อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ•ตอนที่ 3

สมการที่ไม่ลงตัว

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงสีแดงวابวาบจากหลอดไฟฉุกเฉินสะท้อนลงบนสันจมูกคมสันและกรอบหน้าด้านข้างของกวินท์ราวกับรอยเลือดที่ถูกป้ายไว้บนภาพเขียนสีน้ำมัน แรงสั่นสะเทือนต่ำๆ จากระบบระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์สำรองส่งเสียงครางฮัมอยู่ในลำคอ ความมืดมิดที่เข้าโอบล้อมห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดเจือจางลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับบีบอัดออกซิเจนในอากาศให้เบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก ข้อความปริศนา *“เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... วิศวกรผู้โง่เขลา”* ยังคงเรืองแสงสีขาวโพลนอยู่บนจอแท็บเล็ตในมือของชายหนุ่ม นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือหน้าจอสัมผัส ไม่ใช่เพราะความตกใจ—กวินท์ไม่เคยเสียศูนย์ให้กับการแฮกข้อมูลระดับอนุบาลเช่นนี้—หากแต่เป็นเพราะ ‘ลายเซ็น’ ของโค้ดที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง มันไม่ใช่ฝีมือของพวกอาชญากรไซเบอร์ไร้หัวนอนปลายเท้า แต่มันคือโครงสร้างตรรกะที่ถูกออกแบบมาเพื่อเยาะเย้ยอัลกอริทึมการป้องกันที่เขาภาคภูมิใจโดยเฉพาะ "คุณยังคิดว่าระบบของคุณปลอดภัยอย่างไร้ที่ติอยู่ไหมคะ, ท่านวิศวกรผู้ปราดเปรื่อง" เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้าม รินรดาก้าวเท้าออกจากเงาของเสาหินอ่อนสีเทา ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นตาบางเฉียบไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและท้าทายที่ส่องประกายแข่งกับแสงไฟฉุกเฉิน เธอกอดอกแน่น เนื้อผ้าไหมเนื้อดีของเสื้อเบลาส์ไต่ระดับเคลื่อนไหวตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย กวินท์ค่อยๆ ลดแท็บเล็ตลง ดวงตาสีนิลคู่คมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า ราวกับกำลังประเมินตัวแปรที่ไม่สามารถคำนวณได้ในสมการ "มันเป็นแค่ช่องโหว่ชั่วคราวที่เกิดจากการซิงค์ฐานข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม... ผมสามารถเขียนแพตช์แก้ไขได้ภายในสิบหนาที ถ้ารบกวนคุณช่วยถอยออกไปและเลิกทำตัวเป็นอุปสรรค" "อุปสรรค?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณเรียกการปกป้องจิตวิญญาณของงานศิลปะจากการถูกย่อยสลายเป็นแค่ ‘ตัวเลขดิบๆ’ ของคุณว่าอุปสรรคอย่างนั้นหรือคะ, คุณกวินท์? สิ่งที่คุณกำลังพยายามจะทำ ไม่ใช่การซ่อมแซมระบบ แต่มันคือการบังคับให้ภาพวาดทุกชิ้นในหอศิลป์นี้ต้องสยบยอมให้กับอัลกอริทึมไร้หัวใจของคุณต่างหาก" กวินท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีออร่าที่เย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นโรคภูมิแพ้ความสมบูรณ์แบบในแบบที่เขาเกลียดชัง—เธอยึดติดกับความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ ยึดติดกับความงามที่ไม่มีสูตรคำนวณรองรับ ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันคือความไร้ประสิทธิภาพที่สิ้นเปลืองเวลาที่สุดในโลก "ศิลปะที่คุณพูดถึง มันก็แค่ข้อมูลดิบที่ถูกแปลงเป็นพิกเซลสีบนผืนผ้าใบ" กวินท์โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านอากาศ "ถ้าผมไม่ปรับจูนอัลกอริทึมการจดจำใบหน้าและการตอบสนองทางอารมณ์ของผู้ชมใหม่ งานนิทรรศการมูลค่าหลายร้อยล้านนี่ก็จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าเมื่อระบบล่มจริงๆ... เลิกเอาความรู้สึกส่วนตัวมาขัดขวางตรรกะทางธุรกิจเสียที รินรดา" ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านกรอบหน้าของเธอ รินรดาชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับห้วงอวกาศ แต่มันกลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันในความมืดสลัว "ถ้าทุกอย่างบนโลกนี้ต้องถูกขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมและความคุ้มค่าทางธุรกิจ..." รินรดาเอ่ยเสียงเบา ทว่าทุกถ้อยคำหนักแน่นราวกับตอกลงบนพื้นหิน "แล้วความเป็นมนุษย์ของเราล่ะคะ... คุณจะเอามันไปไว้ที่ส่วนไหนของสมการ? ในถังขยะรีไซเคิลของโค้ดบรรทัดสุดท้ายอย่างนั้นหรือ?" ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหัวใจที่เต้นผิดจังหวะท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงกะพริบ กวินท์ชะงักไปกับคำถามนั้น—ไม่ใช่เพราะมันหาคำตอบไม่ได้ แต่เป็นเพราะในเสี้ยววินาทีนั้น อัลกอริทึมในสมองของเขาเกิดอาการรวนอย่างกะทันหัน ภาพของรอยยิ้มบนริมฝีปากที่กำลังท้าทายเขาอยู่ตอนนี้ มันไม่สอดคล้องกับโมเดลทางจิตวิทยาใดๆ ที่เขาเคยวิเคราะห์มาเลย ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ตัวแปรที่ควรค่าแก่การคำนวณ แต่เธอกลับเข้ามาปั่นป่วนทุกระบบตรรกะที่เขาเคยสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต "คุณดื้อรั้นเกินไป..." กวินท์เอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าข้อมือเรียวเพื่อยุติการโต้เถียงที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้ "และมันจะทำให้เราพังกันหมดทั้งคู่" "ปล่อยค่ะ!" รินรดาปัดมือเขาออกอย่างไม่ลังเล แรงกระแทกทำให้กวินท์ต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าว หญิงสาวถอยห่างออกไปยืนอยู่ใต้แสงไฟฉุกเฉินสีแดงที่สาดส่องลงมาพอดี ทำให้เงาของเธอยาวทอดทับไปบนพื้น "ฉันจะไม่ยอมให้คุณแตะต้องเซิร์ฟเวอร์หลักเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาเปิดทำการในวันพรุ่งนี้... นั่นคือข้อตกลง และฉันจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด" ก่อนที่กวินท์จะได้โต้แย้งกลับด้วยเหตุผลทางเทคนิคที่เตรียมไว้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยโחมโหล่ก็ดังขึ้นมาจากโถงทางเดินชั้นล่าง เสียงฝีเท้าเหล่านั้นไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหอศิลป์ แต่มันเป็นจังหวะการเดินที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเกินกว่าจะบังเอิญ—จังหวะของกลุ่มคนที่ถูกฝึกมาอย่างดี ทั้งคู่หันขวับไปมองยังทิศทางของบันไดวนท่ามกลางความมืดมิด บนหน้าจอแท็บเล็ตที่เคยดับวูบไป กลับมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ ที่บาดแก้วหู *“ระบบสำรองถูกเจาะเรียบร้อย... ยินดีต้อนรับสู่ห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน”* และวินาทีต่อมา ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาทึบที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บภาพวาดล้ำค่าชิ้นเอกของนิทรรศการ ก็ส่งเสียงปลดล็อกดัง *‘คลิก’* กังวานสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง ดวงตาของกวินท์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการแฮกครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายระบบของเขา แต่เป็นการเปิดทางเข้าสู่ห้องนิรภัยที่ไม่มีใครเคยเข้าถึงมาก่อนต่างหาก! รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าภาพวาดชิ้นสำคัญที่สุดกำลังตกอยู่ในอันตราย "ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์... มีคนอยู่ข้างในนั้น!" กวินท์ไม่รอช้า เขาคว้าแขนของหญิงสาวให้วิ่งตามเข้ามาในความมืดทันทีโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อทั้งคู่พุ่งตัวมาถึงหน้าประตูห้องนิรภัยที่เปิดอ้าซ่า สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องใต้แสงไฟฉุกเฉินสลัว กลับไม่ใช่ร่องรอยของการงัดแงะ หรือกลุ่มโจรที่กำลังขโมยภาพวาด... แต่เป็นร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทคนหนึ่ง ที่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้อง โดยมีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักอยู่กลางหลังอย่างแม่นยำ และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น บนผนังสีขาวสะอาดตาเบื้องหลังศพ มีตัวเลขโค้ดปริศนาสี่หลักถูกเขียนด้วยเลือดสดๆ... *0 3 2 5* ซึ่งเป็นรหัสผ่านเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของกวินท์เอง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในสมการหัวใจที่ยังหาทางออกไม่เจอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%