แสงไฟสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สะท้อนลงบนดวงตาคู่คมของกวินท์ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยังคงเคาะลงบนคีย์บอร์ดด้วยจังหวะที่แม่นยำและไร้ความลังเล ราวกับทุกการเคลื่อนไหวถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าด้วยอัลกอริทึมที่สมบูรณ์แบบ ทว่า บนโต๊ะทำงานสีเข้มกลับมีแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำไหลนองเต็มฐานแก้ว บ่งบอกว่าเจ้าของตัวจริงไม่ได้แตะต้องมันมานานหลายชั่วโมงแล้ว
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังบานประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานส่วนตัว เธอไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้ หากแต่เอกสารสรุปโครงการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะดิจิทัลที่ต้องใช้ร่วมกันในเช้าวันพรุ่งนี้ยังวางอยู่บนแท่นพิมพ์ของเขา ความเงียบงันภายในห้องหนาแน่นเสียจนเธอได้ยินเสียงจังหวะการหายใจของตนเอง และเสียงคลิกเมาส์เป็นระยะ
"ถ้าคุณยังมองหาข้อผิดพลาดในบรรทัดที่ส Sิดแปด เอกสารฉบับนั้นคงไม่มีวันเสร็จค่ะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเหนื่อยอ่อนดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ส้นรองเท้าคัทชูของเธอไม่ได้สร้างเสียงดังมากนัก แต่กวินท์ก็หยุดพิมพ์ในทันที ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาเรียաբเฉยจนอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
"ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในโค้ด อาจทำลายทั้งระบบได้ในพริบตาเดียว รินรดา" กวินท์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกระaczกระเฉง "เช่นเดียวกับรายละเอียดในงานศิลปะของคุณ ถ้าปล่อยให้มีจุดบกพร่องแม้แต่นิดเดียว คุณก็คงไม่ยอมให้มันถูกแขวนไว้บนผนังหอศิลป์เหมือนกัน"
รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อหยิบเอกสารที่วางอยู่ใกล้กับแป้นพิมพ์ แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่ถูกพับหน้าต่างโปรแกรมซ้อนไว้หลายชั้น ทว่ามีหน้าจอหนึ่งที่เปิดค้างไว้ หน้าจอสีดำสนิทที่มีตัวอักษรโค้ดสีเขียววิ่งผ่านรวดเร็ว แต่มันไม่ใช่ภาษาโปรแกรมมิ่งสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบฐานข้อมูลทั่วไปที่พวกเขาคุ้นเคย
มันคือภาษาที่ถูกเข้ารหัสด้วยฟังก์ชันคณิตศาสตร์เชิงซ้อน—และเธอกำลังเห็นข้อความบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นบรรทัดเหล่านั้น
"นั่นคืออะไรคะ?" รินรดาชะครงมือที่กำลังจะหยิบเอกสาร ดวงตากลมโตจ้องมองหน้าจอสีดำสนิทที่มีแถวตัวอักษรเรียงรายอย่างประหลาด
กวินท์ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย มองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "มันเป็นแค่โค้ดทด nghiệm ระบบจัดการฐานข้อมูลแบ็คเอนด์ที่คุณเคยถามถึงเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ"
*(หมายเหตุ: ในที่นี้ กวินท์ใช้สรรพนามหรือน้ำเสียงที่พยายามปกปิด แต่ยังคงความสุภาพในแบบของเขา)*
"โกหกค่ะ" รินรดาท้วงขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอแม้จะนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความเฉียบคมที่ไม่ยอมแพ้ "ฉันจำโครงสร้างฐานข้อมูลของโปรเจกต์เราได้ดี และโค้ดที่คุณกำลังเขียนอยู่... มันไม่ใช่โครงสร้างแบบนั้น มันไม่ใช่ตรรกะทางธุรกิจ แต่มันคือ... ฟังก์ชันความรู้สึก"
คำว่า 'ฟังก์ชันความรู้สึก' หลุดออกมาจากริมฝีปากของภัณฑารักษ์สาว ทำให้มุมปากของวิศวกรหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น แต่กลับทรงพลังพอดึงดูดทุกความสนใจในห้อง
กวินท์ไม่ได้ปฏิเสธ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอจนรินรดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงอากาศบางเบาที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"คุณฉลาดเกินกว่าจะเป็นแค่ภัณฑารักษ์งานศิลปะ รินรดา" กวินท์โน้มตัวลงกระซิบ เสียงของเขาต่ำทุ้มและใกล้ชิดจนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "บางครั้ง การปล่อยให้อัลกอริทึมทำงานด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ต้องเข้าไปตรวจสอบโค้ด อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราค้นพบคำตอบที่แท้จริงก็ได้"
"แต่ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์ และชีวิตก็ไม่ใช่โปรแกรมที่คุณจะมาเขียนเงื่อนไข If-Else เพื่อควบคุมความรู้สึกของฉันได้นะคะ กวินท์" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นรัวรากับจะหลุดออกมา
"ลองอ่านมันดูสิครับ... ถ้าคุณกล้าพอ"
กวินท์เอื้อมมือข้ามไหล่เธอ นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์เพียงครั้งเดียว หน้าต่างโค้ดสีดำขยายเต็มจอใหญ่ เผยให้เห็นชุดคำสั่งที่ถูกถอดรหัสออกมาเป็นประโยคภาษามนุษย์ทีละบรรทัดอย่างช้าๆ
รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเธอกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ...
มันไม่ใช่โค้ดคอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่มันคือโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อวิเคราะห์อารมณ์ของเธอในทุกๆ วัน ผ่านสถิติการเข้างาน น้ำเสียงที่ใช้พูดคุย และแม้กระทั่งระยะเวลาในการมองตาเขา
และในบรรทัดสุดท้ายของโค้ดนั้น เขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีเขียวเรืองรองที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต:
`while (heart_beat > normal) { love_you_silently(); }`
รินรดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอื้อทนคำพูดใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินนอกห้องทำงาน เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูกระจก ก่อนที่เงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันจะทาบทับลงบนบานกระจกฝ้า พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ•ตอนที่ 15
คำสารภาพผ่านโค้ด
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!