"หากเจ้ายับยั้งมือช้าไปอีกครึ่งลมหายใจ ซากศพของพวกมันย่อมไม่มีค่าแม้แต่จะให้สุนัขข้างทางเหลียวแล... แต่ก็นั่นแหละ แม่นางไป๋ ความใจร้อนไม่เคยสร้างเสริมราศีให้สตรีผู้สูงศักดิ์ดูงดงามขึ้นเลยแม้แต่น้อย"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของสุราหมักร้อยปีที่โชยปะทะสายลมราตรี หลี่มู่ไป๋นั่งพิงเสาไม้ผุกร่อนของโรงเตี๊ยมร้าง ปลายเท้าข้างหนึ่งไขว่ห้างกระดิกอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือไหเหล้าเคลือบดินเผาที่รอยแตกถูกยาด้วยชันสนั่นทุ่ง นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาปีกหมวกสานฟาง ทว่าประกายในดวงตากลับจับจ้องไปยังร่างระหงที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
ไป๋ลี่หลินมิได้หันกลับมามอง เขา นางยังคงยืนถือกระบี่น้ำแข็งอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากคมกระบี่จนหยาดน้ำค้างบนพื้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน
"หุบปากของเจ้าเสีย หลี่มู่ไป๋" เสียงของนางเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ "ร่องรอยพลังปราณโลหิตที่หลงเหลืออยู่เมื่อครู่ ไม่ใช่ฝีมือของโจรป่ากระจอกงอกง่อยอย่างที่พวกมันพยายามตบตา หากเป็นค่ายกลสะกดวิญญาณขั้นสูง... พวกมันจงใจทิ้งเหยื่อล่อไว้ เพื่อดึงดูดเราเข้าสู่กับดักในแดนรกร้างตะวันตก"
"อ้อ... เจ้าเองก็รู้ตัวทันสินะ นึกว่าแม่นางน้ำแข็งจะสนใจแต่การฝึกกระบี่จนลืมสังเกตว่าใต้หล้าใบนี้ยังมีเล่ห์กลสกปรกยิ่งกว่าน้ำโคลนเสียอีก" หลี่มู่ไป๋ยกไหเหล้าขึ้นซดอึกใหญ่ ของเหลวรสร้อนแรงไหลผ่านลำคอเรียกสีหน้าพึงใจจากชายหนุ่ม "แต่ถึงรู้ว่าเป็นกับดัก แล้วอย่างไรเล่า? ในเมื่อปมแค้นของการล้างสำนักหุบเขาเซียนสุริยันจันทราของเจ้า และหนี้เลือดของสำนักกระบี่เมฆาคลั่งของข้า ต่างก็ชี้เป้าไปที่ทิศตะวันตกด้วยกันทั้งสิ้น... เส้นทางเดียวกัน ใต้ฟ้าเดียวกัน เจ้าคิดว่าเรามีทางเลือกอื่นนอกจากเดินหน้าเข้าหาความตายหรือไร?"
