“อย่าเปิดมันนะติน ถ้ากลัวคำตอบที่เห็นแล้วจะนอนไม่หลับไปตลอดชีวิต”
เสียงของมินยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทเหมือนเสียงไซเรนที่เตือนภัย ตินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเกียร์ กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟเย็นที่เจ้าตัวชอบวางทิ้งไว้กลายเป็นกลิ่นจำเพาะที่เขารู้สึกโหยหาอย่างประหลาด หัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบจะได้ยินเสียงมันกระทบกับผนังอก สถาปนิกหนุ่มผู้รักความเป๊ะและทุกอย่างต้องมีแบบแปลนรองรับอย่างเขา กำลังเผชิญกับสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้มากที่สุด... ความลับของคนที่เขาเผลอใจไปให้
ตินสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะที่ลิ้นชักชั้นที่สองของโต๊ะวิศวกรหนุ่มลิ้นชักที่เขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้แตะต้อง เพราะเกียร์มักจะอ้างว่ามันคือ ‘อาณาจักรส่วนตัวที่รกเกินกว่าใครจะมองเห็น’
*แกร๊ก*
เสียงกลอนปลดล็อกฟังดูเหมือนเสียงระเบิดในห้องที่เงียบเชียบ ตินเปิดมันออกช้าๆ สิ่งที่เห็นไม่ใช่พิมพ์เขียวโครงการใหม่ หรือความลับทางธุรกิจอย่างที่มินพยายามปั่นหัว แต่เป็นแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มที่คุ้นตา... มันคือแฟ้มเอกสารการเบิกงบชุดแบบจำลองสถาปัตย์ที่เพิ่งถูกปิดโปรเจกต์ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และชื่อที่เซ็นอนุมัติกำกับอยู่ตรงช่องสุดท้ายไม่ใช่ชื่อผู้จัดการโครงการ แต่เป็นชื่อที่ตินไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองที่สุด
“นั่นมันชื่อ... พี่เก่ง?” ตินพึมพำ ดวงตาเบิกกว้าง พี่เก่งคืออดีตหัวหน้าแผนกที่ลาออกไปอย่างมีมลทินเรื่องการทุจริตเมื่อสองปีก่อน
ทำไมชื่อของคนคนนั้นถึงมาอยู่ในระบบหลังบ้านของเกียร์ได้?
ตินพลิกกระดาษแผ่นถัดไป ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วไขสันหลัง ในแฟ้มไม่ได้มีแค่เอกสารการเงิน แต่มีรูปถ่ายใบเสร็จของร้านวัสดุก่อสร้างที่ปิดตัวลงไปแล้ว และรอยปากกาแดงที่ตวัดเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของเกียร์ที่เขาจำได้แม่น... *‘แผนการที่ผิดพลาด... ต้องเริ่มต้นใหม่จากจุดที่พังลงมา’*
ความโหยหาที่มีให้เกียร์ในตอนแรกเริ่มถูกความระแวงกัดกิน ตินไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้ต้องการให้คนรัก (ในสถานะที่ไม่ชัดเจน) กลายเป็นตัวละครในเงาที่เขามองไม่เห็น เขาต้องการแค่แบบแปลนความรักที่เรียบง่าย แต่ชีวิตวิศวกรของเกียร์ดูเหมือนจะเป็นโครงสร้างที่เต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนไว้ใต้คอนกรีตเสริมเหล็ก
“ทำไมถึงไม่บอกกันตรงๆ นะเกียร์... ทำไมต้องให้คนอื่นมาบอกให้ฉันเปิดดูด้วยตัวเอง”
ตินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของเกียร์ ความรู้สึกอ้างว้างจู่โจมจนขอบตาร้อนผ่าว เขาคิดถึงเกียร์... คิดถึงท่าทางกวนประสาทที่ชอบเข้ามาป่วนตอนเขากำลังสเก็ตช์งาน คิดถึงสัมผัสอุ่นๆ ที่ไหล่เวลาเกียร์โน้มตัวมาตรวจแบบ คิดถึงทุกอย่างที่เกียร์เป็น แต่ในวินาทีนี้ ทุกความทรงจำเหล่านั้นกลับดูเหมือนภาพวาดที่กำลังถูกลบเลือนด้วยความสงสัย
เขากำลังจะปิดลิ้นชัก แต่สายตาเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มเล็กที่สอดอยู่ใต้แฟ้ม ตินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมา หน้ากระดาษแต่ละหน้าเต็มไปด้วยสูตรคำนวณโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่สิ่งที่แทรกอยู่ระหว่างหน้ากระดาษคือใบเสร็จเล็กๆ ใบหนึ่ง... ใบเสร็จค่าตั๋วหนังที่ดูเมื่อเดือนก่อน วันที่เขาและเกียร์ทะเลาะกันเรื่องความเห็นไม่ตรงกันในโครงการ
