กลิ่นอายของไวน์แดงราคาแพงและควันซิการ์จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้องสูทเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ทว่ามันช่างเบาบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่แผดเผาอยู่ระหว่างคนทั้งสอง คิรากรยืนประจันหน้ากับร่างบางที่สั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเรือนร่างระหงที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขา มันสั้นเกินกว่าจะปกปิดเรียวขาเนียนสวย และยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เกมระหว่างเรามันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะครับ, อันดา"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ช่องว่าง อณัชญาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกใสเบื้องหลัง วิวเมืองยามค่ำคืนระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้าน แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับเงาทะมึนของซาตานร้ายที่กำลังโอบล้อมเธอไว้ในกำมือ
"คุณมันบ้า... ปล่อยฉันนะ" เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามผลักอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่สำหรับคิรากรแล้ว แรงอันน้อยนิดนั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวหนังของเสือร้าย
"บ้าเหรอครับ? หึ... คุณต่างหากที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นคนแบบนี้" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้แน่นหนา แรงบีบที่ข้อมือทำให้อณัชญาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปลบ แต่แววตาที่มองกลับมายังคงดื้อรั้นท้าทายจนเขาอยากจะแหลกสลายความถือดีนั้นให้คามือ
ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของผู้หญิงในกำมือปลุกเร้าสติสัมปชัญญะของมาเฟียหนุ่มให้หลุดลอย คิรากรสูดความหอมเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะกดริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ
"อื้อ... ปล่อยนะ ไอ้คนทราม!" อณัชญาหวีดร้อง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสัมผัสวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ร่างกายทรยศต่อจิตใจด้วยการสั่นสะท้านและอ่อนระทวยลงอย่างน่าสมเพช
"ปากเก่งนักนะครับ... แต่ร่างกายของคุณนี่ช่างซื่อสัตย์เสียเหลือเกิน"
เสียงกระซิบพร่าพร่าข้างใบหูร้อนฉ่า คิรากรละมือจากการตรึงข้อมือเล็ก เปลี่ยนมาโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด สัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร่งของเธอไม่ต่างจากเขา มือหนาลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าบางเบา บีบขยำหนักหน่วงจนหญิงสาวต้องแอ่นกายเข้าหาด้วยความสัญชาตญาณ
อณัชญาหอบหายใจหนักหน่วง สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาประกบจูบลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจ เรียรียวลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย เธอพยายามขัดขืนด้วยการเม้มริมฝีปากแน่น แต่มีหรือที่คนอย่างคิรากรจะยอมจำนน มือใหญ่อีกข้างบีบกรามมนให้เผยอออกรับสัมผัสวาบหวามที่เขาเป็นผู้ชี้นำ
รสจูบที่ยาวนานและดุเดือดทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้ง อณัชญารู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างที่กำลังจะทรุดลงไปกองกับพื้น ความโกรธแค้นและเกลียดชังถูกแผดเผาจนมอดไหม้ด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่เขารุกคืบเข้ามาครอบครอง
คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้อณัชญาได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงช้ำจากการจูบด้วยความพึงพอใจ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่รัวสะท้อนถึงอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าเล่นเกมนี้กับผม, อันดา" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยชิดริมฝีปากนุ่มที่ยังสั่นระริก "ในเมื่อคุณเลือกที่จะเดินเข้ามาในกรงของผมเอง ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ดี... เพราะผมไม่มีวันปล่อยให้คุณหลุดมือไปเด็ดขาด"
"ฉันไม่ได้อยากมา..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ เจือไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและพ่ายแพ้ "คุณมันก็แค่คนไร้หัวใจ... ที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างได้ แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของคนอื่น"
"หึ... ศักดิ์ศรีงั้นเหรอครับ?" คิรากรแค่นยิ้มหยัน แววตาดิบเถื่อนวับวามขึ้นด้วยแรงปรารถนาอันมืดมน "เก็บศักดิ์ศรีจอมปลอมของคุณไว้เถอะครับ... เพราะคืนนี้ สิ่งเดียวที่คุณต้องมี คือการปรนเปรอความสุขให้ผม... จนกว่าผมจะพอใจ"
พูดจบ ร่างสูงก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย อณัชญาหวีดร้องด้วยความตกใจ รีบคล้องคอเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น ดวงตากลมโตตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าเขากำลังก้าวเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง
คิรากรโยนร่างบางลงบนที่นอนนุ่มนวลแรงพอสมควร ก่อนจะตามทาบทับลงมาด้วยร่างกายกำยำที่หนักหน่วงราวกับภูเขาหิน ดวงตาคมกริบดั่งนักล่าจ้องมองเหยื่อในกรงเล็บด้วยความกระหาย รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความน่ากลัวทำให้หัวใจของอณัชญาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
มือหนากระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจากอดีตที่บ่งบอกถึงความดิบเถื่อนของเจ้าของร่าง ก่อนที่มือคู่นั้นจะเอื้อมมาสัมผัสกับกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตที่เธอสวมอยู่
"หยุดนะ... คิรากร!" เธอร้องห้าม เสียงสั่นพร่าขณะพยายามใช้มือดันไหล่หนาไว้ แต่แรงของเธอช่างน้อยนิดเหลือเกิน
"สายไปแล้วครับ, คนสวย..." คิรากรกระซิบชิดใบหู รอรั้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ขั้นสุด "เกมนี้... คุณไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกแล้ว"
นิ้วแกร่งเกี่ยวชายผ้าและปลดกระดุมเม็ดแรกออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกแกแกแกมจำนนของหญิงสาว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันจนรับรู้ถึงไอThe heat ที่แผดเผา ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มภายใน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะความเป็นความตาย!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนบุกรุกเข้ามาในเขตชั้นในของคาสิโน และมัน... กำลังมุ่งหน้ามาที่เพนต์เฮาส์นี้ครับ!"
เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนรายงานผ่านประตูดังลั่นเข้ามา คิรากรชะงักกкак มือที่กำลังปลดกระดุมหยุดค้างเติ่ง ดวงตาคมกริบตวัดมองไปที่ประตูด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูอณัชญาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมที่ทำเอาเธอขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เรายังสะงักบัญชีค้างกันอยู่นะครับ... ตัวแสบ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ คิราห์ลวงรัก
กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 23
เกมอำนาจและเสน่หา
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!