กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 11

เมื่อคำว่าสโลว์ไลฟ์ถูกรบกวน

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณคิดจะเอาเงินฟาดหัวเพื่อแลกกับผืนดินที่รดด้วยหยาดเหงื่อและน้ำใจของคนที่นี่ล่ะก็... เชิญไสกหัวกลับไปทางเดิมเสียเถอะค่ะ" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ดังตะโกน ทว่าทุกคำกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายสีครามยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาชายในชุดสูทราคาแพงที่เวลานี้เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายเต็มขมับ แม้รองเท้าหนังของเขาจะเหยียบย่ำอยู่บนดินโคลนในไร่ออร์แกนิกแห่งนี้ แต่ท่าทางเย่อหยิ่งและรอยยิ้มจอมปลอมกลับฟ้องชัดเจนว่าเขาไม่ได้ให้เกียรติผืนแผ่นดินนี้แม้แต่น้อย ชายหนุ่มนามว่า 'อนันต์' ตัวแทนจากกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคู่นั้น รังสีความกดดันไม่ได้มาจากรินรดาเพียงคนเดียว แต่มาจากผู้กองภูผา สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเสมือนกำแพงเหล็กกล้า นายทหารหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ และมัดกล้ามเนื้อทรงพลังที่แสดงถึงสัญชาตญาณนักล่า พร้อมจะพุ่งเข้าขยี้ทุกคนที่กล้าเข้ามารุกล้ำอาณาเขตของตนเอง "คุณรินรดาครับ ใจเย็นๆ ก่อน..." อนันต์ฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามดึงมาดนักธุรกิจผู้กว้างขวางกลับคืนมา "ข้อเสนอสิบล้านบาทสำหรับที่ดินรกร้างสิบไร่นี้ มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะครับ รีสอร์ตที่จะมาสร้างจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของตำบลนี้ ทำให้ชาวบ้านมีงานทำ..." "ยกระดับ? หรือสูบเลือดสูบเนื้อจนไม่เหลือซากกันแนคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมวาววับขึ้นมาวูบหนึ่ง "ดินตรงนี้ไม่ใช่ที่ดินรกร้าง แต่มันคือแปลงเกษตรอินทรีย์ที่ฉันกับสามีฟูมฟักมากับมือ เป็นแหล่งอาหารที่สะอาดและปลอดภัยของคนในชุมชน แล้วคุณยังกล้ามาเสนอขายฝันลมๆ แล้งๆ เพื่อแลกกับการทำลายล้างธรรมชาติที่เป็นหัวใจของที่นี่อย่างนั้นหรือคะ" บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงทันตาเห็น เสียงลมพัดผ่านยอดใบผักกาดเขียวชอุ่มส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกำลังประท้วงการมาของผู้มาเยือน ภูผายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบราวเหยี่ยวจ้องมองอนันต์ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดไรฟันออกมาคำต่อคำ "ภรรยาผมพูดชัดเจนแล้ว... หรือจะต้องให้ผมช่วยแปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายกว่านี้ ด้วยการโยนคุณออกไปนอกเขตไร่เอง" อนันต์สะดุ้งสุดตัว เขารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องอดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ยอมทิ้งยศมาทำไร่ไถนาในอำเภอเล็กๆ นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ร่างกายหนาใหญ่และแววตาดุดันคู่นั้นพร้อมลงมือจริงโดยไม่ต้องเตือนซ้ำ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขารีบถอย แต่ทว่าเบื้องหลังของเขามีคำสั่งเด็ดขาดจากเจ้านายใหญ่ที่ทุ่มงบไปมหาศาลแล้ว หากกว้านซื้อที่ดินรอบแปลงนี้ไม่ได้ โปรเจกต์รีสอร์ตหรูหมื่นล้านจะต้องพับฐาน และอนาคตของเขาในบริษัทคงดับวาทร "คุณรินรดา... คิดให้ดีๆ นะครับ" อนันต์ยังคงดื้อดึง น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือแต่ก็ยังพยายามขู่ "ตอนนี้คนโตในอำเภอเริ่มทยอยขายให้เราแล้ว ถ้าไร่ของคุณยังดื้อแพ่งเป็นแกะดำคนเดียว ระวังวันหนึ่งอาจจะไม่มีน้ำใช้ หรือแม้แต่ใบอนุญาตทำการเกษตรอาจจะถูกระทั่งหน่วยงานรัฐเพิกถอนอย่างไร้เหตุผลก็ได้!" คำขู่ขยับเข้ามาใกล้เส้นความอดدทน รินรดาหรี่ตาลง รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก สมองเพชรที่ผ่านการคำนวณและวางแผนธุรกิจมานับไม่ถ้วนประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่ากลุ่มทุนพวกนี้มักใช้อิทธิพลมืดและเส้นสายราชการบีบบังคับเกษตรกรรายย่อย