"ถ้าวันนี้พวกแกยังไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยสามตำลึงเงิน อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้าย ไสหัวออกไปจากกระท่อมผุๆ นี่แล้วเอาที่ดินรกร้างด้านหลังมาขัดดอกซะดีๆ!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูราวกับนกแสกกรีดร้องดังทะลุผนังไม้ไผ่ที่ผุกر่อนเข้ามา กระแทกเข้าโสตประสาทของหลินว่านหลิงจนเธอต้องขมวดคิ้วแน่น สมองที่ยังมึนงงจากการเดินทางข้ามภพประมวลผลอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวและกลิ่นยาจีนรสขมคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปตามแผ่นหลังราวกับถูกหามผ่านสงคราม
*นี่ฉัน... ยังไม่ตายหรอกหรือ?*
เชฟมือทองระดับท็อปของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างเธอ จำได้แม่นยำว่ากำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของวัตถุดิบในห้องครัวอัจฉริยะก่อนเปิดภัตตาคารหรู แต่เพียงพริบตาเดียว กลับถูกแรงระเบิดจากแก๊สรั่วซัดร่างกระเด็น และตอนนี้... เธอกลับมานอนอยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้างที่แทบจะพังมิพังแหล่
"ป้าสะใภ้จาง ท่านพูดเกินไปแล้ว!" เสียงทุ้มต่ำแต่แห้งผากเอ่ยขึ้นอย่างอดกลั้น หานเฟิงยืนค้ำร่างสูงใหญ่ของตนอยู่หน้าประตู ร่างกายกำยำในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ มีรอยปะชุนเต็มไปหมด แผ่นหลังกว้างนั้นเหยียดตรง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจากพิษไข้และการทำงานหนัก แต่แววตากลับคมกริบดุจพญาอินทรีย์ที่พร้อมปกป้องรัง "สัญญาเงินกู้ระบุไว้ชัดเจนว่ากำหนดชำระคือสิ้นเดือนหน้า นี่เพิ่งจะผ่านไปครึ่งเดือน ท่านจะมาเร่งรัดเอาตอนนี้ไม่ได้"
"หึ! หานเฟิง อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย!" ป้าสะใภ้จางเท้าสะเอว ใบหน้าอวบออIsกอาการเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองไปทั่วกระท่อมที่แทบไม่มีอะไรมีค่า "พี่ชายเจ้าตายไปทิ้งภาระไว้ให้พวกเจ้าสองคนผัวเมีย น้องสะใภ้ก็ป่วยปางตายใกล้ลงโลงเต็มที เจ้าเอาเงินที่ไหนมารักษาตัว ป่านนี้คงตายผอมแห้งคาเตียงไปแล้วกระมัง เอาที่ดินมาเสียเถอะ ดีกว่าปล่อยให้รกร้างไร้ประโยชน์!"
ภายในมิติลับในห้วงสำนึก หลินว่านหลิงแสรกยิ้มมุมปาก ความทรงจำของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำหลาก นางเอกสาวผู้มีใบงดงามแต่ขี้ขลาดตาขาว แต่งงานเข้ามาในตระกูลหานเพราะความยากจนข้นแค้น และต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกญาติฝ่ายสามีรังแกสูบเลือดสูบเนื้อมาโดยตลอด โดยเฉพาะป้าสะใภ้จางผู้หน้าเงินคนนี้ ที่คอยจ้องจะฮุบที่ดินทำกินห้าหมู่หลังบ้าน ซึ่งแท้จริงแล้วซ่อนดินอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกไว้
*หึ... รังแกคนตระกูลหานไม่มีทางสู้สินะ? แต่ขอโทษที ร่างนี้ไม่ใช่หลินว่านหลิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!*
"ใครบอกว่าฉันจะตายกันล่ะเพคะ?"
เสียงหวานใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับชะงัก ป้าสะใภ้จางสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองยังเตียงนอน หานเฟิงเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหันกลับไปมองภรรยาที่ควรจะนอนหมดสติหายใจรวยริน
หลินว่านหลิงค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตากลับเปล่งประกายคมปลาบราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด ท่าทีสง่างามและเยือกเย็นโดยธรรมชาติของเชฟมืออาชีพแผ่ซ่านออกมาจนป้าสะใภ้จางถึงกับเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ว่า... ว่าไงนะนังตัวดี แกยังไม่ตายเรอะ!" ป้าสะใภ้จางละล่ำละลักเอ่ย ปรับสีหน้าให้กลับมาดุดันดังเดิม "ไม่ตายก็ดี! งั้นก็ดีเลย จะได้มาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง เอาเงินมาสามตำลึง ไม่เช่นนั้นฉันจะให้คนมาขนข้าวของในบ้านนี้ไปให้หมด!"
