เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 18

บททดสอบความไว้วางใจ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังเล็ดลอดออกมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงกดย้ำหน้าจอแท็บเล็ตจนเกิดเสียงกระทบกันกรอบแกรบ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดเสียยิ่งกว่าเสียงไซเรนอัคคีภัย “พี่ปฐพี แย่แล้วค่ะ! ไฟล์โมเดลสามมิติของโซนจัดแสดงหลักที่เพิ่งเรนเดอร์เสร็จเมื่อคืน... จู่ๆ ฟอร์แมตก็เสียหายทั้งหมด เปิดยังไงก็ขึ้น Error 0xc000007b แถมระบบคลาวด์สำรองก็ดันตีข้อมูลตีกลับเพราะเวอร์ชันไม่ซิงก์กัน ทีมโครงสร้างกำลังจะเข้าหน้างานตอนแปดโมงเช้า ถ้าไม่มีโมเดลนี้... โปรเจกต์พังไม่เป็นท่าแน่ๆ ค่ะ!” น้ำเสียงร้อนรนของรินที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ทำเอาสีหน้าของปฐพีเปลี่ยนสีไปในทันที ความตื่นตระหนกวาดผ่านดวงตาสีนิลที่ปกติมักจะเรียบนิ่งราวกระจกเงา มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่ถึงกับเผลออกแรงกำจนสันมือขึ้นข้อขาว ขณะที่เพลิงซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ หันขวับกลับมามองด้วยความตกใจสุดขีด “เกิดอะไรขึ้น” เพลิงเอ่ยถามทันทีโดยไม่ต้องรอให้ปฐพีสรุปความ น้ำเสียงห้าวต่ำเจือแววตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นดวงตาคมกริบของคนรักฉายแววเคร่งเครียด “ไฟล์หน้างานพังหมด รินบอกว่าระบบสำรองตีกลับ ทีมโครงสร้างจ่อหน้าไซต์งานแล้ว” ปฐพีตอบสั้นๆ แต่ละคำหนักหน่วงราวนำก้อนหินมาทุ่มลงบนอก สมองส่วนคำนวณของสถาปนิกหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้ความกดดันระดับสูงสุด “เราเหลือเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง... ถ้าแก้โค้ดโครงสร้างใหม่ไม่ทัน ทีมวิศวกรจะรื้อโครงสร้างหลักทั้งหมดที่เซ็ตไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน” “บ้าเอ๊ย!” เพลิงสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะคว้ากระเป๋าอุปกรณ์กล้องและโน้ตบุ๊กคู่ใจมาสะพายพาดบ่าอย่างไร้ความลังเล “ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะสถาปนิกหน้าตาย ขับรถไปไซต์งานเดี๋ยวนี้! ฉันมีแบ็กอัปไฟล์ภาพถ่ายหน้างานดิบเมื่อวานซืนอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์สำรอง น่าจะพอแกะพิกัดโครงสร้างแทนโมเดลที่พังได้บ้าง ถ้าสมองนายยังคำนวณทันนะ” ปฐพีไม่ได้เอ่ยปากเถียงหรือต่อปากต่อคำตามวิสัยเดิมแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตเกินกว่าจะมาฟอร์มจัด สองขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังลานจอดรถทันที โดยมีเพลิงก้าวยาวๆ ตามติดมาไม่ห่าง เคมีที่มักจะปะทะกันด้วยวาจาเชือดเฉือนในยามปกติ ถูกแทนที่ด้วยความเงียบอันตึงเครียดและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดร่วมกันที่ทรงพลังอย่างประหลาด ภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรู บรรยากาศอบอวลไปด้วยความกดดัน ปฐพีเหยียบคันเร่งมิดเพื่อแข่งกับเวลา ขณะที่มือซ้ายพยายามกดโทรศัพท์ติดต่อทีมวิศวกรหน้างานเพื่อยื้อเวลา ส่วนมือขวาคุมพวงมาลัยด้วยความนิ่งสนิท ใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มเคร่งเครียดจนสันกรามขยับนูน “เลิกทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบสักทีปฐพี” เพลิงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มือเรียวเอื้อมไปปรับแอร์ในรถให้เย็นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองคนรักที่กำลังเหงื่อซึมตามขมับ “นายเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าทุกปัญหามีทางแก้ แค่ตอนนี้โครงสร้างมันรั้น ไม่ยอมทำตามที่นายวาดฝันไว้เท่านั้นเอง” “มันไม่ใช่แค่เรื่องวาดฝัน เพลิง” ปฐพีหันมามองแวบหนึ่ง น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนกังวล “นั่นคือความรับผิดชอบของทีมเรา ถ้างานนี้พลาด ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ฉันสร้างมาสามปีจะพังพินาศในพริบตาเดียว และที่สำคัญ... ฉันไม่อยากให้ความเหนื่อยยากของรินกับทีมงานต้องสูญเปล่า” “งั้นก็เชื่อใจฉันสิ” เพลิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนปฐพีต้องเหลือบมองด้วยความประหลาดใจ “ไฟล์โมเดลพังช่างมัน แต่เซนส์ในการมองภาพรวมของฉันกับสมองคำนวณของนายยังอยู่ครบ เราเคยลุยงานยากกว่านี้มาแล้ว ตั้งสติแล้วมองตรงไปข้างหน้า ซิ่งให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเรื่องแก้ปัญหา... เดี๋ยวเราไปลุยหน้างานพร้อมกัน” คำพูดห้วนๆ แต่เปี่ยมด้วยพลังและความเชื่อมั่นของคนข้างกาย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนผิดจังหวะของปฐพีค่อยๆ สงบลง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของวิกฤต