กระดาษแผ่นหนึ่งร่อนลงปะทะสันจมูกโด่งรั้นเข้าอย่างจัง ไม่เบาไม่แรง แต่พอดีที่จะทำให้ความอดทนของรินรดาที่สะสมมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่สตูดิโอทรงดิบปูนเปลือยแห่งนี้ระเบิดเปรี๊ยะขึ้นมาในสมอง
"นี่คุณ!"
เสียงหวานตวาดแว้ดทันที มือเรียวคว้ากระดาษแผ่นนั้นออกจากหน้าอกตัวเองด้วยความฉุนเฉียว ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงโปรดของตากล้องหนุ่มชื่อดังระดับโลกที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
ธีร์ธัชปรายตามองเธอราวกับเธอกำลังโวยวายใส่ก้อนหินริมทาง เขายังคงรักษามาดนิ่งขรึมและแววตาดุจพญาอินทรีที่มองเหยื่อได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
"อ่านซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจส่งเธอกลับไปนอนตากยุงที่กองบรรณาธิการ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้รินรดากัดฟันกรอดด้วยความเคืองแค้น
หญิงสาวก้มลงมองกระดาษในมือ หัวข้อด้านบนเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังว่า *'กฎเหล็กสำหรับการใช้ชีวิตร่วมใต้ชายคาเดียวกับช่างภาพมือหนึ่ง'* ด้านล่างแบ่งออกเป็นข้อๆ อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับคู่มือทหารเกณฑ์
ข้อแรก... ห้ามแตะต้องกล้อง เลนส์ หรืออุปกรณ์ในห้องทำงานของเขาโดยเด็ดขาด แม้แต่ฝุ่นก็ห้ามปัดเองถ้าเขาไม่อนุญาต
ข้อสอง... เวลาทำงานคือความเงียบ ห้ามส่งเสียงน่ารำคาญ ห้ามเดินลงน้ำหนักเท้าเสียงดัง และห้ามถามคำถามโง่ๆ ระหว่างที่เขากำลังสมาธิหลุดลอย
ข้อสาม... ในพื้นที่ส่วนกลาง ใครตื่นก่อนมีสิทธิ์ใช้ครัวก่อน แต่ถ้าเขาอยู่ กาแฟของเขาต้องชงแบบที่เขากำหนดเท่านั้น ห้ามดัดแปลงสูตรเด็ดขาด
รินรดาไล่สายตาอ่านจนครบสามข้อแล้วแทบอยากจะขยำกระดาษแผ่นนั้นแล้วปาใส่หน้าหล่อๆ ของคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอมาเป็นนักข่าวสาวภาคสนามเพื่อทำสารคดีเจาะลึกชีวิตเขา หรือมาเป็นทาสรับใช้ในเรือนเบี้ยกันแน่!
"นี่คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครคะ?" รินรดาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความเหลืออด แรงอารมณ์ทำให้ความกลัวที่เคยมีต่อตากล้องจอมเฮี้ยบมลายหายไปจนหมดสิ้น "ฉันมาทำข่าว ไม่ได้มาสมัครเป็นแม่บ้าน หรือถ้าคุณขาดคนกวาดบ้านนัก ทำไมไม่ประกาศรับสมัครในเพจแม่บ้านออนไลน์ไปเลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมาออกคำสั่งบ้าๆ กับเพื่อนร่วมงานแบบนี้!"
ธีร์ธัชไม่ถอยหลังหนี เขากลับเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอเสียเอง ความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของเขาทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง และนั่นทำให้เธอรู้ตัวว่า... เผลอยืนใกล้เขาเกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ
ดวงตาคมกริบก้มลงมองหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าเขาเกือบเท่าตัว ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างท้าทาย
"เพื่อนร่วมงานเหรอ?" ธีร์ธัชทวนคำ เสียงทุ้มต่ำนั้นดังอยู่ใกล้ใบหูของเธอจนขนลุกซู่ "สำหรับคนอื่นอาจจะใช่ แต่สำหรับเธอ... รินรดา คนที่ทำเลนส์ราคาแปดหลักของฉันเป็นรอยข่วนเมื่อปีมะเร็งก่อน เธอยังมีหน้ามาเรียกว่าเพื่อนร่วมงานอีกงั้นเหรอ?"
