เสียงก้มลงกระแทกของแก้วคริสตัลหนาบนโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวดังสนั่นจนสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"เธอคิดจะเล่นเกมตื้นๆ แบบนี้ไปถึงไหน อณัชญา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธดังลอดไรฟันของคิรากรออกมาอย่างน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่างจากโซฟาตัวยาวที่หญิงสาวนั่งขดตัวอยู่เพียงไม่กี่ก้าว แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเอกสารสัญญาฉบับสำรองที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนพื้น มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เธอแอบขโมยมาจากตู้เซฟในห้องนอนของเขาเมื่อช่วงบ่าย เพื่อหวังจะใช้เป็นใบเบิกทางหนีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้
อันดาเงยหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอดุดันไม่แพ้กัน แม้ริมฝีปากอิ่มจะซีดเผือดและร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังแห่งศักดิ์ศรี
"ถ้าฉันไม่ทำ... ฉันก็ต้องตกเป็นทาสทางร่างกายให้คุณย่ำยีเล่นไปจนวันตายนะสิคะ!" เสียงหวานตวาดกลับอย่างเหลืออด หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอหน่วยดวงตากลมโต แต่เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้มันไหลร่วงลงมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบไร้ความปรานี เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่ตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปบีบคางบางไว้แน่น บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการคุกคามจากเขา
"ทาสอย่างนั้นเหรอ... หึ เธอมันก็แค่สินค้าขัดดอกที่พี่ชายสารเลวของเธอเอามาแลกเงินสดร้อยล้าน! จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอไว้ซะอันดา ว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดหนีไปไหนทั้งนั้น!"
แรงบีบที่คางทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายของหญิงสาวขาดผึ้ง ความเหนื่อยล้าจากการถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ความกดดันรอบด้าน และความรู้สึกไร้หนทางเยียวยาถาโถมเข้าใส่จนกำแพงความเข้มแข็งที่เธอสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา
หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะื้นไหวดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอเล็ก ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นฮัก ความอ่อนแอที่เธอเกลียดนักหนากลับแสดงออกมาในวินาทีที่อ่อนล้าที่สุดต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาต
"ฮึก... ปล่อยฉัน... ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน..." เสียงหวานขาดห้วง ร่างกายที่เคยดื้อรั้นทุบตีอกแกร่งเบาๆ อย่างหมดแรง ก่อนจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง
คิรากรชะงักกึก ความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่สะดุดลงทันทีเมื่อเห็นหยดน้ำตาและอาการสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนาของคนตรงหน้า ร่างสูงยืนนิ่งค้าง มือหนาที่เคยบีบคางเธอกลับคลายออกอย่างไร้ทิศทาง ภาพของหญิงสาวดื้อรั้นที่เคยต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว บัดนี้กลับเหลือเพียงลูกนกปีกหักที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกหนา... มันไม่ใช่ความสะใจ ไม่ใช่ความสมเพชเวทนา แต่เป็นความหน่วงหนับที่บีบคั้นหัวใจดุจหินผา
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวพรืด ย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นพรมตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังยกขึ้นปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ แม้แรงบีบจะเบากว่าทุกครั้ง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความดุดันที่แฝงไว้ด้วยความลังเล
"หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้" คิรากรเอ่ยสั่ง เสียงของเขาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันกลับทุ้มนุ่มและแหบพร่าลงอย่างประหลาด
"ฮือ... คุณใจร้าย... คุณมันคนใจร้ายที่สุดคิรากร..." อันดาฟูมฟายออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เธอยกมืออีกข้างขึ้นทุบตีไหล่กว้างของเขาซ้ำๆ ระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มีออกมา
คิรากรไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้เธอนำกำปั้นเล็กๆ ทุบตีลงบนร่างกายตนเองจนพอใจ ก่อนที่มือหนาจะรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว แล้วดึงร่างสะบักสะบอมเข้ามาปะทะแผงอกแกร่งอย่างแนบแน่น
