หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนดวงตาคู่คมของรวินท์กำลังกะพริบถี่รัวด้วยข้อความเตือนภัยสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนระดับวิกฤต *'System Overload: Memory Leak Detected'* ดังระรัวอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของเขาเองในวินาทีนี้
"ลืมรหัสผ่านปลดล็อกหัวใจไปแล้วเหรอคะ... รวินท์?"
เสียงหวานที่เจือด้วยความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดิน นิชายืนกอดอกพิงชั้นวางฮาร์ดแวร์ แสงไฟนีออนสลัวขับให้ใบหน้าเรียวคมของเธอดูลึกลับและน่าค้นหาในคราวเดียวกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองหน้าเขาตรงๆ แต่จ้องเขม็งไปยังบรรทัดโค้ดนับร้อยที่กำลังรันอย่างไร้การควบคุมบนหน้าจอหลัก
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน นิ้วเรียหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมความสั่นเทาของปลายนิ้วที่กำลังรัวแป้นพิมพ์ คอนโซลตรงหน้ากำลังปฏิเสธทุกคำสั่งแก้ไขที่เขากดลงไป ระบบป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลระดับองค์กรกำลังจะทำลายตัวเองในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า และนั่นหมายถึงโปรเจกต์วิจัยที่ทั้งชีวิตเขาแลกมาจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นดิจิทัล
"สถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เวลามาเล่นเกมทายใจนะคะ นิชา" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน ตาสีเข้มตวัดมองหญิงสาวที่ยืนอยู่วิ่งผ่านหางตา "ถ้าฐานข้อมูลส่วนกลางล่ม คุณเองก็จะโดนหางเลขไปด้วยในฐานะหัวหน้าทีมวิศวกรข้อมูล"
"รู้ค่ะ..." นิชาผละตัวออกจากชั้นวาง เดินตรงเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังเก้าอี้ที่เขานั่ง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวเธอลอยแตะจมูก กลิ่นที่เขาคุ้นเคยดีในยวันวาน แต่วันนี้มันกลับผสมผสานกับกลิ่นออนซ์ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ร้อนจัดจนแทบไหม้ "แต่ดูเหมือนว่าโค้ดสถาปัตยกรรมที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อปิดตายความลับของเราเมื่อสามปีก่อน มันดันถูกตั้งค่าระบบป้องกันความปลอดภัยแบบซ้อนทับ... ซึ่งมีเพียงรหัสผ่านที่คุณตั้งไว้คนเดียวเท่านั้นที่จะปลดมันได้"
รวินท์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์ โค้ดบรรทัดสุดท้ายสะดุดกึก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยาม รหัสผ่านนั้น... เขายังจำมันได้ขึ้นใจ มันไม่ใช่ชุดตัวเลขสุ่มประหลาด แต่มันคือวันเดือนปีและรหัสย่อของสถานที่ที่เราเคยนั่งมองพระอาทิตย์ตกด้วยกันในคืนก่อนที่เธอจะเลือกเดินจากไป
นิชาโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากใบหูของเขาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู้ด เสียงกระซิบของเธอนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คุณรวินท์คะ... ระบบกำลังฟ้องว่าหน่วยความจำเกินพิกัดแล้วนะคะ ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะเก็บความลับบ้าๆ นั่นไว้คนเดียว เราจะพังกันหมดทั้งระบบค่ะ"
หน้าจอตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม อุณหภูมิในห้องเซิร์ฟเวอร์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พัดลมระบายความร้อนส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะหลุดจากกรง รวินท์รู้ดีว่าในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ ตรรกะทางคณิตศาสตร์อย่างเดียวไม่สามารถช่วยพวกเขาได้อีกต่อไป เขาต้องพึ่งพาความสามารถในการจัดการโครงสร้างข้อมูลขั้นสูงของนิชา ขณะที่นิชาเองก็ต้องอาศัยสิทธิ์การเข้าถึงระดับรูท (Root Access) ของเขาเช่นกัน
นี่คือการบังคับให้พวกเขาต้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนวงจรดิจิทัลสองสายที่ถูกบีบให้หลอมรวมเป็นวงจรเดียวกัน หากใครคนใดคนหนึ่งส่งสัญญาณผิดพลาดเพียงมิลลิวินาทีเดียว ผลลัพธ์คือความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้
"จับตาดูพารามิเตอร์ฝั่งขาเข้าให้ดี..." รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาฉายความเด็ดเดี่ยวอย่างที่นิชาไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "ฉันจะเปิดพอร์ตเชื่อมต่อฉุกเฉิน คุณต้องป้อนอัลกอริทึมซิงโครไนซ์เข้าไปทันทีที่สัญญาณตกลงมาที่ศูนย์ ห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียวเข้าใจไหมคะ—เอ๊ย เข้าใจไหม" เขาเผลอหลุดคำพูดติดปากแต่นิชาไม่ได้ทักท้วง
"ไม่ต้องมาออกคำสั่งค่ะ รวินท์ ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร" นิชาดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งแทรกชิดติดกับเขาอย่างไร้ซึ่งระยะห่าง ไหล่บอบบางแนบชิดกับอกแกร่ง ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามาในความเย็นยะเยือกของห้องเซิร์ฟเวอร์
นิ้วเรียวของทั้งคู่ขยับประสานกันบนแผงควบคุมหลักอย่างรวดเร็วราวกับเล่นเปียโนสี่มือ รวินท์เป็นคนป้อนชุดคำสั่งหลักเพื่อถอดรหัสความปลอดภัยชั้นนอก ส่วนนิชาทำหน้าที่ประมวลผลและบีบอัดข้อมูลมหาศาลที่กำลังทะลักออกมาให้กลับเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์สำรอง สมาธิของทั้งคู่ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทุกจังหวะการหายใจสอดประสานไปกับเสียงคลิกแป้นพิมพ์ที่ดังระรัวราวกับเสียงกลองศึก
แต่ทว่า... ยิ่งพวกเขาพยายามแก้ปัญหา ระบบกลับยิ่งตอบสนองด้วยความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น โค้ดลึกลับชุดใหม่ปรากฏขึ้นบนจอ มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคือระบบป้องกันขั้นสูงสุดที่ถูกฝังไว้ด้วยเงื่อนไขทางอารมณ์ ข้อความบนหน้าจอปรากฏตัวอักษรวิ่งช้าๆ ทีละตัวอย่างน่าขนลุก
*‘ระบบตรวจพบความขัดแย้งทางความรู้สึก: การเข้าถึงจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ใช้ทั้งสองยอมรับความจริงในอดีต’*
รวินท์ชะงักกุนซือในสมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ นิชาเองก็เบิกตากว้างเมื่ออ่านข้อความนั้น ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด
ในวินาทีที่ระบบกำลังนับถอยหลังสู่การล่มสลายครั้งใหญ่ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำสาดส่องใบหน้าที่สะท้อนความสับสนของคนทั้งคู่ เสียงระบบแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
*‘ระบบเตรียมรีเซ็ตตัวเองในอีก 3... 2...’*
ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลงอย่างไร้การควบคุม ร่างของนิชาก็ถูกแรงเหวี่ยงจากระบบสำรองกระชากเข้าไปหาตัวรวินท์อย่างไม่ทันตั้งตัว ปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับเส้นผมหอมกรุ่นของเธออย่างแนบชิด และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกห้องเซิร์ฟเวอร์ก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏร่างของบุคคลปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิทที่ยืนมองดูพวกเขาผ่านความมืดมิดด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้เธอกลับไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 5
โอเวอร์โหลด
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้เธอกลับไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!