“หุบปากของนายซะ ฟินิกซ์ ก่อนที่ผมจะลากคนปากดีอย่างนายออกไปโยนทิ้งกลางพายุข้างนอกนั่น”
เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้หันไปมองหน้า 'เรย์คนพี่' หรือคู่ปรับเก่าที่เพิ่งก้าวเข้ามา แต่สายตาคมกริบดุจน้ำแข็งคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปยังฟินิกซ์ที่กำลังยืนพิงผนังห้องซ้อมด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน
“พี่เรย์? ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมไม่ทราบครับ?” ฟินิกซ์โต้กลับพลางแค่นหัวเราะ ร่างโปร่งขยับตัวยืนตรง แววตาสั่นระริกด้วยความท้าทาย “ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไสหัวไปครับ ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะทำงาน”
ผู้มาใหม่ที่ชื่อเรย์เหมือนกัน แต่มีรอยยิ้มกรุ่มกริ่มน่ารังเกียจชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “ว้าว... ดูเหมือนสถานการณ์จะเดือดกว่าที่คิดแฮะ ทั้งที่ข้างนอกฝนกำลังตกหนักแท้ๆ แต่ในนี้กลับมีกลิ่น ‘อะไรบางอย่าง’ รุนแรงกว่าสายฟ้าเสียอีก”
เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวผ่านกระจกบานใหญ่ที่กั้นห้องซ้อมไว้ออกจากโลกภายนอก สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาเหมือนพยายามจะล้างบางทุกอย่างบนโลก แต่ในห้องซ้อมที่เงียบเชียบแห่งนี้ กลับเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสามคนและประกายไฟที่มองไม่เห็น
เรย์—โปรเพลเยอร์หนุ่มผู้เย็นชา ก้าวข้ามผ่านหน้าฟินิกซ์ไปอย่างรวดเร็ว เขาหยุดยืนประจันหน้ากับผู้มาใหม่ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนั้นเต็มไปด้วยความกดดัน “ผมพูดว่าออกไป”
“ถ้าผมไม่ไปล่ะ?” อีกฝ่ายเลิกคิ้ว
ทันทีที่สิ้นคำ ประตูห้องซ้อมถูกปิดลงพร้อมกับการตัดไฟของระบบฉุกเฉินอันเนื่องมาจากพายุข้างนอก ทุกอย่างดับมืดสนิท เหลือเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอมอนิเตอร์ที่ยังคงเปิดค้างไว้สะท้อนใบหน้าของคนทั้งสาม
“ไอ้บ้าเอ๊ย...” เสียงฟินิกซ์สบถเบาๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงขยับตัวในความมืด
เรย์ตัดสินใจฉวยจังหวะความวุ่นวายนั้น คว้าข้อมือของฟินิกซ์แล้วลากผ่านความมืดไปยังห้องเก็บอุปกรณ์สำรองที่อยู่ด้านหลัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ปะทะกับพื้นไม้ดังก้องไปทั่ว ก่อนที่เขาจะถีบประตูห้องนั้นให้ปิดลงและกดล็อกกลอนแน่นหนา ทิ้งให้ร่างสูงอีกคนเคว้งคว้างอยู่ในห้องซ้อมมืดๆ ลำพัง
“ทำบ้าอะไรของนาย!” ฟินิกซ์สะบัดข้อมือออกทันทีที่แผ่นหลังชนกับชั้นวางอุปกรณ์ “นั่นมันคู่แค้นนายนะ ไม่ใช่หมาแมวที่ไหนจะไล่ตะเพิดได้ง่ายๆ”
“ผมรู้” เสียงของเรย์แหบพร่าลงในความมืด “แต่ตอนนี้ ผมรำคาญมากกว่าจะอยากบวกกับใคร”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ กลิ่นอายของความอึดอัดที่เคยเป็นกำแพงกั้นระหว่างคนทั้งคู่ค่อยๆ จางลง เหลือเพียงกลิ่นอายความร้อนระอุจากร่างกายที่อยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น เสียงฝนที่กระหน่ำใส่หลังคาอาคารกลายเป็นเสียงดนตรีประกอบที่ทำให้หัวใจของฟินิกซ์เต้นผิดจังหวะ
ฟินิกซ์พยายามปรับสายตาในความมืด เขาเห็นเพียงเค้าโครงใบหน้าที่เรียบนิ่งของเรย์ “นายกำลังกลัวเหรอ?”
“ผมไม่เคยกลัว” เรย์ตอบสวนทันควัน ก่อนจะก้าวประชิดตัวจนฟินิกซ์ไม่มีที่ถอย “ผมแค่... ไม่ชอบเวลาที่ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ผมกำลังให้ความสนใจ”
“อะไรคือสิ่งที่นายให้ความสนใจ?” ฟินิกซ์ถามเสียงแผ่ว สัญชาตญาณบอกให้เขาหนีไปให้ไกล แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
เรย์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจผ่านกั้น มือหนาของเรย์วางทาบลงบนผนังข้างศีรษะของฟินิกซ์ กักขังอีกฝ่ายไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์ “นายฉลาดกว่าที่ผมคิดนะ ฟินิกซ์... แกล้งโง่มานานพอหรือยัง?”
“ผมไม่ได้แกล้ง... ผมแค่อยากรู้ว่า ‘น้ำแข็ง’ อย่างนาย จะละลายได้นานแค่ไหน”
เรย์ไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เขากลับเลือกที่จะเอื้อมมือไปไล่ปอยผมที่เปียกชื้นเพราะความชื้นในอากาศออกจากหน้าผากของฟินิกซ์ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนน่าตกใจ มันไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีซึนเดเระที่ฟินิกซ์คุ้นเคย
“ฝนตกหนักแบบนี้...” เรย์กระซิบชิดริมฝีปากอีกฝ่าย “เราคงไม่มีทางได้ออกจากที่นี่จนกว่าฟ้าจะสว่าง”
“นั่นหมายความว่า...” ฟินิกซ์กลืนน้ำลายลงคอ “เราต้องติดอยู่ในนี้กันสองคน... ทั้งคืนเลยเหรอ?”
เรย์ยกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่คนทั้งโลกไม่มีวันได้เห็นนอกจากเขา “ใช่ครับ และผมก็ไม่ได้ใจดีพอจะปล่อยให้นายหนีไปนอนที่อื่นด้วย”
บรรยากาศในห้องแคบเปลี่ยนจากความตรึงเครียดเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้ใจสั่น ร่างของฟินิกซ์ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาจ้องมองนัยน์ตาคู่คมในความมืดที่ดูเหมือนกำลังจะกลืนกินเขาทั้งตัว ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่เต้นประสานกันจนแทบจะเป็นจังหวะเดียว—
*ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูจากฝั่งห้องซ้อมดังขึ้น ตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของคนข้างนอกที่ยังไม่ยอมไปไหน “เฮ้... สองคนนั้นน่ะ ได้ยินข่าววงในมานะว่าคืนนี้ระบบล็อกประตูอัตโนมัติจะค้างยาวถึงเช้า... ว่าแต่... ที่ที่พวกนายหลบอยู่ ผมมีกุญแจสำรองนะ สนใจจะให้เปิดเข้าไป ‘แจม’ ด้วยไหมครับ?”
ฟินิกซ์เบิกตากว้าง เรย์สบถออกมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมหันไปมองบานประตูที่กำลังถูกใครบางคนพยายามไขกุญแจเข้ามาจากด้านนอก!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดานี้ครับ แล้วพบกันในตอนหน้าด้วยความระทึกยิ่งกว่าเดิมนะครับ - ไฟเยอร์บลัด
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 10
คืนที่ฝนตก
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!