"ฉันไม่เห็นด้วยที่เธอจะหอบหม้อตุ๋นยาจีนเข้าเมืองหลวงไปให้พวกขุนนางตัณหากลับลิ้มลอง!"
เสียงทุบโต๊ะไม้สนลั่นเอี๊ยดดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องครัว ท่าทางกระฟัดกระเฟียดของนางทำเอาไอน้ำที่กำลังพวยพุ่งจากหม้อดินเผาใบเก่าถึงกับสะดุด หลี่จูหลันไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นางยังคงใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปเคี่ยวสมุนไพรโสมตังกุยและเก๋ากี้อย่างใจเย็น กลิ่นหอมหวานละมุนลอยตลบอบอวลตัดกับความตึงเครียดในอากาศได้อย่างน่าประหลาด
"ถ้าการเอาสมุนไพรบ้านๆ ไปต้มให้คนใหญ่คนโตกินแล้วได้กำไรกลับมาสร้างโรงเรือนเพาะปลูกให้ชาวบ้าน ป้าใหญ่คิดว่ามันน่าอับอายขายหน้าตรงไหนครับ... หรือว่ากลัวว่าตระกูลหลี่ของเราจะลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินก้นถุงของบ้านสามuล่ะ?"
จูหลันตักน้ำซุปคำเล็กๆ เป่าเบาๆ แล้วชิมรสชาติด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่ที่มักจะหวังดีประสงค์ร้ายอยู่เสมอ รอยยิ้มที่มุมปากของนางไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบเสียยิ่งกว่ามีดแล่เนื้อ
ป้าสะใภ้หน้าเจื่อนลงถนัดตา นางอ้าปากพะงาบๆ หมายจะหาคำด่าทอมากลบเกลื่อนความอับอาย แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มของนายแพทย์หนุ่มก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนบังหน้าภรรยาไว้เสียก่อน เฉินอี้เฉินไม่ได้พูดอะไรรุนแรง เขากลับเพียงแค่หยิบกระดาษใบอนุญาตซื้อขายวัตถุดิบและตั๋วรถไฟตู้พิเศษขึ้นมาเคาะเบาๆ บนฝ่ามือ สายตาคมกราบกรานมองลอดกรอบแว่นลวดทองด้วยความเย็นชาที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดลงไปหลายองศา
"ภรรยาผม... ผมเป็นคนดูแลครับ ถ้าใครคิดจะขัดขวางการเดินทางไปพัฒนาสูตรยาหลวงครั้งนี้ ก็เท่ากับกำลังท้าทายใบประกอบวิชาชีพของผมในโรงพยาบาลกลางเมืองหลวงด้วย... เชิญครับป้าใหญ่ ทางออกอยู่ตรงนั้น"
อี้เฉินไม่ได้ไล่ตะردเสียงดัง แต่แรงกดดันจากอำนาจมืดในฐานะนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลผู้กุมเส้นสายในกระทรวงสาธารณสุขยุค 70 ทำให้ป้าสะใภ้ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง นางสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคืองก่อนจะกระแทកเท้าเดินหายลับออกไปจากรั้วบ้าน
จูหลันถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางวางทัพพีลงแล้วเงยหน้ามองสามีสายเปย์ที่มักจะเคลียร์ทางให้เสร็จสรรพก่อนที่นางจะต้องเปลืองแรงเสียอีก
"คุณนี่นะ... ทำไมต้องเอาอำนาจหมอไปขู่แกด้วย เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็เอาไปนินทาว่าเราใช้อภิสิทธิ์หรอก" จูหลันเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ แม้ในใจจะรู้สึกอบอุ่นจนพองโต
อี้เฉินยื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของภรรยาอย่างเบามือ นิ้วเรียวยาวของเขาอบอุ่นและมั่นคง "ผมไม่ได้ขู่ ผมพูดความจริง... สมุนไพรล้ำค่าพวกนี้ คู่ควรกับเมืองหลวงและคู่ควรกับคุณที่สุดแล้ว หลันหลัน ไปเก็บของเถอะ รถไฟเที่ยวบ่ายกำลังรอเราอยู่"
การเดินทางสู่เมืองหลวงในยุค 70 หาใช่เรื่องสะดวกสบาย ตู้รถไฟชั้นสามอัดแน่นไปด้วยผู้คน กลิ่นอับชื้นของสัมภาระและอาหารแห้งคละคลุ้งไปทั่ว แต่สำหรับคู่สามีภรรยาตระกูลเฉินแล้ว โลกใบนั้นถูกกั้นด้วยประตูไม้ของตู้โดยสารพิเศษที่อี้เฉินจองไว้ล่วงหน้า เบาะนั่งบุด้วยกำมะหยี่สีแดงเข้มให้ความรู้สึกย้อนยุคแต่หรูหรา จูหลันนั่งมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เปลี่ยนจากทุ่งนาสีเขียวขจีกลายเป็นตึกรามบ้านช่องสไตล์โซเวียตผสมผสานกับสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของปักกิ่ง
"มองอะไรอยู่ครับ?" อี้เฉินยื่นกระติกน้ำร้อนเคลือบอีนาเมลลายดอกไม้สีแดงที่บรรชาชาดอกเบญจมาศอุ่นๆ มาให้
"มองอนาคตครับ..." จูหลันรับมาจิบเบาๆ รสชาติหวานชุ่มคอช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง "คุณว่า ตลาดสมุนไพรในเมืองหลวงจะตื่นตัวกับ 'ชาหมักคอมบูชะ' และ 'ซุปตุ๋นโสมพันปี' ของเราแค่ไหน?"