"ฉันใจร้าย... แล้วเธอคิดว่าฉันอยากทำแบบนี้กับเธอนักหรือไง" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหูเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการยื้อยุด
อันดาชะงักกึก หยุดสะอื้นไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาแหงนขึ้นมองสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความซับซ้อน แววตาของมาเฟียหนุ่มเวลานี้ไม่มีความเยือกเย็นชาเหมือนทุกที มีเพียงความปรารถนาอันลึกล้ำและแรงดึงดูดบางอย่างที่หลอมละลายหัวใจทั้งสองดวงเข้าหากัน
นิ้วแกร่งเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าตกใจทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองเพล ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัดเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดน้อยลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากริมฝีปากของกันและกัน
คิรากรโน้มใบหน้าลงมา ประทับริมฝีปากหยักลึกซึ้งลงบนเปลือกตาที่บวมช้ำจากน้ำตาอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่นุ่มนวลและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้อันดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความโกรธแค้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น หลงเหลือเพียงความวาบหวามที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ
"อันดา..." เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่กำลังร่ายมนต์สะกด
ริมฝีปากหนาเคลื่อนลงมาประทับจูบซับหยดน้ำตาที่มุมปาก ก่อนจะครอบครองเรียวปากอิ่มที่สั่นเทา จูบครั้งนี้ไม่มีความรุนแรงหรือการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความหิวกระหายโหยหาที่ถูกปลุกเร้าด้วยความอ่อนแอของเธอ มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้า1กลุ่มผมนุ่ม สรรหาความหวานล้ำจากโพรงปากอุ่นอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่เรียวแขนเล็กโดยสัญชาตญาณกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงเข้ามาชิดใกล้จนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
ความเร่าร้อนที่แฝงด้วยความอ่อนโยนเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่คิรากรพยายามกดขี่ข่มเหงมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม สัมผัสลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาปลุกเร้าอารมณ์สวาทให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน
ร่างบางถูกดันให้ถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ความเย็นนั้นกลับถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มจากเรือนร่างแกร่งที่ทาบทับลงมา คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นรดรินร่องคอระหง
ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไล่เรื่อยจากซอกคอขาวลงมาถึงไหปลาร้า ทำเอาหญิงสาวแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน มือหนาเลื่อนต่ำลงกอบกุมเอวคอดกิ่ว บีบเคล้นหนักหน่วงจนร่างบางสะท้านเฮือก เผลอครางเสียงหวานออกมาอย่างลืมตัว
"อื้อ... คีย์..."
ชื่อของเขาที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบวมเจ่อ ยิ่งเพิ่มความคลุ้มคลั่งให้กับเจ้าพ่อหนุ่ม มือหนาเกี่ยวสายเสื้อเดรสตัวบางให้ร่นลง เปิดเผยผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้อง ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนด้วยความหลงใหลราวกับต้องมนต์สะกด เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เขาเกลียดชังนักหนา จะมีอิทธิพลเหนือสติสัมปชัญญะของเขาได้มากขนาดนี้
ในขณะที่เปลวไฟแห่งเสน่หากำลังโหมกระหน่ำเผาผลาญสติของคนทั้งคู่จนแทบไม่เหลือซาก และริมฝีปากของคิรากรกำลังจะทาบทับลงมาสู่อกอิ่มอีกครั้ง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นขึ้นสามครั้งติดต่อกันขัดจังหวะความเร่าร้อนเบื้องหน้าอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ภาคิน ลูกหนี้คนสำคัญของนาย แหกห้องขังใต้ดินหนีออกไปได้ และตอนนี้มันกำลังจะพาคนบุกเข้ามาที่นี่ครับ!"
คิรากรชะงักกึกทันที ดวงตาคมดุหันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยประกายตาดุดันน่ากลัว ร่างสูงผละออกจากเรือนร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาวช้าๆ แม้ลมหายใจจะยังหอบกระชั้นด้วยแรงอารมณ์ที่ค้างคา
แต่อันดาที่ได้ยินชื่อนั้น ใบหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดผวา... พี่ชายของเธอกำลังกลับมา และหายนะครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ คิราห์ลวงรัก
กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 15
กำแพงที่เริ่มพังทลาย
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!