กลิ่นคาวโลหะและพิษแมงป่องหิมะเก้าเศียรคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ความเจ็บปวดราถถูกไฟแผดเผาแล่นพล่านไปตามเส้นชีพจรทั้งร้อยแปดสาย ราวกับมีเข็มเงินนับหมื่นเล่มกำลังทิ่มแทงไขกระดูก
ในโรงฝึกร้างท้ายตระกูลหลง ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนอนจมกองเลือดสีดำสนิท ดวงตาที่เคยไร้ประกายพล Lุกวาบขึ้นด้วยความเย็นเยือกดุจน้ำแข็งพันปี
"หึ... พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี คิดไม่ถึงว่าคนตระกูลหลงจะใจคอเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้..."
เสียงทุ้มต่ำที่หลุดออกมาจากลำคอแหบแห้ง หาใช่เสียงของเด็กหนุ่มอายุสิบหเจ็ดปีไม่ หากแต่เป็นสุ้มเสียงทรงอำนาจของ ‘หลงเฟย’ มหาเทพกระบี่แห่งแดนเซียนผู้เคยเหยียบย่างเหนือเก้าชั้นฟ้า ผู้ซึ่งถูกทรยศหักหลังจากสหายสนิทและคนรักในยุทธภพเบื้องบน
ความทรงจำ สัจธรรม และเคล็ดวิชาอันไพศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของร่างใหม่อย่างรุนแรง ร่างกายนี้... นามว่า ‘หลงเฟย’ เช่นเดียวกัน เป็นเพียงศิษย์สายรองผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ขยะไร้ค่า’ เนื่องจากจุดตันเทียน (ทะเลปราณ) พิการมาแต่กำเนิด และในค่ำคืนนี้ บุตรชายสายตรงของผู้นำตระกูลนามว่า ‘หลงเฉิง’ ได้วางยาพิษเพื่อหมายปลิดชีพเขา ชิงเอาสมบัติชิ้นเดียวที่มารดาผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้
"สวรรค์ไม่เมตตา ข้าจึงต้องฝืนลิขิตฟ้าด้วยปลายกระบี่!"
หลงเฟยแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ แม้ลมปราณในร่างจะถูกกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ทว่ากระดูกสันหลังของเขากลับตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า สายตาที่ทอดมองไปยังความมืดเบื้องหน้าคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่โบราณ
ในมิติห้วงจิตวิญญาณ ‘กระบี่เซียนผ่าพยับหมอก’ วิญญาณศาสตราคู่กายที่ติดตามเขาข้ามภพข้ามชาติกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ ส่งไอเย็นเยียบแผ่ซ่านคุ้มครองหัวใจเอาไว้ ไม่ให้พิษร้ายกัดกร่อนถึงแก่นวิญญาณ
ตึง!
เสียงถีบประตูโรงฝึกไม้เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เงาร่างสามร่างก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน นำโดย ‘หลงเฉิง’ บุตรชายผู้นำตระกูล ผู้มีพลังยุทธอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่ห้า ใบหน้าของมันหล่อเหลาแต่บิดเบี้ยวด้วยความอำมหิต ในมือถือกระบี่ฝักทองคำขาว
"ฮ่าๆๆ หลงเฟย เจ้าสวะน้อย ป่านนี้พิษสลายวิญญาณคงแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนพิการสิ้นเชิงแล้วกระมัง? ไหนล่ะมารดาผู้ล่วงลับของเจ้า ที่คอยปกป้องนักหนา?" หلقเฉิงหัวร่อร่าอย่างลำพองใจ สายตากวาดมองร่างที่นอนจมกองเลือดบนพื้นด้วยความสมเพช
หลงเฟยค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ลมหายใจจะติดขัด แต่ท่าทีกลับสงบนิ่งราวกับขุนเขาไท่ซานถล่มเบื้องหน้าก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสาม ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่รอวันถูกเหยียบย่ำ
"เจ้า... เจ้ายังลุกขึ้นมาได้อีกหรือ?" รอยยิ้มบนใบหน้าของหลงเฉิงแข็งค้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนหวาดระแวง เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับพญายมราชที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากขุมนรก
"ขยะอย่างพวกเจ้า กล้าดียังไง... มาเหยียบย่างบนเส้นทางที่มหาเทพอย่างข้าเดินผ่าน"
เสียงของหลงเฟยไม่ดังนัก แต่มันกลับทรงพลังกดดันจนคนทั้งสามถึงกับหายใจติดขัด ขาああ ก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกกดดันนี้มันคืออะไร? ร่างกายที่ควรจะไร้เรี่ยวแรงเหตุใดจึงแผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมาได้!
