"ค่าความผันผวนของสนามแม่เหล็กควอนตัม... พุ่งทะยานเกินจุดวิกฤตแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับคิรากร!"
เสียงแจ้งเตือนของเซนดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแสงสีฟ้าอมครามที่วาบขึ้นสะท้อนเรตินาจนแสบตา กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินสถาบันวิจัยผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากการไหม้เกรียมของแผงวงจรระบายความร้อน ลมหายใจของผมติดขัดชั่วขณะ แรงเหวี่ยงมหาศาลจากการยุบตัวของมิติกำลังบดขยี้เซลล์ทุกอณูในร่างกาย ความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของมิติเวลาก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลือเป็นภาพลวงตาในความรู้สึก แต่วินาทีต่อมา—ความมืดมิดก็กลืนกินทุกสิ่ง
...
พรึบ!
"อึก...!"
ผมสะดุ้งเฮือก สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งให้ดีดตัวลุกขึ้นยืนหลังตรง มือขวาคว้าจับด้ามปืนพกพลังงานที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ ทว่าสัมผัสที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าผสมไทเทเนียมที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดจากเหตุการณ์ปะทะเมื่อครู่ หากแต่เป็นผิวสัมผัสเรียบเนียนของโต๊ะไม้โอ๊กสีอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวของดร.รวินันท์
ลมหายใจของผมหอบกระชั้น เหงื่อกาฬซึมตามไรผม แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
สายตากวาดมองรอบกายอย่างรวดเร็ว ตู้หนังสือไม้มะฮอกกานีที่อัดแน่นไปด้วยตำราฟิสิกส์เชิงทฤษฎีและบันทึกสมการควอนตัม แสงไฟนีออนสีนวลตาจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกับกระดาษกราฟที่กระจัดกระจาย และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ปรากฏตัวเลขเวลานับถอยหลังสีแดงฉานที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี
*72:00:00 ชั่วโมง...*
เราย้อนกลับมาแล้วจริงๆ สินะครับ
"คิรากร... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนั้นล่ะครับ"
เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับแรงสะกิดเบาๆ ที่หัวไหล่ ผมหันขวับไปมอง เจ้าของเสียงนั้นคือ ดร.รวินันท์ หรือที่ผมมักจะเรียกว่าอาจารย์มีน อาจารย์สาวผู้กุมความลับของลูปเวลานี้ เธอกำลังสวมแว่นตากรอบบาง เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้เป็นมวยหลวมๆ ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววความกังวลและเครื่องหมายคำถามเต็มเปี่ยม เธอยังคงถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ควันจางๆ ลอยกรุ่นอยู่ในมือซ้าย ท่าทีของเธอในตอนนี้ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ถล่มของมิติที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
นั่นเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า... อาจารย์มีนเองก็มีความทรงจำทั้งหมดหลงเหลืออยู่เช่นเดียวกับผม
ผมผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อดึงสติที่กระจัดกระจายให้กลับเข้ารูปเข้ารอย ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกังวลจนเกินไป
"ผมไม่เป็นไรครับอาจารย์... แค่ฝันร้ายนิดหน่อย" ผมตอบพลางยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ "ฝันที่ยาวนานและสมจริงเสียจนน่ากลัวเลยล่ะครับ"
อาจารย์มีนขมวดคิ้วมุ่น วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือเรียวบางมาอังหน้าผากผมเพื่อวัดอุณหภูมิ สัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเธอช่วยเรียกความตื่นตัวให้ผมได้ไม่น้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมราวกับต้องการค้นหาพิรุธบางอย่าง
"ฝันร้ายงั้นเหรอครับคิรากร... แต่สายตาของคุณในตอนนี้ มันเหมือนคนที่เพิ่งผ่านสนามรบมาหมาดๆ เลยนะ ไม่ใช่แค่คนเพิ่งตื่นนอนแน่นอน" อาจารย์มีนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมตามสไตล์ของนักฟิสิกส์อัจฉริยะผู้ไม่เคยปล่อยผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ "อีกอย่าง... อัตราการเต้นของหัวใจคุณตอนนี้อยู่ที่ร้อยสี่สิบครั้งต่อนาที มือข้างขวาของคุณยังคงมีอาการกระตุกตอบสนองเหมือนตอนที่กำลังเล็งเป้าหมายยิงปืน... เล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับ ว่าใน 'ความฝัน' ของคุณ เกิดอะไรขึ้นบ้าง"