หลินว่านหลิงปรายตามองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากอิ่ม "สามตำลึงเงิน? ป้าสะใภ้จาง ท่านมีความจำเสื่อมหรือว่าแกล้งโง่กันแน่คะ? สัญญาเงินกู้ฉบับนั้น ท่านแอบอ้างดอกเบี้ยทบต้นเกินกว่ากฎหมายกำหนดถึงสามเท่า แถมยังข่มขู่จะขับไล่พวกเรากลางฤดูเก็บเกี่ยว หากฉันนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านอำเภอ คิดว่าตระกูลจางของท่านจะเหลือชื่อเสียงไว้ให้ลูกหลานเดินไปไหนมาไหนอีกไหมคะ?"
"แก!... นังสารเลว กล้าดียังไงมาขู่ฉัน!" ป้าสะใภ้จางหน้าถอดสี ร้องกรี๊ดลั่นด้วยความร้อนตัว เพราะเรื่องปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดเป็นสิ่งผิดกฎหมายจริงๆ นางไม่คาดคิดว่าคนหัวอ่อนอย่างหลินว่านหลิงจะกล้าต่อปากต่อคำแถมยังจับจุดตายของนางได้
"ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ แต่ฉันกำลังพูดความจริง" หลินว่านหลิงก้าวลงจากเตียง แม้เรียวขาจะยังสั่นเทราเล็กน้อย แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงสง่างาม นางเดินมาหยุดยืนเคียงข้างหานเฟิง กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกชายหนุ่ม ทำให้หานเฟิงถึงกับนิ่งง้ำ หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ส่วนเรื่องเงินสามตำลึง..." หลินว่านหลิงยกยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ ดวงตาสกาววับมองตรงไปยังญาติผู้พี่จอมโลภ "ภายในสามวันนี้ พวกเราจะหาเงินมาคืนให้ครบทุกอีแปะอย่างแน่นอนค่ะ!"
"ฮ่าๆๆ สามวัน? ฝันไปเถอะ!" ป้าสะใภ้จางแค่นหัวเราะเสียงดังลั่นด้วยความสมเพช "แค่ลำพังซื้อข้าวกินพวกแกยังไม่มีปัญญา แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนสามตำลึงเงินภายในสามวัน! ถ้าพวกแกหามาไม่ได้ เตรียมตัวคุกเข่าขอร้องให้ฉันเอาที่ดินไปซะดีๆ!"
พูดจบ ป้าสะใภ้จางก็สะบัดหน้าพรืดเตรียมหันหลังเดินกลับออกไปด้วยความสะใจ โดยไม่ทันสังเกตแววตาของหญิงสาวข้างกายหานเฟิงเลยแม้แต่น้อย
ทว่า ในวินาทีที่ป้าสะใภ้จางกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูบ้านนั้นเอง...
จู่ๆ ลมพัดกรรโชกแรงพัดพาเอา“กลิ่นหอมกรุ่นอันล้ำลึก” ของเครื่องเทศนานาชนิดและเนื้อย่างหอมฉุยโชยทะลุทะลวงเข้ามาอัดแน่นในกระท่อมผุพังจนแทบสำลัก กลิ่นหอมนั้นเย้ายวนชวนน้ำลายสอจนแม้แต่ป้าสะใภ้จางที่เพิ่งกินอาหารอิ่มมาหมาดๆ ยังต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาลูบ้องท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ
และเมื่อหานเฟิงก้มลงมองที่มือเรียวบางของภรรยา เขาก็ต้องผงะ... เพราะในมือของหลินว่านหลิงเวลานี้ ปรากฏ “กล่องไม้ประณีตลวดลายโบราณ” ที่ไม่เคยมีมาก่อนในบ้านหลังนี้ วางอยู่บนฝ่ามืออย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ดังขึ้นข้างหูเขาว่า—
"สามีคะ... เย็นนี้เรามาลองทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับสวรรค์' ขายหาเงินล้านกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าคนทั้งหมู่บ้านจะต้องคลั่งจนวิ่งมาแย่งกันซื้อแน่นอน..."
---
(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ)
เซียนครัวสมองเพชร กับภารกิจกู้ซากแปลงผักท้ารบ•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสมองเพชร กับภารกิจกู้ซากแปลงผักท้ารบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
