พลิกกระดานชีวิตใหม่ ในวันที่ลมหนาวหวนคืน•ตอนที่ 1

หวนคืนสู่จุดเริ่มต้น

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“ถ้าเจ้าไม่อยากให้ลูกสาวไร้ค่าคนนี้ตายคากระท่อม ก็จงไสหัวไปหาเงินมาให้ข้าเพิ่มอีกห้าหยวนเสีย!” เสียงแหลมสูงของจางฮุ่ยหลันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ราวกับมีเข็มเย็นเยียบทิ่มแทงลงบนแผลฉกรรจ์กลางอก หลินเยว่สะดุ้งเฮือก ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงพลันกระตุกขึ้นอย่างรุนแรง ภาพสุดท้ายก่อนวาระสุดท้ายคือความมืดมิดที่โอบล้อม พร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยันของคนที่เธอเคยเรียกว่า ‘แม่สามี’ ที่ยืนมองเธอสิ้นใจบนเตียงไม้ผุๆ โดยไม่แม้แต่จะยื่นมือมาช่วย แต่ทว่า... กลิ่นอับชื้นของฟางเก่า กลิ่นดินหลังฝน และไอเย็นของลมหนาวที่ซึมผ่านรอยแตกของผนังไม้กลับปลุกเร้าประสาทสัมผัสของเธอให้ตื่นเต็มตา หลินเยว่ลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยหม่นแสงเต็มไปด้วยความมึนงง เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจมีดโกนในชั่วพริบตา เธอไม่ได้ตาย... เธอไม่ได้อยู่ที่คุกมืดนั่น แต่เธอกลับมาอยู่ที่กระท่อมไม้หลังเล็กในหมู่บ้านชายป่าแห่งนี้ สถานที่ที่เธอเคยถูกจางฮุ่ยหลันกดขี่และรีดไถจนหมดตัวในวันวาน “นังตัวดี! หูหนวกหรืออย่างไร!” ฝ่ามือหยาบกร้านของหญิงชราพุ่งเข้ามาหมายจะตบเข้าที่ใบหน้าของเธอ แต่หลินเยว่กลับคว้าข้อมือของแม่สามีไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือของเธอนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยโทสะที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน จางฮุ่ยหลันเบิกตากว้าง ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย “แก... แกกล้าจับมือข้าหรือ!” หลินเยว่ขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอ่อนโยนจนน่าขนลุก “ท่านแม่ ท่านเพิ่งพูดเองไม่ใช่หรือว่าข้าคือลูกสาวที่ไร้ค่า แล้วลูกสาวที่ไร้ค่าคนนี้ ก็อาจจะไม่มีอะไรให้ท่านรีดไถได้อีกแล้วนะคะ” เธอสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี จางฮุ่ยหลันเซถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแผดเสียงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่หลินเยว่กลับไม่สนใจ หญิงสาวลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดจากร่างกายที่ซูบผอมรุมเร้า แต่ทว่า ในส่วนลึกของจิตใจ เธอกลับรู้สึกถึง ‘มิติลับ’ ที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเธอ มันคือพื้นที่แห่งความมั่งคั่งที่เธอสั่งสมมาในอนาคตก่อนจะย้อนเวลากลับมาที่นี่ หลินเยว่เดินผ่านร่างของหญิงชราไปที่หน้าต่างไม้ที่ชำรุด เธอหยิบมีดทำครัวขึ้นมาด้วยความนิ่งสงบ ก่อนจะหั่นหัวไชเท้าที่วางอยู่บนแคร่ไม้ เสียงคมมีดกระทบเขียงสม่ำเสมอเป็นจังหวะ ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งการหวนคืน “ท่านแม่คะ” หลินเยว่เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง “ถ้าท่านยังไม่หยุดส่งเสียงหนวกหู ข้าเกรงว่าข้าวต้มมื้อนี้... อาจจะมีส่วนผสมที่ทำให้ท่านต้องปวดท้องไปอีกนานนะคะ” จางฮุ่ยหลันหยุดกึก ความเย็นเยือกจากแววตาของลูกสะใภ้ที่ไม่เหมือนเดิมทำให้หญิงชราขยาดจนพูดไม่ออก