ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 18

การเดินทางข้ามเขตแดนความหนาแน่น

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"ค่าความหนาแน่นของฟลักซ์พลังงานที่จุดตัด 0.49 กำลังพุ่งทะยานเกินเพดานคำนวณสามร้อยเปอร์เซ็นต์ครับอาจารย์! ถ้าเรายังฝืนดึงแนวปะทะนี้ไว้อีกไม่ถึงสิบวินาที โครงสร้างควอนตัมของเซนจะเกิดภาวะโอเวอร์โหลดจนไม่หลงเหลือแม้แต่รหัสไอดีพื้นฐานนะครับ!" เสียงรายงานของคิรากรดังแทรกเสียงหวีดหวิวแหลมสูงของสนามพลังที่ถูกบิดเบี้ยวจนแทบเป็นเสียงกรีดร้องของโลหะ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบรัวระรัวบนหน้าจอโฮโลแกรม นิ้วมือเรียวยาวของเขาแทบจะพิมพ์ชุดคำสั่งแก้ทางลงไปบนแป้นพิมพ์แสงด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ เบื้องหน้าของพวกเขาคือพายุควอนตัมขนาดยักษ์ที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสีครามและม่วงเข้ม มันไม่ใช่พายุธรรมชาติ แต่มันคือรอยฉีกขาดของมิติเวลาที่พยายามจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งเข้าสู่ห้วงสุญญากาศ ความกดดันรอบตัวสูงเสียจนเขารู้สึกได้ถึงรสชาติฝาดปร่าคล้ายสนิมเหล็กในโพรงปาก "อย่าเพิ่งสติแตกไปสิกร... ถึงตัวเลขมันจะดูน่ากลัวเหมือนกระดาษคำตอบวิชาฟิสิกส์ตอนเธออายุสิบขวบก็เถอะนะ" ดร.รวินันท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงมีความเยือกเย็นและแววตาสนุกสนานเจืออยู่เล็กน้อย แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้าและปอยผมสีเข้มที่หลุดลุ่ยเปียกชื้นแนบแก้ม มือเรียวเล็กของอาจารย์สาวไม่ได้แตะต้องคีย์บอร์ดเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังกางฝ่ามือออกเบื้องหน้า ปล่อยให้ละอองแสงสีฟ้าอ่อนไหลเวียนจากปลายนิ้วเข้าสู่แกนกลางของเครื่องมือวัดความหนาแน่น "ถ้าเราถอยตอนนี้ ลูปเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่เราเพิ่งแก้ไขความผิดพลาดไปเมื่อรอบที่แล้วจะพังทลายลงทั้งหมด และเธอก็รู้ดีว่าเราไม่มีพลังงานพอจะรีเซ็ตมันเป็นครั้งที่สามแล้วนะ" "ผมทราบดีครับ..." คิรากรกัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยขาว เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติให้กลับมาอยู่กับตรรกะและความน่าจะเป็น "แต่การจะทะลวงผ่านเขตแดนความหนาแน่นระดับนี้ จำเป็นต้องมีตัวแปรเสริมเพื่อหักล้างแรงเหวี่ยง... เซน! วิเคราะห์เส้นทางความน่าจะเป็นที่มีโอกาสรอดสูงสุดให้ที!" [_กำลังประมวลผล..._] เสียงสังเคราะห์ของปัญญาประดิษฐ์ภาคสนามดังขึ้นในหูฟัง น้ำเสียงของเซนราบเรียบแต่มี่ร่องรอยของความติดขัดทางสัญญาณ [_ตรวจพบความเสี่ยงระดับ SSS พายุควอนตัมกำลังสร้างแรงดึงดูดเชิงลบ หากใช้ความเร็วแสงฝ่าเข้าไปโดยไม่มีเกราะป้องกัน อัตราการรอดชีวิตคือศูนย์เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าท่านใช้พลังงานส่วนเกินจากตัวเก็บประจุสำรองยิงสวนเข้าไปที่จุดอับศูนย์กลาง... โอกาสสำเร็จจะเพิ่มขึ้นเป็นสิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์ครับกร_] "สิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์? นั่นมันเท่ากับการเสี่ยงทายโยกเหรียญหัวก้อยในพายุเฮอร์ริเคนเลยนะครับ!" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น แต่มือของเขากลับไม่ยอมหยุดขยับ เขาย้ายสิทธิ์การควบคุมระบบระบายความร้อนทั้งหมดมาไว้ที่แผงควบคุมหลัก "โลกนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญหรอกกร มีแต่สมการที่เรายังแก้ไม่ตกต่างหาก" รวินันท์หันมาสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของชายหนุ่มสงบลงอย่างประหลาด "เชื่อมั่นในตัวเธอนะ... แล้วก็เชื่อใจอาจารย์คนนี้ด้วย" พายุควอนตัมเบื้องหน้าส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธเกรี้ยว แรงลมมหาศาลซัดสาดจนเสื้อคลุมปฏิบัติการของพวกเขาสะบัดอย่างรุนแรง เศษละอองมิติที่แตกสลายลอยฟุ้งกระจายราวกับประกายไฟจากงานเทศกาลที่อันตรายถึงชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังสู่วินาศกรรมของไทม์ไลน์ คิรากรสูดหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนปุ่มยืนยันคำสั่งสีแดงเพลิงที่กั้นอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย "เตรียมตัวรับแรงกระแทกครับ... เรากำลังจะกระโดดข้ามขอบฟ้าเหตุการณ์!" สิ้นคำพูดของเขา ร่างของทั้งคู่ก็ถูกกลืนหายไปในแสงสว่างวาบสีขาวโพลนที่แผดเผาทุกส้มผัส ขณะที่เบื้องหลังม่านแสงนั้น เงาสลัวของร่างปริศนากำลังก้าวเท้าออกจากรอยแยกมิติด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในตอนนี้นะครับ ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%