ผมมองหน้าอาจารย์มีนิ่งๆ พลางทบทวนลำดับเหตุการณ์ในสมอง ระบบคำนวณความน่าจะเป็นในหัวทำงานอย่างรวดเร็ว บันทึกข้อมูลทุกวินาทีจากลูปที่แล้วถูกดึงขึ้นมาประมวลผลซ้ำ การที่เราทั้งคู่ตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ยังอยู่ครบถ้วน ไม่ใช่ความบังเอิญทางกายภาพควอนตัม แต่มันคือผลลัพธ์จากการที่สนามพลังงานซิงโครไนซ์เข้ากับจุดดับเบิลยูเอ็กซ์ (WX-Node) ในวินาทีที่มิติถล่มพอดิบพอดี
"ถ้าผมบอกว่า... เรากำลังติดอยู่ในลูปเวลาที่ถูกเซ็ตอัปไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง และในอีกสามวันข้างหน้า สถาบันวิจัยแห่งนี้จะถูกกลืนหายไปเพราะความผิดพลาดของการทดลองเครื่องมือสกัดสสารมืดล่ะครับอาจารย์?" ผมเอ่ยเสียงกระซิบ ทอดสายตามองลอดผ่านกระจกหน้าต่างห้องทำงานออกไปยังโถงทางเดินด้านนอกที่พนักงานกำลังเดินกันอย่างขวักไขว่ด้วยความไม่รู้เรื่องรู้ราว
อาจารย์มีนชะงักไปเล็กน้อย แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟวูบหนึ่ง เธอนิ่งเงียบไปร่วมอึดใจ ไม่ได้แสดงอาการตกใจอย่างที่คนทั่วไปควรจะเป็น ตรงกันข้าม เธอกลับยกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
"เจ็ดสิบสองชั่วโมง... งั้นเหรอครับ" อาจารย์มีนทวนคำ พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "น่าสนใจมาก... เพราะเมื่อกี้ ก่อนที่คุณจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ผมเพิ่งจะทำการคำนวณสมการความหนาแน่นของอนุภาคฮิกส์เสร็จไป และพบว่าค่าเบี่ยงเบนของมันไม่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์มาตรฐาน มันเหมือนกับว่า... มีใครบางคนกำลังจงใจรีเซ็ตตัวแปรเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหาทางออกบางอย่าง"
ติ๊ด!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบโฮโลแกรมส่วนกลางดังขึ้นตัดบทสนทนา หน้าจอสีฟ้าสดใสเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน พร้อมกับข้อความตัวอักษรวิ่งผ่านรวดเร็ว
[ตรวจพบสัญญาณชีพจรที่ไม่รู้จักในเขตหวงห้าม ชั้น B-4]
[ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติถูกปิดการใช้งานบางส่วน]
[คำเตือน: ความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การแทรกแซงจากบุคคลภายนอก คิดเป็น 94.7%]
ผมหันขวับไปมองหน้าจอทันที หัวใจกระตุกวูบ
ในลูปที่แล้ว... สัญญาณชีพจรนี้ไม่เคยปรากฏในชั้น B-4 ช่วงเวลานี้! นี่คือตัวแปรใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาหลังจากที่เราย้อนเวลากลับมา หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การที่เราเลือกที่จะจดจำและกระทำแตกต่างออกไปจากเดิม ได้เริ่มสั่นคลอน 'เส้นทางแห่งความน่าจะเป็น' จนเกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว
"เซน รายงานสถานะของชั้น B-4 เดี๋ยวนี้ครับ!" ผมออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับคิรากร กำลังเจาะระบบกล้องวงจรปิดภาคสนาม... แย่แล้วครับ! มีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องควบคุมเครื่องกำเนิดพลังงานหลัก และอัตราการปล่อยรังสีความร้อนในจุดนั้นกำลังสูงขึ้นอย่างผิดปกติ!" เสียงของเซนรายงานด้วยโทนเสียงที่ร้อนรนกว่าปกติ
อาจารย์มีนหันมาสบตาผมทันที แววตาสดใสเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความดุดันและมุ่งมั่นแบบฉบับของนักวิทยาศาสตร์ผู้พร้อมชนกับทุกอุปสรรค เธอเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตควบคุมระบบหลักมากำไว้แน่น
"ดูท่าทางแล้ว... ใครบางคนก็มีความทรงจำจากลูปที่แล้วเหมือนกับเราสินะครับคิรากร" อาจารย์มีนเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "เราจะปล่อยให้พวกเขาเล่นสนุกกับเวลาของเราไม่ได้หรอกนะครับ"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ มือขวาเอื้อมไปตบซองปืนพกข้างเอวเบาๆ เพื่อเช็คความพร้อม ตาสองข้างหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง เกมไล่ล่าข้ามเวลานี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเป็นผู้ชนะในลูปที่สามสิบเจ็ดนี้ให้จงได้
แต่ทว่า... ก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวเท้าออกจากห้อง ประตูห้องทำงานระบบอัตโนมัติก็ส่งเสียงปลดล็อกดัง *คลิก* เบาๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและคำนวณความน่าจะเป็นไปพร้อมกับคิรากรและอาจารย์มีนนะครับ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับตัวแปรใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 4
เสียงนาฬิกาควอนตัม
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!