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมร้างพลันตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหนาวหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างที่ผุพังราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณไร้ญาติ
ไป๋ลี่หลินค่อยๆ ลดกระบี่ลงช้าๆ นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ใบหน้ารูปสลักที่งดงามราวกับเทพเซียนปราศจากความรู้สึกใดๆ ทว่าดวงตากลับลึกล้ำยากหยั่งถึง นางจ้องมองรอยแผลเป็นจางๆ ที่พาดผ่านมุมปากของหลี่มู่ไป๋ ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ข้าไม่ได้เดินทางร่วมกับเจ้าเพราะความสมัครใจ... หลี่มู่ไป๋ เจ้าก็รู้ดีแก่ใจ"
"โธ่ พูดเช่นนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเซียนสุราเช่นข้าร้าวรานยิ่งนัก" หลี่มู่ไป๋แย้มยิ้มกวนประสาท ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งทว่าเปี่ยมด้วยมัดกล้ามเนื้อและพลังปราณที่ซ่อนเร้นดั่งเสือดาวรอตะครุบเหยื่อ "แต่เอาเถอะ ต่อให้เจ้าจะเกลียดข้าเข้าไส้ หรืออยากจะใช้กระบี่น้ำแข็งนั่นแทงทะลวงหัวใจข้าสักสบรอบ ความจริงที่ว่า... เจ้าต้องการ 'เบาะแส' ที่มีเพียงข้าผู้เดียวล่วงรู้ ก็ยังคงเป็นความจริงที่ดื้อรั้นที่สุดในยุทธภพอยู่ดี"
สตรีชุดขาวขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ปราณกระบี่รอบกายไหววูบรากับคลื่นใต้น้ำ นางรู้ว่าชายผู้นี้พูดความจริง ข้อมูลเกี่ยวกับพรรคอธรรมเงาโลหิตที่เคลื่อนไหวอยู่ในเขตแดนรกร้างตะวันตก มีเพียงอดีตศิษย์เอกสำนักกระบี่เมฆาคลั่งผู้รอดชีวิตคนนี้เท่านั้นที่กุมกุญแจสำคัญไว้
"จำไว้... หากเจ้ากล้าชักช้าหรือเมามายจนเสียเรื่อง ข้าจะเป็นคนแรกที่ตัดหัวฉายา 'เซียนสุราบ้ากระบี่' ของเจ้ามาประดับไว้ที่ปากทางเข้าแดนรกร้าง" ไป๋ลี่หลินกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ก่อนจะพลิ้วกายทะยานออกจากหน้าต่างโรงเตี๊ยมหายลับไปในความมืดราตรีดั่งภูตผีสีเงิน
หลี่มู่ไป๋หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาทอดมองตามเงาร่างนั้นไป รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่คมกราบและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งจิตใจ
"ปากคอเราะร้ายเช่นนี้ ระวังตัวเถอะ... สักวันเจ้าอาจจะตกหลุมรักรอยยิ้มของคนขี้เมาอย่างข้าเข้าจริงๆ"
ชายหนุ่มพึมพำกับความว่างเปล่า ก่อนจะกระชับงาช้างฝักกระบี่ที่สะพายอยู่ด้านหลัง แล้วทะยานร่างตามไปติดๆ ดั่งสายลมไร้เงา
การเดินทางสู่แดนรกร้างตะวันตกดินแดนแห่งความตายและอาคมโบราณได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เบื้องหน้าคือทะเลทรายสีเลือดที่กว้างใหญ่ไพศาลและเต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ามหันตภัยธรรมชาติ กลับไม่ใช่กองกำลังของพรรคอธรรมเงาโลหิตที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด...
ในขณะที่ทั้งสองกำลังควบม้าฝ่าความมืดลึกเข้าไปในเขตแดนรกร้าง ทันใดนั้น ไป๋ลี่หลินที่ควบนำอยู่เบื้องหน้าก็หยุดชะงักฝีเท้าม้ากะทันหัน ร่างระหงดีดตัวลอยขึ้นสู่อากาศพร้อมกับชักกระบี่น้ำแข็งออกครึ่งเล่ม!
หลี่มู่ไป๋หรี่ตาลงทันที สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แหลมคมพุ่งตรงมาจากผืนทรายเบื้องล่าง ร่างนับร้อยพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นทรายราวกับห่าฝน ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งสองต้องสะท้านเฮือก มิใช่จำนวนของศัตรู... แต่เป็นเงาร่างมหึมาที่ยืนตระหง่านอยู่บนเนินทรายไกลออกไป ซึ่งกำลังถือ 'ป้ายวิญญาณ' ประจำสำนักเก่าแก่ที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ร้อยปีก่อน!
เซียนสุราท้าทายฟ้า กับนางพญาโลหิตน้ำแข็ง•ตอนที่ 3
เส้นทางเดียวกันใต้ฟ้าเดียวกัน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราท้าทายฟ้า กับนางพญาโลหิตน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!