นางหันหลังกลับเดินกระทืบเท้าออกจากกระท่อมไปโดยไม่กล้าหันกลับมามองอีกเลย เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินเยว่จึงได้สติ เธอนั่งลงกับพื้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นไอของเครื่องเทศและพืชผักจากมิติพิเศษเริ่มลอยกรุ่นออกมา ความทรงจำที่สับสนเริ่มกระจ่างชัด เธอได้โอกาสที่สองแล้ว โอกาสในการแก้ไขกระดานชีวิตที่เคยพังทลายด้วยน้ำมือของคนใกล้ตัว ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของทหารหนุ่มก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ‘จ้าวเหวินหลง’ ชายผู้เป็นสามีของเธอ ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นฝนที่ติดตัวมาด้วย ใบหน้าคมเข้มที่ดูเคร่งขรึมนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของความอ่อนล้า แต่เมื่อสายตาของเขาประสานกับหลินเยว่ แววตาของเขากลับไหววูบด้วยความห่วงหาที่พยายามปิดบังไว้ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เขาถามเสียงต่ำ ไม่มีความอ่อนหวาน แต่มีความหมายแฝงที่เธออ่านออกเสมอ หลินเยว่เงยหน้ามองชายผู้เป็นที่พึ่งเดียวในชีวิตที่เธอเคยผลักไส เธอรู้ดีว่าจ้าวเหวินหลงมีลับลมคมใน แต่คราวนี้... เธอจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเขาไปจากเธออีก เธอเดินเข้าไปหาเขา กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำซุปตุ๋นกระดูกหมูที่แอบปรุงจากวัตถุดิบในมิติพิเศษเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องเล็กๆ กลิ่นหอมที่ชวนให้กระเพาะอาหารร่ำร้อง นี่คือกลิ่นที่ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้เคยได้รับสัมผัส “ข้าสบายดีค่ะ” เธอตอบพลางยื่นถ้วยน้ำซุปที่มีไอน้ำกรุ่นให้เขา “ท่านคงเหนื่อยมามาก ทานนี่ก่อนเถอะนะคะ... ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่ปล่อยให้ชีวิตเราต้องตกต่ำเพราะคำพูดของคนอื่นอีกแล้ว” จ้าวเหวินหลงมองถ้วยในมือด้วยความฉงน นี่ไม่ใช่หลินเยว่คนที่เขารู้จัก... แววตาของเธอเปลี่ยนไป ราวกับคนละคน แต่สิ่งที่ทำให้เขาใจสั่นยิ่งกว่าคือ เมื่อเขารับถ้วยมา กลิ่นอาหารนั้นกลับหอมตลบอบอวลจนดูผิดปกติเกินกว่าจะเป็นเพียงซุปหัวไชเท้าธรรมดา ทว่า ในขณะที่จ้าวเหวินหลงกำลังจะยกถ้วยขึ้นดื่ม ประตูไม้กระท่อมก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด มือของใครบางคนฉวยโอกาสคว้าถ้วยซุปจากมือเขาไปเสียก่อน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่คุ้นเคย “ของดีขนาดนี้... จะให้ไอ้หนุ่มปากหนักกินหมดได้อย่างไรกัน เล่าเรื่องราวดีๆ ให้ข้าฟังบ้างสิ หลินเยว่... เจ้าไปเอา ‘ของล้ำค่า’ พวกนี้มาจากที่ใดในกระท่อมผุๆ หลังนี้กัน!” หลินเยว่หันขวับไปมองผู้มาเยือน สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นทันทีเมื่อเห็นคนผู้นั้น—ชายหนุ่มผู้เป็นคู่ปรับเก่าที่ควรกำลังรับโทษอยู่ในคุกหลวง—เขายืนยิ้มอยู่ที่หน้าประตู มือถือจดหมายประทับตราลับที่เธอจำได้แม่นว่ามันคือตราของศัตรูที่เคยทำลายชีวิตเธอในชาติก่อน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกกระดานชีวิตใหม่ ในวันที่ลมหนาวหวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%