจะดังขึ้นพร้อมเพรียงกันจากนอกรั้วบ้าน! --- *(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของฟางเซียนและเฉินหยวนมา ณ ที่นี้นะคะ)*
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรองข้ามภพมาสร้างอาณาจักรในหมู่บ้านป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%