สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 1

กลิ่นหอมลอยโชยในห้องครัวเก่า

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงฟาดไม้กวาดลงกับพื้นดินดัง *'ป้าบ'* จนฝุ่นคลุ้งกระจาย ไม่ใช่สัญญาณของการทำความสะอาด แต่เป็นเจตนาข่มขู่ที่ส่งตรงมาถึงหน้าประตูห้องครัวเก่าทรุดโทรมหลังนี้ "หลี่จูหลัน! นังตัวดี! แกคิดจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน? แดดออกแยงก้นจนถึงเที่ยงแล้ว เสบียงในบ้านไม่ได้งอกเงยออกมาจากอากาศ น้ำท่าไม่ตัก ฟืนไม่ผ่า แกยังหน้าด้านนอนอยู่ได้!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ซ่งดังทะลุกรอบประตูไม้ผุๆ เข้ามา ขัดจังหวะการหายใจเข้าออกของหญิงสาวที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงไม้แข็งกระด้าง หลี่จูหลันขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำวุ่นวายสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก เชฟสาวมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้ครองดาวมิชลินสามดวงซ้อนจากภัตตาคารหรู พบว่าตัวเองได้ 'ทะลุมิติ' เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันในยุค 70 ยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต้องใช้คูปองแลกอาหาร และที่แย่ที่สุดคือ ร่างนี้เพิ่งถูกบังคับให้แต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลเฉินเพื่อเป็น ‘นางบำเรอแรงงาน’ ให้ญาติสามีสูบเลือดสูบเนื้อ! จูหลันแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาเรียวคมฉายแววเยียบเย็นจนน่ากลัว *หึ... เพิ่งตื่นมาก็เจอพวกปลิงดูดเลือดมารายงานตัวเลยสินะ* นางยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายนี้จะผอมแห้งแรงน้อยจากการอดอยาก แต่กระดูกและโครงสร้างยังคงความสง่างาม ดวงตาคู่สวยกราดมองรอบห้องครัวคับแคบที่มีเพียงเตาถ่านเก่าๆ หม้อดินร้าวๆ หนึ่งใบ และหัวไชเท้ามอมแมมสองหัวเหี่ยวๆ วางอยู่บนโต๊ะไม้โยเย เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงาเก้งก้างที่โผล่พ้นประตู ป้าสะใภ้ซ่งเดินเข้ามามือเท้าสะเอว สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง นางกวาดสายตามองจูหลันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น "ลุกขึ้นมาก็ดีแล้ว! วันนี้แกต้องไปขนฟืนหลังเขามาสสามหาบ ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะได้กินข้าวเย็น แม้แต่เศษแป้งต้มก็ไม่มีให้แกกลืนลงท้องหรอก นังสะใภ้ไร้ประโยชน์!" จูหลันไม่ตอบคำถาม นางเดินผ่านร่างของป้าสะใภ้ซ่งไปราวดังธาตุอากาศ ความนิ่งสงบของหญิงสาวทำให้ป้าสะใภ้ชะงักไปชั่วขณะ นางอ้าปากเตรียมจะด่าทอต่อ แต่ต้องชะงักกึกเมื่อจูหลันเอื้อมมือไปหยิบ ‘กระดูกหมูชิ้นโต’ ที่ซ่อนไว้ใต้เข่งผักเก่า (ซึ่งเป็นเสบียงก้นครัวชิ้นสุดท้ายที่เจ้าของร่างเดิมแอบซ่อนไว้ก่อนตาย) ออกมาวางบนเขียง กลิ่นอายความกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว "เจ้าว่าใครไร้ประโยชน์นะ ป้าสะใภ้ซ่ง?" จูหลันเอמהเสียงเรียบ ทว่ากังวานและเฉียบคมจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก "แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน! อยากลองดีกับไม้เรียวในมือฉันใช่ไหม!" ป้าสะใภ้ซ่งหน้าดำคร่ำเครียด ยกไม้กวาดขึ้นทำท่าจะฟาด จูหลันหันขวับ ดวงตาดุจพญานغจ้องเขม็งจนป้าสะใภ้ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ นางยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย มีแต่ความเยือกเย็นของเชฟผู้ถือมีดแล่เนื้อ "ถ้าท่านกล้าเอาไม้กวาดสกปรกนั่นมาโดนตัวฉันแม้แต่นินเดียว ข้าจะทำให้ตระกูลซ่งของท่านไม่มีหน้าไปสู้หน้าใครในหมู่บ้านนี้อีกเลย ลองดูไหมล่ะว่าความลับเรื่องที่ลูกชายท่านแอบขโมยแป้งสหกรณ์มาซ่อนไว้ที่บ้านหลังหลัง จะแพร่งพรายไปถึงหูหัวหน้าคอมมูนเมื่อไหร่ดี?" "แก...! นัง... นังสารเลว!" ป้าสะใภ้ซ่งหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ร่างอวบอ้วนสั่นเทาด้วยความโกรธปนหวาดกลัว นางไม่คิดว่านังเด็กเงียบๆ คนนี้จะกล้าหักหน้าและงัดหลักฐานลับมาขู่ตนได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ "ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ก็กรุณาไสหัวออกไปจากครัวของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเอาเรื่องนี้ไปประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านฟังตอนนี้เลย" จูหลันกล่าวเสียงเฉียบขาด พร้อมกับตวัดมีดสับกระดูกเล่มเก่าลงบนเขียงดัง *'ฉับ'* จนป้าสะใภ้ซ่งสะดุ้งสุดตัว รีบถอยหลังกรูดออกไปจากห้องครัวอย่างหัวซุกหัวซุน พร้อมกับเสียงสบถด่าทอไล่หลังที่เบาหวิวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อความวุ่นวายหายไป ห้องครัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จูหลันผ่อนลมหายใจยาว นางมองกระดูกหมูชิ้นโตในมือ แม้จะมีเนื้อติดอยู่ไม่มาก แต่สำหรับยุคที่ขาดแคลนอาหารเช่นนี้ นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะกอบกู้พลังชีวิตของนางในเวลานี้ "ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสข้าได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง อาหารมื้อแรกในยุค 70 นี้ จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน" เชฟสาวพึมพำกับตัวเอง นางจัดการก่อไฟในเตาถ่านเก่าๆ เสียงถ่านปะทุ *'เปรี๊ยะป๊ะ'* พร้อมกับควันไฟสีขาวโพลนที่ลอยอวลไปทั่วห้องครัว นางล้างกระดูกหมูสะอาด นำลงไปลวกในน้ำเดือดเพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นจึงเตรียมสมุนไพรจีนพื้นบ้านที่พบในตะกร้าเก่า เช่น เก๋ากี้แห้ง รากตังกุย และขิงแก่ฝานบางๆ กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรเริ่มโชยตีขึ้นมาปะทะจมูกทันทีที่น้ำในหม้อดินเดือดพล่าน เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เริ่มซึมซาบเข้ากัน ทำให้บรรยากาศในห้องครัวที่เคยหม่นหมอง กลับอบอวลไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด จูหลันนวดแป้งสาลีด้วยมือเปล่า แป้งถูกรีดจนบางเฉียบและตัดเป็นเส้นบะหมี่สีเหลืองนวลด้วยฝีมือที่คล่องแคล่วและงดงาม นางหย่อนเส้นบะหมี่ลงในน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้นที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พลันกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจนี้ก็เริ่มลอยฟุ้งทะลุกรอบประตูออกไปตามสายลม ยั่วยวนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนสูดดม ในขณะที่จูหลันกำลังตักบะหมี่ร้อนๆ ลงชามดินเผา พร้อมโรยต้นหอมซอยเพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ พลันนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ไม่ใช่เสียงเดินย่ำดินโคลนแบบชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นฝีเท้าที่มั่นคง หนักแน่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นระเบียบวินัย ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวเข้มของนายแพทย์ทหารก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูห้องครัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม กวาดมองเข้ามาภายในห้อง ก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะได้กลิ่นหอมอันล้ำเลิศนั้น เฉินอี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามองภรรยาแต่งงานใหม่ที่เขานึกรังเกียจในคราแรก กำลังยืนถือตะเกียบด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับนางพญาในภัตตาคาร มากกว่าจะเป็นสะใภ้ตกยากในชนบท จูหลันเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหน้าตายที่เพิ่งกลับจากการเข้าเวรข้ามคืน ทั้งคู่ประสานสายตากันนิ่งท่ามกลางไอน้ำร้อนกรุ่นที่ลอยขึ้นมาจากชามบะหมี่ และก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ถูกถีบจนเปิดผางเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของหัวหน้าตระกูลเฉินที่พ่วงด้วยญาติผู้พี่จอมหาเรื่อง ที่บุกเข้ามาพร้อมกับหมายจะพังครัวของนางให้ราบคาบในทันที! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปชิมความอร่อยและความแซ่บในยุค 70 ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%