แต่น่าเสียดาย... คนอย่างรินรดาไม่เคยกลัวอำนาจบาทใหญ่ ยิ่งใครมารังแก ยิ่งต้องเจอดี! "ขู่เก่งนี่คะ..." รินรดาก้าวเท้าเดินผ่านร่างหนาของสามีออกมาเผชิญหน้ากับอนันต์โดยตรง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและแป้งเด็กกระจายออกมาจากตัวเธอตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียด "งั้นฉันขอเตือนคุณกลับไปบอกนายของคุณด้วยเหมือนกันว่า... หากใครกล้าเอามือสกปรกๆ มาแตะต้องแหล่งน้ำหรือผืนดินของที่นี่แม้แต่ตารางนิ้วเดียว เตรียมตัวรับผลกรรมที่จะทำให้บริษัทของคุณล้มละลายภายในสามเดือนได้เลยค่ะ!" อนันต์ผงะถอยหลังด้วยความตกใจกับความเด็ดเดี่ยวและรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรนี้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ชาวสวนธรรมดา... สายตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ราวกับล่วงรู้ความลับทางธุรกิจและจุดอ่อนทุกอย่างของบริษัทเขา "ฝากไว้ก่อนเถอะ!" อนันต์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจเมื่อรู้ว่าวันนี้คงไม่ได้อะไรกลับไป นอกจากคำขู่ที่ฝังรากลึกในอก เขาหันหลังกลับแล้วก้าวฉับๆ เดินหนีออกไปทางทาง ภูผามองตามหลังชายร่างสูทที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนด้วยสายตาเรียաբนิ่ง ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาคนสวย ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ โอบเอวบางเข้าหาตัวด้วยความทะนุถนอม ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาคลั่งรักที่มองภรรยาไม่วางตา "เหนื่อยไหมครับคนดี..." เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหู พร้อมกับมือหนายกขึ้นปัดปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ ใครหน้าไหนกล้ามาวุ่นวายกับไร่ของเรา ผมจะไม่ปล่อยให้มันเดินออกไปดีๆ แน่" รินรดาสบตาคมเข้มของสามี ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นหัวใจ เธอยิ้มละมุน พรางยื่นมือเรียวไปแตะแก้มสากของอีกฝ่ายเบาๆ "ฉันไม่ได้เหนื่อยเลยค่ะพี่ภูผา... แค่รู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตกำลังจะสนุกขึ้นต่างหากล่ะคะ" เธอนัยน์ตาเป็นประกายซุกซน "พวกมันคิดว่าจะใช้ทุนหนามาบีบเราให้จนมุม แต่ลืมไปว่า... ในมือของฉันยังมีของเล่นสนุกๆ อีกเยอะ" รินรดาซุกตัวเข้าอ้อมกอดอุ่นของสามีสูดกลิ่นกายสะอาดที่คุ้นเคย ขณะที่ในใจกำลังเรียกหน้าต่างระบบมิติพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบทรัพยากรและเมล็ดพันธุ์พืชสมุนไพรหายากที่เธอเก็บสะสมไว้ งานนี้ถ้ากลุ่มทุนพวกนั้นคิดจะเล่นสกปรก เธอก็พร้อมจะใช้ "กลยุทธ์สโลว์ไลฟ์ถอนรากถอนโคน" มาสั่งสอนพวกมันให้หมดอนาคตชนิดที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดในวงการธุรกิจอีกเลย! ทว่า... ความเงียบสงบในยามบ่ายยังไม่ทันได้ดำเนินต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภูผาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ นายทหารหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาดูเบอร์โทรศัพท์ที่แสดงบนหน้าจอ ก่อนที่ดวงตาคมจะหรี่ลงด้วยความแปลกใจ "ใครโทรมาหรือคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของสามีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ภูผาวางสายลงทันที ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นมาถนัดตา เขามองหน้าภรรยาสาวด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันออกมา "ผู้ใหญ่บ้านโทรมาบอกว่า... มีแขกคนสำคัญเดินทางมาจากเมืองหลวงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และตอนนี้รถหรูคันนั้นกำลังจอดรออยู่ที่หน้าบ้านของเราแล้วครับ... และคนที่ลงมาจากรถก็คือ 'คุณหญิงแม่' ของผมเอง!" รินรดารู้สึกถึงความหนาวยะเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันที เมื่อนึกถึงแม่สามีผู้สูงศักดิ์ผู้ไม่เคยยอมรับสะใภ้บ้านนอกอย่างเธอเลยสักครั้งในชีวิต! *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%