"เรื่องนั้นมันอุบัติเหตุต่างหากเล่า!" เธอเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาประจาน "วันนั้นลมมันแรงแล้วคุณก็ยืนเกะกะเองต่างหาก!"
"เถียงคำไม่ตกฟาก สมแล้วที่เป็นนักข่าวสายสืบสวนสวนกระแส" ธีร์ธัชแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกวาดมองตั้งแต่เรือนร่างระหง ปลายจมูกรั้น ไปจนถึงริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเคือง "ถ้าไม่อยากทำตามกฎสามข้อนี้ เธอก็เชิญแบกกระเป๋าแล้วเดินออกไปทางประตูนั้นได้เลยนะ ฉันไม่ได้บังคับ"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงักกึก เธอเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิด ขืนเธอยอมแพ้แล้วเดินกลับไปตอนนี้ บรรณาธิการจอมเคี่ยวคงได้ฉีกอกเธอเป็นชิ้นๆ ข้อหาทำภารกิจสำคัญพังไม่เป็นท่า แถมยังเสียหน้าให้กับตากล้องปากร้ายคนนี้ไปตลอดชีวิตอีกด้วย ไม่มีทาง! เธอไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เสียด้วยสิ
"ก็ได้ค่ะ!" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดื้อรั้นฉายชัดความท้าทายชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร "กฎสามข้อบ้าบออะไรนั่น ฉันจำได้ขึ้นใจแล้วค่ะ และรับรองว่าฉันจะไม่ทำตัวเป็นภาระให้คุณต้องปวดหัวแน่นอน... แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าถ้าหมดสัญญาทำข่าวนี้เมื่อไหร่ ฉันจะเขียนแฉพฤติกรรมเผด็จการของคุณลงหน้าหนึ่งให้คนทั้งประเทศได้รู้เลยคอยดู!"
ธีร์ธัชหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขาดูพึงพอใจกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ยิ่งเธอพยศมากเท่าไหร่ ประสาทสัมผัสที่ด้านชาจากการอยู่หลังเลนส์มานานนับปีของเขาก็ยิ่งถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัวมากขึ้นเท่านั้น
"ปากเก่งใช้ได้นี่..." เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ยอมถอยหลัง เธอยืนหยัดสบตาเขา นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความแข็งกร้าว "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ รินรดา... คนปากเก่งแบบเธอเนี่ย มักจะแพ้ทางคนอย่างฉันเป็นประจำ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยดังฮัมเบาๆ กลับเงียบเชียบลงในฉับพลัน ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาให้ความรู้สึกทั้งคุกคามและสั่นคลอนหัวใจในเวลาเดียวกัน เธอกำหมัดแน่นพยายามดึงสติกลับมา แต่สายตาคมกริบที่มองลึกลงมาในดวงตาของเธอนั้นกลับทำให้สมองขาวโพลนไปหมด
ติ๊งหน่อง!
เสียงกริ่งหน้าประตูสตูดิโอดังขึ้นทำลายความเงียบงันและมนต์สะกดประหลาดระหว่างคนทั้งคู่ลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ธีร์ธัชผละตัวออกช้าๆ อย่างเสียดายเล็กน้อย ขณะที่รินรดารีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา
ตากล้องหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินไปที่ประตูเพื่อดูว่าใครคือแขกผู้มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ รินรดายืนลูบแขนตัวเองที่ขนลุกชันพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหันไปมองตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังหมุนลูกบิดประตู
แอด...
ประตูบานใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นร่างชุบแป้งทอดของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมชื่อดัง ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกำลังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้เจ้าของบ้าน
"พี่ธีร์คะ... พอดีแ나คิดถึงก็เลยแวะมาหา ดึกดื่นแบบนี้พี่ธีร์คงยังไม่นอนนะคะ..."
น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำเอารินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง แต่ทว่า... เมื่อธีร์ธัชหันกลับมาสบตากับเธออีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระอาปนกังวล รินรดาก็พลانฉุกคิดขึ้นได้ทันทีว่า... เรื่องสนุก (และปวดหัว) กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้วล่ะค่ะ
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เหมยฮวาแรกแย้ม
เลนส์ร้ายที่รัก: กับดักหัวใจของนายช่างภาพขี้วีน•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ห้ามแหก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลนส์ร้ายที่รัก: กับดักหัวใจของนายช่างภาพขี้วีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