ตินพลิกดูด้านหลังใบเสร็จ มีข้อความเขียนไว้ด้วยลายมือที่ต่างจากลายมือหยาบๆ บนเอกสารงาน
*‘วันนี้ตินโกรธอีกแล้ว เพราะฉันไม่ยอมบอกความจริง แต่ถ้าบอกออกไป ตินจะยังมองหน้าคนที่ทำลายความฝันของเขาได้อย่างเต็มตาหรือเปล่า... ความลับนี้มันเป็นภาระ แต่ฉันก็ปล่อยให้มันหายไปไม่ได้จริงๆ’*
หัวใจของตินเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความโกรธเคืองที่ตั้งใจจะใช้ต้อนรับเกียร์ในตอนเย็นมลายหายไป เหลือเพียงความสับสนที่ปวดร้าว เขารู้แล้วว่าเกียร์ไม่ได้กำลังหักหลังเขา แต่วิศวกรปากแข็งคนนี้กำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้เพียงลำพังเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง... หรืออาจจะเป็นการปกป้อง ‘ตัวเขา’
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาในห้องทำงานรวม ทำให้ตินสะดุ้งสุดตัว เขาปิดลิ้นชักลงอย่างรวดเร็วและแสร้งทำเป็นหยิบดินสอขึ้นมาวางบนโต๊ะ หัวใจเขาเต้นรัวราวกับกลองรบเมื่อเห็นเงาของใครบางคนทาบทับลงบนบานประตู
“ติน? ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก”
น้ำเสียงคุ้นเคยที่ฟังดูเหนื่อยล้าดังขึ้น เกียร์ยืนพิงกรอบประตู แววตาของวิศวกรหนุ่มดูอ่อนแรงและมีร่องรอยของความกังวลที่ปิดไม่มิด สายตาของเกียร์กวาดมองไปที่โต๊ะของตัวเองก่อนจะหยุดชะงักที่ลิ้นชักชั้นที่สอง ซึ่งตอนนี้มันปิดไม่สนิทดีนัก
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศจนน่าอึดอัด เกียร์หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาตินโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ปะทะเข้าที่ปลายจมูกของตินจนเขาใจสั่น
“ดูอะไรอยู่หรือเปล่า... หืม?” เกียร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้กวนประสาทอย่างที่เคย แต่มันแหบพร่าและสั่นไหวอย่างน่าประหลาด “บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับตรงนี้... เพราะถ้าสิ่งที่อยู่ในนั้นมันเปลี่ยนความรู้สึกที่ตินมีต่อฉันไปเลยล่ะ... ตินยังจะอยากรู้ความจริงอยู่ไหม?”
ตินมองลึกเข้าไปในดวงตาของเกียร์ ที่นั่นไม่มีความลับที่น่ากลัว... มีเพียงความอ่อนแอที่เกียร์พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าวมาตลอด และก่อนที่ตินจะได้โต้ตอบอะไรไป มือแกร่งของเกียร์ก็เอื้อมมาดึงลิ้นชักนั้นออกกว้างอีกครั้ง ก่อนจะคว้าสมุดบันทึกที่ตินเพิ่งวางลงไปขึ้นมา
“ถ้าอยากรู้มากนัก...” เกียร์แค่นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “งั้นก็ดูให้จบเลยดีกว่า ว่าทำไมฉันถึงยอมเป็นคนเลวในสายตาของติน... เพียงเพื่อจะรักษาตำแหน่งนี้ไว้ให้เธอ”
เกียร์เปิดสมุดบันทึกไปที่หน้าสุดท้าย หน้าที่เต็มไปด้วยชื่อของคนกลุ่มหนึ่งที่ตินรู้จักดี... ชื่อของ ‘ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท’ ที่มีมลทินเรื่องการคอร์รัปชันโครงการเดียวกับพี่เก่ง และรอยจารึกข้างชื่อเหล่านั้น คือหลักฐานการโอนเงินที่ระบุชื่อผู้รับปลายทางเป็นชื่อของ... *‘วิน’* เพื่อนสนิทที่สุดของตินเอง
พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าคุณรี้ดจะยังไม่ใจสลายไปกับความลับนี้ เพราะความจริงที่ชวนอึ้งกำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ!
Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก•ตอนที่ 31
คิดถึงแต่ทำอะไรไม่ได้
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint of Love: แบบแปลนนี้มีไว้ให้เธอรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!