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันพูดมาก รีบตัดหัวมันแล้วเอาแหวนมิติมา!" หลงเฉิงแผดเสียงสั่งสมุนทั้งสองด้วยความตื่นตระหนก สมุนรับคำแล้วชักกระบี่พุ่งเข้าหาหลงเฟยทันทีประกายคมดาบพุ่งแหวกอากาศมุ่งตรงไปยังลำคอ
หลงเฟยไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายขยับเพียงเสี้ยวพริบตา หลบคมดาบได้อย่างเฉียดฉิวอย่างเหลือเชื่อ นิ้วมือเรียวยาวดุจหยกขาวดีดออกไปราสายฟ้าแลบ ปราณพิษตกค้างในร่างถูกใช้เป็นอาวุธซัดใส่จุดชีพจรสำคัญของสมุนผู้นั้นในพริบตาเดียว!
อั๊ก!
สมุนผู้นั้นเบิกตากว้าง กระอักโลหิตดำสนิทออกมาคำโต ล้มตึงลงขาดใจตายทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้กรีดร้องด้วยซ้ำ วิชาฝีมือระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่สาม ไร้ซึ่งโอกาสแม้แต่จะต่อสู้!
ความเงียบเข้าปกคลุมโรงฝึกร้างทันที หลงเฉิงใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก หัวใจเต้นรำรัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"นะ... เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใด?!" หลงเฉิงถอยหลังกรูด มือที่ถือกระบี่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
หลงเฟยปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่แยแส แววตาดุดันขึ้นเรื่อยๆ ขณะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหลงเฉิงทีละก้าว เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นไม้ดังดุจเสียงกลองศึกที่คอยเร่งเร้าวาระสุดท้ายของความตาย
"วิชาอันใดงั้นหรือ? เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก..."
หลงเฟยหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉิง ระยะห่างเพียงคืบ ฝ่ามือเรียวยาวเอื้อมออกไปคว้าจับด้ามกระบี่ของหลงเฉิงเอาไว้แน่น ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งทะลักออกจากฝ่ามือ บดขยี้จิตใจของอีกฝ่ายจนแหลกสลาย
ทันใดนั้นเอง... ท้องน้ายามราตรีที่เคยเงียบสงบ กลับเกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่า เมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเหนือตระกูลหลงอย่างรวดเร็ว อสนีบาตสีม่วงเข้มสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาตรงกลางหลังคาโรงฝึกร้างจนพังทลายลงมาเป็นจุล!
เศษไม้และฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ท่ามกลางแสงอสนีบาตที่สาดส่องลงมา เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์นางหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนยอดกำแพงพังๆ เบื้องหน้า นางสวมชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหว ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาหิมะ ทว่าแววตากลับเย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อสรรพสิ่งในใต้หล้า
แต่วินาทีที่ดวงตาสง่างามคู่นั้นกวาดมองมาเห็นร่างของหลงเฟย แววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งนับหมื่นปีกลับไหววูบราวกับผิวน้ำถูกลมพัด ยามเมื่อริมฝีปากบางเฉียบเอื้อMเอ่ยออกมา เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจก็ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้า
"พี่รอง... ในที่สุดข้าก็หาท่านพบแล้ว..."
มู่หรงเสวี่ย... นางเซียนอันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่เมฆา ผู้ไม่เคยชายตาดอกฟ้าดินใด ปัจจุบันกลับถือกระบี่เทพนภาชี้ตรงมายังหลงเฉิงที่กำลังหวาดผัวะ และเอ่ยประโยคต่อมาด้วยจิตสังหารที่ทำเอาอากาศรอบตัวแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
"ใครบังอาจ... แตะต้องเส้นผมของสวามีข้า... จงตาย!"
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากความตายในร่างศิษย์สวะ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!