"ระดับคุณทำ รับรองว่าวันแรกที่เปิดร้าน กลิ่นหอมคงลอยไปถึงห้องทำงานของรัฐมนตรีแน่นอน" อี้เฉินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นคมองภรรยาด้วยความรักใคร่ระคนภูมิใจ
รถไฟค่อยๆ ชะลอความเร็วเข้าสู่สถานีรถไฟกลางเมืองหลวง เสียงหวูดรถไฟดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่เดินขวักไขว่ ทั้งสองก้าวลงจากขบวนรถโดยมีกระเป๋าเดินทางหนังใบใหญ่และลังไม้ที่บรรจุหัวเชื้อสมุนไพรสูตรลับ ทว่า ในขณะที่จูหลันกำลังกวาดสายตามองหาป้ายบอกทาง สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างคุ้นเคยของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย กำลังยืนรอรับใครบางคนอยู่ไม่ไกล
นั่นคือ 'หลี่เฉิง' อาแท้ๆ ของนางผู้เคยฮุบกิจการร้านขายยาโบราณของครอบครัวไปเมื่อสิบปีก่อน!
ชายวัยกลางคนหันมาสบตาเข้ากับจูหลันพอดี รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขาขยับยิ้มเยาะทันทีที่เห็นสภาพของหลานสาวที่เขาเคยคิดว่าคงไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีก
"โอ้โห... นึกว่าใคร ที่แท้ก็หลานสาวตัวดีที่หนีตามผู้ชายตกยากเข้าเมืองหลวงนี่เอง มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ? อย่าบอกนะว่าหมดตัวจนต้องมาขอทานข้างถนน?" หลี่เฉิงหัวเราะเสียงดัง ล้อมรอบด้วยลูกน้องร่างใหญ่สองคนที่ดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ
จูหลันชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางยังไม่ทันได้ขยับตัวตอบโต้ อี้เฉินก็ก้าวมาขนาดยืนเคียงข้าง มือหนาโอบไหล่บางของภรรยาไว้แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาของนายแพทย์หนุ่มกวาดมองหลี่เฉิงด้วยความเหยียดหยามราวกับกำลังมองแมลงตัวเล็กๆ
"ขอทานหรือเปล่าไม่รู้ครับอาอี้... แต่พอดีว่าภรรยาผมได้รับเชิญจากสถาบันวิจัยการแพทย์หลวงให้มาเปิด 'คลินิกสาธิตอาหารสมุนไพร' เป็นกรณีพิเศษ... ส่วนอา... มายืนตากแดดรอรับใครอยู่เหรอครับ? หรือว่ามารับจ้างแบกกระเป๋า?"
หลี่เฉิงหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเยาะค้างเติ่งบนใบหน้า เมื่อเห็นป้ายวีไอพีสีทองในมือของอี้เฉินที่ระบุชื่อสถาบันแพทย์หลวงอย่างชัดเจน!
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะได้ปะทะกันมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับชายชราผมขาวโพลนในชุดกาวน์ขาวสะอาดตา ที่เดินตรงดิ่งแหวกฝูงชนเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าตื่นเต้นระคนดีใจ
"คุณหมอเฉิน! คุณหลี่จูหลัน! ในที่สุดพวกท่านก็มาถึงแล้ว! ผมรอพบ 'เจ้าของสูตรหม้อตุ๋นยาจีน' ที่ลือลั่นทั่วภาคเหนือมาสามวันเต็มแล้วครับ!"
หลี่เฉิงอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนกำปั้นลงไปได้ เมื่อเห็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์หลวงระดับประเทศ ก้มศีรษะทักทายหลานสาวที่เขาเพิ่งจะดูถูกไปหยกๆ อย่างนอบน้อม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตของจูหลันในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 25
ทริปเดินทางหาแรงบันดาลใจ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับหม้อตุ๋นยาจีนกับคุณหมอหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!