นี่สินะ... ตัวตนที่แท้จริงของ 'สายลุยที่ขวางโลก' คนนี้ เวลาที่โลกทั้งใบพังทลายลงมา เพลิงมักจะเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาเป็นเสาหลักค้ำยันไว้อย่างไม่น่าเชื่อ รถยนต์พุ่งทะยานเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างใจกลางเมืองในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาทีต่อมา ภาพตรงหน้าคือความอลหม่านย่อมๆ ทีมงานวิศวกรและคนงานก่อสร้างยืนออกันหน้าตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราว รินยืนหน้าซีดเผือดถือแท็บเล็ตสั่นเทาอยู่ท่ามกลางวงล้อม ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ปฐพีก็สวมวิญญาณสถาปนิกผู้เด็ดขาดทันที ความลังเลหายวับไปกับตา “ริน ดึงสติ! ส่งล็อกไฟล์ Error มาให้พี่ ส่วนทีมโครงสร้าง... ทุกคนฟังทางนี้!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดึงความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้นให้หันมามองเป็นตาเดียว “เราจะใช้แผนสำรอง เพลิงจะเปิดภาพถ่ายโครงสร้างดิบล่าสุดขึ้นจอโปรเจกต์เตอร์ แล้วเราจะมาสเกตช์แก้หน้างานกันตรงนี้ ใครมีปัญหาอะไรไหม ถ้าไม่มี... เริ่มงาน!” บรรยากาศการทำงานดำเนินไปอย่างดุเดือดและเข้มข้น ปฐพีกับเพลิงทำงานร่วมกันราวกับฟันเฟืองที่ถูกออกแบบมาให้ขบเข้าหากันได้อย่างพอดิบพอดี คนหนึ่งคำนวณโครงสร้างและน้ำหนักด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร อีกคนใช้สายตาคมกริบกวาดมองภาพถ่ายหน้างานเพื่อชี้จุดบกพร่องและมุมมองแสงเงาที่อาจกระทบต่อโครงสร้างจริง ไดอะล็อกสั้นๆ คมคายถูกโยนไปมาระหว่างทั้งคู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความตึงเครียดกลับมีเคมีที่ร้อนแรงและเข้าขาจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม เส้นตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายก็ถูกทำลายลง โมเดลโครงสร้างชั่วคราวฉบับแก้ไขเฉพาะกิจถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบของวิศวกรหน้างานสำเร็จ เสียงปรบมือเบาๆ และเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นจากทีมงาน รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ปฐพีทิ้งตัวพิงเสาเหล็กของตู้คอนเทนเนอร์อย่างคนหมดแรงเช่นกัน เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าและความเครียดที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมง เพลิงเดินถือขวดน้ำเย็นจัดมาหยุดยืนตรงหน้า ร่างโปร่งบางก้าวเข้าไปใกล้เสียจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ดวงตาสุกใสพราวระยับด้วยความสะใจและภาคภูมิใจลึกๆ มุมปากหยักยกยิ้มกวนๆ ตามสไตล์ “ไงล่ะ... บอกแล้วว่ารอด” เพลิงเอ่ยเย้าแหย่ น้ำเสียงเจือความล้อเลียน “เก่งใช้ได้นี่สถาปนิกปากจัด นึกว่าจะสติแตกคอพับคาพวงมาลัยซะแล้ว” ปฐพีปรายตามองคนกวนประสาท แววตานิ่งสนิทในคราแรกไหววับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ มือหนายื่นออกไปคว้าขวดน้ำจากมืออีกฝ่าย แต่แทนที่จะรับเฉยๆปลายนิ้วแกร่งกลับจงใจสัมผัสกับฝ่ามือเนียนนุ่มนั้นแผ่วเบา และออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างโปร่งขยับเข้ามาประชิดตัวมากขึ้นจนแผ่นอกเกือบแนบติดกัน “ถ้าไม่ได้ ‘สายลุย’ อย่างนายมาช่วยสติไว้... ฉันคงหัวเสียจนพังออฟฟิศตัวเองไปแล้วมั้ง” ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวของผิวเนื้อ ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟสпарส์ขึ้นมาเงียบๆ เพลิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววับเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่กำลังจ้องลึกเข้ามา ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างตรึงร่างทั้งร่างไว้ให้อยู่กับที่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ยอมเชื่อฟัง เจ้าตัวอ้าปากทำท่าจะสวนกลับด้วยคำพูดคมๆ ตามฟอร์มเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งเสียงใดๆ ออกมา “พี่ปฐพีคะ! แย่แล้วค่ะ... ทางซัพพลายเออร์วัสดุโทรมาแจ้งด่วนเมื่อกี้ ว่าล็อตวัสดุหลักที่เราต้องใช้พรุ่งนี้... ถูกอายัดอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพราะติดปัญหาเอกสารภาษีค่ะ!” เสียงตะโกนลั่นของรินที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะ ทำเอาปฐพีและเพลิงผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาคมกริบของปฐพีฉายแววกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที ขณะที่เพลิงหันขวับไปมองหน้ารุ่นน้องร่วมทีมด้วยสีหน้าตื่นตะลึงไม่แพ้กัน (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้หมอกไม้ไผ่เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%