กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นโอโซนที่เกิดจากการระเบิดของอาคมขั้นสูง แรงปะทะมหาศาลทำให้เศษซากคอนกรีตของดันเจี้ยนระดับ S พังทลายลงมาเป็นฝุ่นผง เรย์หอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อไหลย้อยผสมกับคราบเขม่าดินปืนบนใบหน้าคมคาย แววตาดุดันของหัวหน้าทีมสายบู๊กำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ เมื่อเงาสีดำทมิฬนับร้อยตัวจากมิติเบื้องล่างพุ่งเป้าไปที่ร่างโปร่งบางของเนตรวิญญาณอัจฉริยะที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ถ้าแกอยากแตะต้องเขา... ข้ามศพฉันไปก่อน!"
เสียงคำรามก้องของเรย์ดังทะลุกำแพงความเงียบ พร้อมกับร่างหนาที่พุ่งเข้าประจันหน้ากับอสูรวิญญาณระดับภัยพิบัติโดยไม่ห่วงชีวิต ดาบอาคมในมือสะบัดฟันเป็นวงโค้ง ปลดปล่อยพลังปราณวิญญาณแผดเผาฝูงปีศาจจนสลายกลายเป็นควันสีเทา แต่ทว่า จำนวนของพวกมันกลับเพิ่มขึ้นราวกับไม่มีวันหมดสิ้น แรงกดดันจากมิติเบื้องล่างบีบอัดจนอากาศรอบตัวเบาบางลงทุกที
คีย์กัดฟันกรอด นัยน์ตาคมกริบฉายแวววิตกกังวลเป็นครั้งแรก แม้เขาจะขึ้นชื่อว่าเป็นเนตรวิญญาณอัจฉริยะผู้เยือกเย็นและเกลียดการใช้กำลังแบบไร้สมองแค่ไหน แต่ภาพของเรย์ที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเขากลับทำให้หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากขั้ว
"ไอ้บ้าเรย์! ใครใช้ให้แกทำท่าทางฮีโร่แบบนี้เล่า! บอกให้ถอยไปไง!" คีย์ตะโกนเสียงDแหวะท่ามกลางเสียงคำรามของปีศาจ มือเรียวสะบัดพัดเหล็กกล้าซัดยันต์อาคมออกไปสกัดกั้นเงาดำที่พยายามลอบโจมตีด้านหลังให้เรย์อย่างรู้ใจ
"ถ้าฉันถอยแล้วนายตายเป็นผีเฝ้าดันเจี้ยน ฉันจะเอาหน้าไป *ดู หมาที่ไหนฮะ!" เรย์ตวาดกลับเสียงดังลั่น เหวี่ยงหมัดเคลือบอาคมกระแทกเข้าที่กรามของอสูรตัวยจนกระเด็นกระแทกผนัง "ยืนนิ่งๆ เป็นเป้านิ่งอยู่ได้ นายมันเก่งแต่ปากจริงๆ คีย์!"
"ปากฉันจะเก่งแค่ไหนก็ยังดีกว่าสมองกล้ามเนื้อแบบแกที่เอาแต่พุ่งชนความตาย!" คีย์สวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายเชือดเฉือนอารมณ์ท่ามกลางห้วงเวลาที่เป็นตายเท่ากัน เรย์เบี่ยงตัวหลบกรงเล็บแหลมคมที่เฉียดใบหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก่อนจะคว้าข้อแขนของคีย์แล้วดึงเข้ามาชิดแนบอกเพื่อหลบการโจมตีระลอกใหญ่
แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาล้มลงไปกระแทกกับพื้นหินเย็นเฉียบ เรย์ทาบทับอยู่ด้านบนโดยมีร่างของคีย์อยู่ใต้ร่าง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น สติที่เคยจดจ่ออยู่กับการต่อสู้พลันสะดุดกึกลงในเสี้ยววินาทีนั้น
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางเสียงคำรามของปีศาจที่ดังอื้ออึงรอบทิศทาง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามอยู่ในอกของกันและกัน ความตึงเครียดจากสนามรบแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้ม
"นาย... ปลอดภัยนะ" เรย์เอ่ยเสียงพร่า ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนเร้นมานานนับแรมปีสะท้อนผ่านนัยน์ตาคู่คม
คีย์ชะงักงัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความเยือกเย็นที่เคยสวมใส่ไว้ราวกับเกราะกำบังพังทลายลงไม่เป็นท่า หัวใจที่ด้านชาต่อความรู้สึกมาเนิ่นนานกลับถูกแผดเผาด้วยความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอดเขาไว้อย่างแน่นหนา
"ฉันปลอดภัยดี... เพราะแกไม่ใช่เหรอ" คีย์กระซิบตอบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้ "ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้... ถ้าแกเป็นอะไรไป ฉันจะ..."
คำพูดที่เหลือกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเรย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดไว้ภายใต้สถานะคู่กัดตลอดหลายเดือนระเบิดออกมาพร้อมกันโดยไร้การควบคุม
"เพราะฉันไม่อาจทนเห็นนายเจ็บได้ยังไงเล่าไอ้ปากร้าย!" เรย์หลุดปากตะโกนออกมาด้วยความอึดอัดที่สะสมในใจ "ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของฉัน... ฉันก็จะไม่ยอมให้นายรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียวเว้ย!"
คีย์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นทะลัก นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกยามที่ได้ยินคำสารภาพที่จริงใจที่สุดจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า ความรู้สึกที่ซ่อนไว้ลึกก้นบึ้งของหัวใจถูกกระชากออกมาเผชิญหน้าอย่างไร้ทางหลบหนี
"นาย... พูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย..." คีย์พึมพำ ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด
เรย์มองริมฝีปากที่ขยับพูดด้วยความรู้สึกที่ระงับไม่อยู่ มือหนาเลื่อนขึ้นประคองข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ความแข็งกระด้างของนักล่าวิญญาณสายบู๊มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้คนใต้ร่างเพียงผู้เดียว
"ฉันไม่ได้บ้า... และฉันก็พูดจริงทุกคำ คีย์" เรย์กระซิบเสียงนุ่ม ทอดมองดวงตาคู่สวยด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาอธิบาย "ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนที่ฉันอยากล่า... ไม่ใช่วิญญาณร้ายตัวไหนเลย... แต่เป็นหัวใจของนายต่างหาก"
คีย์สะท้านเฮือก ลมหายใจสะดุดกึก ความหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาในอกทำให้สติสัมปชัญญะของเนตรวิญญาณอัจฉริยะหลุดลอยไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเตรียมจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่งเพื่อตอบรับความรู้สึกนั้น
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดช่องว่างระหว่างกัน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดขึ้นจากเบื้องล่าง พื้นดินใต้ร่างของทั้งคู่แตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นบาดแก้วหูที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วดันเจี้ยน
"โอ้... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ความรักท่ามกลางความตายเนี่ย..."
น้ำเสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก เรย์ผุดลุกขึ้นยืนบังร่างของคีย์ไว้โดยอัตโนมัติ นัยน์ตาดุดันกลับมาลุกโชนด้วยโทสะอีกครั้งเมื่อเงาร่างของบุคคลที่สามก้าวพ้นม่านหมอกออกมาเผชิญหน้า
บุคคลที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ใจกลางดันเจี้ยนแห่งนี้... และกำลังถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่างในมือ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเดือดระอุและหัวใจที่เต้นรัวนี้นะครับ
หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย•ตอนที่ 15
การล่มสลายของเหตุผล
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หน่วยล่าท้าวิญญาณ: มึงห้ามล้ำเส้นข้ามแดนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!